ทางโลกไม่ให้ช้ำ ทางธรรมไม่ให้เสื่อม

วันที่ 17 พ.ค. 2558 เวลา 11:06 น.
ทางโลกไม่ให้ช้ำ ทางธรรมไม่ให้เสื่อม
โดย...นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ เรียบเรียง อณุสรา ทองอุไร

วันเวลาแห่งความสุขของผมมี 2 แบบคือเรื่องการทำบุญปฏิบัติธรรม เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีความสุขราบรื่น เพราะงานที่ผมทำอยู่นี้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม เป็นเรื่องอ่อนไหวละเอียดอ่อน ที่สำคัญก็คือเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมากในช่วง 7-8 ปีหลังมานี้ทำให้งานที่ทำนั้นเครียดง่าย เนื่องจากผมทั้งบริหารคลินิกหลายสาขา สอนหนังสือลงรักษาคนไข้ด้วย แล้วก็มีเดินทางไปบรรยายในต่างประเทศปีละหลายครั้งหากไม่รู้จักรักษาสมดุลในชีวิตให้มีความบาลานซ์ เราจะหลงระเริงไปในทางโลกมากเกินไป มีเรื่องให้หวั่นไหวจิตตกได้ง่าย

ผมจึงแบ่งเวลามาในเรื่องของทางธรรมให้มากขึ้น โดยปกติแล้วตั้งแต่เด็กๆผมก็ชอบไปวัดทำบุญอยู่แล้ว พอทำงานมีธุรกิจของตัวเอง ก็มีกำลังมากขึ้นทำบุญมากขึ้น แต่ก็เพิ่มเรื่องของการปฏิบัติภาวนาเข้าไปด้วย เพื่อให้มีสมาธิสติปัญญาเอาไว้รักษาจิตใจไม่ให้หวั่นไหวกับสิ่งที่เข้ามากระทบได้โดยง่าย จึงต้องมีเรื่องวิชาใจเอาไว้รักษาสมดุลไม่ให้ฟุ้งมากเกินไป พยายามที่จะทำงานแบบมีสายกลาง ทำธุรกิจแบบมีเมตตาธรรม แบบทางโลกไม่ให้ช้ำ ทางธรรมไม่ให้เสื่อม เนื่องจากหากเราปล่อยให้ชีวิตเทไปด้านใดด้านหนึ่งมากไป เราจะสุดโต่งไม่มีความสุข ทำธุรกิจแบบไม่ประนีประนอม

 

ในแต่ละปี ผมจะต้องเก็บวันลาพักร้อนไว้ปีละ 10 วัน เพื่อไปปฏิบัติธรรมเพื่อไปล้างจิตใจให้เบาบางด้วยกิเลสที่เราสะสมมาทั้งปี เปรียบเสมือนการได้ทำดีทอกซ์จิตใจ ร่างกายเปรอะเปื้อนเรายังต้องชำระล้าง จิตใจก็สะสมความโกรธกิเลส อยากได้ อยากมี อยากเป็น ไว้มากเช่นกัน จึงต้องไปเอาออกซะบ้าง

อีกส่วนก็คือเรื่องของการสอนหนังสือกับการเขียนหนังสือ เนื่องจากผมยังมีงานสอนงานบรรยายอยู่บ้าง ทั้งในและต่างประเทศ กับงานเขียนให้กับนิตยสารต่างๆรวมทั้งออกหนังสือพ็อกเกตบุ๊กของตัวเองเป็นเล่มที่ 2 ชื่อ “ตั้งหลักก่อนทำสวย” เพื่อให้ความรู้เรื่องความงามด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างถูกต้อง ปลอดภัย จะทำอะไรควรจะราคาเท่าไหร่ วัตถุดิบมาจากที่ไหนประเทศใด เพื่อให้เป็นข้อมูลไปเปรียบเทียบอย่างมีหลักการ เนื่องจากเห็นข่าวที่มีคนไปเสริมสวยแบบผิดหลักวิธี หรือเลือกราคาถูกโดยไม่สนใจคุณภาพและความปลอดภัย ผมจึงอยากให้ความรู้เรื่องนี้เพื่อป้องกันไม่อยากให้เกิดความเสียหายแก่ใคร หรือทำให้วงการคลินิกความงามเสียหายกันไปทั้งระบบ

 

ดังนั้น ทั้งการบรรยาย และการเขียนหนังสือนั้นถือว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่สนใจ เพื่อป้องกันความเสียหาย การได้ทำในสิ่งที่ดีที่ถูกต้องสมควรทำนั้น ถือเป็นเรื่องอิ่มเอมใจมีความสุข เพราะเราเป็นคนชอบพูดชอบอธิบายให้ความรู้ การได้เขียนหนังสือยังกระตุ้นให้เราขยันค้นคว้าหาข้อมูลใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

ดังนั้น เมื่อเรามีธรรมะในใจ การทำงานของเราก็จะดีมีความสุข มีความซื่อสัตย์ให้กับคนไข้ที่มารักษา อะไรดีว่าดี ไม่ดีก็บอกกันตรงๆ ไม่เชียร์ให้ลูกค้ามาเสียเงินกับสิ่งที่ไม่ควรเสีย การรักษาด้านความงามนั้น สำหรับผมมันคืองานศิลปะดังนั้นศิลปะต้องมีความสวย เป็นความภูมิใจของเรา ถ้างานไม่สวยคือเราเสียชื่อทำลายชื่อเสียงของเรา ถ้ามีศีลธรรมเราจะไม่ทำงานมักง่าย ไม่เอาเงินเป็นที่ตั้ง แต่เอาความถูกต้องเหมาะสมเป็นที่ตั้งด้วยและเราจะภูมิใจกับงานที่เราทำ ทำงานได้อย่างมีศักดิ์ศรีถูกต้องเหมาะสม ซึ่งศาสนาพุทธสอนมาดีในเรื่องนี้ คือเรื่องของการเดินสายกลาง ไม่มองอะไรเป็นขาวหรือดำมากเกินไป ควรมีพื้นที่ตรงกลาง เพื่อให้มีสติเท่าทันเมื่อเกิดปัญหา เตรียมรับมือได้อย่างถูกต้องดีงาม