บ้านนมแมว รีทรีท ‘ให้เวลากับร่างกายบ้าง...’

  • วันที่ 10 พ.ค. 2558 เวลา 12:20 น.

บ้านนมแมว รีทรีท ‘ให้เวลากับร่างกายบ้าง...’

โดย...ปอย

แค่หลับตานึกถึงก็มีความสุขสบายใจแล้ว มนุษย์ทุกคนชอบมองสายน้ำไหลเอื่อย ให้ความรู้สึกเย็น สบาย มีชีวิตชีวา ยิ่งเมื่ออยู่ใกล้ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความสบายใจ เราชอบมองภูเขาสูงตระหง่านดูน่าค้นหา นั่งมองแล้วใจสงบ แล้วเมื่อไรก็ตามที่เราได้ก้าวเข้าไปในสถานที่ที่มีต้นไม้ครึ้ม ยิ่งหอมกลิ่นใบหญ้าชัด ทำให้เรารู้สึกเย็นสดชื่น

...อะไรหรือที่ทำให้เราหลงใหลชื่นชมเช่นนั้นมาเนิ่นนานและดูเหมือนจะเป็นความชอบไปตลอดกาลเสียด้วย

คำตอบคือสภาพแวดล้อมโอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำมันกลายเป็น “ดินแดนลึกลับ” ที่สามารถโอบอุ้มใครก็ตามที่อยากหลีกหนีคน หนีงาน ก้าวออกไปจากชีวิตวุ่นวาย ความเร่งรีบเหนื่อยล้า เพื่อเข้าสู่โลกการพักผ่อนอย่างฟินในอารมณ์แท้จริง “บ้านนมแมว รีทรีท” ที่พักสไตล์บูติกรีสอร์ทอันแสนสงบซ่อนตัวอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ Retreat ให้หลีกลี้มาอยู่กับความสงบ อยู่กับบรรยากาศเก๋ไก๋ของสถาปัตยกรรมรูปแบบวิลล่าโมร็อกโก สีสันสดใสมีชีวิตชีวาเป็นการผสมผสานสไตล์เอเชียคัลเลอร์ ที่นี่จึงมีกิจกรรมระหว่างมาพักผ่อนต่างจังหวัดที่เก๋ได้ใจไม่แพ้กัน ทั้งขี่จักรยานท่องเที่ยวรอบๆ รีสอร์ทที่มีทุ่งทานตะวันสวยงาม ทั้งการนวดแผนไทยที่มีหมอนวดมาจัดให้คลายเมื่อยถึงที่พัก

เจ้าของที่พักสุดคูล ต้น คำนวนแสง คนเคยทำงานในวงการแฟชั่นสไตลิสต์นิตยสารชั้นนำ ที่วันนี้ผันตัวหลีกหนีแสงสีปาร์ตี้ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง เปลี่ยนเป็นนอนเร็วตื่นเช้า จุดฟินที่สุดในชีวิตช่วงนี้จึงบังเกิดจากหันมาอ่านหนังสือธรรมะตื่นเช้าตรู่มาเดินจงกรมบริเวณล็อบบี้ที่จัดวางพระพุทธรูปไว้ด้วย เป็นการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางป่าเขาเมืองกาญจน์ แล้วจากที่เคยทุ่มเททำงานหนักก็บอกว่าก็เข้าอกเข้าใจคนเมืองด้วยกันดี ว่าเวลาต้องการความสงบ ความฟิน อยากได้บริการอะไรบ้าง ที่บ้านนมแมว รีทรีท จึงจัดคอร์ส Massageขึ้นมาอีกหนึ่งกิจกรรมผ่อนคลายแก้เมื่อยล้าจากชีวิตรูทีน

โดยจัดเป็นคอร์สการนวดไทย มีให้เลือก 2 แบบ คือ นวดริมแม่น้ำแควน้อยรับลมเย็นชมวิวโอบล้อมด้วยภูเขา ใกล้ชิดธรรมชาติกันสุดๆ นอนฟังเสียงเพลงไพเราะที่เจ้าของรีสอร์ทเปิดแผ่นเสียงเพลงอินเดียคลอเคล้าให้ฟังกันชิลๆ ระหว่างการนวด เรียกว่าเป็นการสร้างอารมณ์ร่วมจากประวัติการนวดไทย ซึ่งรู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ “นวดแผนโบราณ” มีหลักฐานว่านวดแผนไทยนั้นมีประวัติมาจากประเทศอินเดีย การนวดสไตล์ติดริมน้ำนี้ ต้น เล่าว่า เป็นคอร์สโปรดปรานของนักท่องเที่ยวฝรั่งกันมาก

แบบที่ 2 เอาใจนักท่องเที่ยวไทย คือ เรียกหมอนวดเข้ามานวดรับแอร์เย็นฉำ่ในบริเวณห้องพักก็ได้ ซึ่งจะได้อารมณ์ไปในอีกแบบหนึ่ง ในวิลล่าที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพรั่งพร้อมทั้งอ่างออนเซนให้แช่ด้วย

หมอนวดใส่ยูนิฟอร์มเรียบร้อยให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือเลยทีเดียว บ้านนมแมว รีทรีท เรียกใช้บริการมาจากหน่วยงานอนามัยของแพทย์แผนไทยอบต.หนองหญ้า ซึ่งมีการส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านท้องถิ่นไปอบรมกับที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด เรียนรู้ตั้งแต่ให้เข้าใจพื้นฐานเรื่องเส้นต่างๆ ในร่างกายกับแพทย์ปัจจุบัน ก่อนไปเรียนเรื่องการนวดในตำรับนวดไทย กับหมอนวดไทยโบราณซึ่งมีอยู่ทุกท้องถิ่น

“พี่พิณ” หมอนวดหญิงรุ่นใหญ่บอกเสียงเหน่อหวานแบบคนเมืองภาคตะวันตก ทันทีที่ลงมือนวดคนจากเมืองกรุงว่า“น่องตึง ขาตึงมาก” คนทำงานจะปวดหลังกับน่อง แล้วถ้าหมอนวดเก่งๆ จับปุ๊บก็เจอเส้น (ตึง) ปั๊บ พี่พิณจัดนวดให้คอร์สใหญ่ 3 ชั่วโมง โดยเริ่มกดเปิดประตูลมใต้ตาตุ่มด้านใน ต้นขา การนวดไทยตำรับของที่นี่ ใช้วิธีผสมผสานกับการนวดแบบเชลยศักดิ์ ซึ่งเป็นการนวดในระดับชาวบ้านด้วยท่าทางทั่วไป ไม่มีแบบแผนหรือพิธีรีตองในการนวดมากนัก อีกทั้งยังสามารถใช้อวัยวะอื่นๆ เช่น เข่า ศอก เท้าเพื่อช่วยทุ่นแรงในการนวดได้

 

“นวดไทยเจ็บค่ะ คนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยชอบ ต้องใช้นวดเชลยศักดิ์มาผสมแต่เราไม่ใช้เท้า ใช้แค่แขน ศอก เป็นการนวดผ่อนคลายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าชอบเจ็บหรือปานกลางคะ?” พี่พิณจะถามก่อนลงมือนวดทุกครั้ง

การนวดไทยเป็นศาสตร์บำบัดและรักษาโรคแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย โดยจะเน้นในลักษณะการกดการคลึง การบีบ การดัด การดึง และการอบ ประคบ

“คนทำงานมีอาการปวดเมื่อยคอ-บ่า-ไหล่-หลัง การนวดจะช่วยแก้อาการให้คลายปวดเมื่อยได้ การปวดอาจเกี่ยวกับการที่ทำงานนั่งท่าเดิมๆ หรือเพ่งจอคอมพิวเตอร์นานๆ เส้นก็ตึง ไปชิดหรือรัดกระดูก และอาจไปทับเส้นประสาทบางส่วน ที่เรียกตามภาษาชาวบ้านว่ากระดูกทับเส้น แล้วถ้าปวดหลังมากๆ หมอนวดก็จะกดท้องนวดไล่ลมในร่างกาย เส้นศูนย์รวมคนเราอยู่ที่บริเวณท้องทั้งหมด เวลาทำงานเครียดก็จะปวดจุกท้อง ต้องนวดไล่ขับลมที่บริเวณท้อง

เรียกว่าเปิดประตูลมเพื่อจะได้ระบายความแน่นที่อยู่ภายในให้ลมคลายออกไปถ้านวดแล้วมีการเรอ การผายลม การหาวและในการนวดนั้นสามารถช่วยได้แล้วละค่ะ” หมอนวดพี่พิณ อธิบายว่าร่างกายเราก็เหมือนกับท่อระบายน้ำ ลมก็มีการวิ่งอยู่ภายในเส้นเลือดทั่วทั้งร่างกาย

ช่วงบ่ายๆ แบบนี้มาพักผ่อนท่องเที่ยวก็เต็มที่ เพิ่งจิบไวน์มานวดได้ไหม?พี่พิณบอกสำเนียงเสียงเหน่อหวานเช่นเคย พลางหัวเราะชอบใจว่าได้ แต่หมอกินไม่ได้ หมอนวดไทยเรามีครู ก่อนลงมือนวดก็ต้องไหว้ครู เรื่องสุรายาเมานี่ห้ามเด็ดขาดระหว่างการทำงาน

เรื่องนวดไทยนี่ถ้าคนนวดบ่อยๆยิ่งฟิน เพราะถึงเส้นจะแข็งอยู่ลึกหมอนวดลงแรงมาก ก็จะไม่เจ็บมาก แต่คนนวดไม่บ่อยหรือมานวดไทยคลายเส้นเป็นครั้งแรก ก่อนจะฟินผ่อนคลายก็ต้องร้องโอดโอยระงม ซึ่งคนไม่เคยนวดก็คงถามว่าแล้วจะนวดกันทำไม?!! คำตอบการนวดคือการปรนนิบัติร่างกายอย่างหนึ่ง

ถ้าได้หมอนวดเจ๋งๆ หมอจับตรงไหนก็ถูกจุด คนนวดก็ไม่เจ็บ แล้วยังได้รับการปรนนิบัติแก้อาการปวดเมื่อยได้ดีที่สุดอีกศาสตร์หนึ่ง ซึ่งพี่ๆ หมอนวดจะเรียกอาการปวดแบบนี้ว่า เส้นตึงเส้นชา

“นั่นหมอใช้ข้อศอกหรือคะ?!!” คนกำลังสบายส่งเสียงถามหมอ พี่พิณตอบทันใดว่า ใช้แขนค่ะ เป็นวิธีการนวดเชลยศักดิ์ ส่วนแผนไทยตำรับเราใช้นิ้วกับฝ่ามือเท่านั้น โอ้โห...นี่ขนาดใช้ท่อนแขนนาบเนื้อยังแข็งแรงแข็งโป๊กแก้เมื่อยได้ขนาดนี้ คอนเฟิร์มว่าหมอนวดริมแม่น้ำแควของเขาจัดว่าดีจริงไรจริง!!!

ข่าวอื่นๆ