หุ่นเป๊ะ จนสาวกรี๊ด สร้างได้!

วันที่ 21 เม.ย. 2558 เวลา 11:00 น.
หุ่นเป๊ะ จนสาวกรี๊ด สร้างได้!
โดย...พุสดี

ใครๆ ก็อยากมีรูปร่างที่ดีน่ามอง แต่นิยามคำว่าหุ่นดีของแต่ละคนอาจต่างกันไป คนที่มีไขมันส่วนเกินก็มองว่า คนผอมคือคนที่หุ่นดี คนที่ผอมแห้งก็มองว่าคนที่มีกล้ามเนื้อสุดลีนคือคนที่หุ่นดี คงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจะออกตามหาคนที่กล้าพูดเต็มปากว่าพอใจในรูปร่างของตัวเอง เอาเป็นว่าหุ่นจะดี จะเป๊ะหรือไม่เป๊ะ เป็นเรื่องรสนิยมความพอใจของแต่ละบุคคล แต่เชื่อเถอะว่าทุกคนสามารถมีหุ่นดีได้ แค่เริ่มต้นหันมารักตัวเอง

หุ่นเป๊ะได้ แค่เริ่มพอใจในรูปร่างตัวเอง

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีหุ่นเป๊ะสุดๆ สาวเห็นเป็นต้องกรี๊ด สำหรับ นนท์ อัลภาชน์ พิธีกรรายการกินเปลี่ยนชีวิต คอลัมนิสต์ด้านสุขภาพ และโค้ชด้าน Strength และ Condiitioning เขาให้คำจำกัดความ สำหรับหนุ่มๆ ที่อยากมีหุ่นเป๊ะอย่างน่าสนใจว่า ผู้ชายแต่ละคนมีนิยามคำว่าหุ่นเป๊ะแตกต่างกัน หุ่นเป๊ะสำหรับบางคนแค่ไม่อ้วนก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีซิกซ์แพ็ก แต่บางคนการมีซิกซ์แพ็กก็ไม่ได้หมายความว่ามีหุ่นดีแล้ว

“สำหรับผม เราจะหุ่นเป๊ะหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความพอใจของตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องฟิตหุ่นให้มีรูปร่างเหมือนที่ใครอยากให้เป็น แต่ที่สำคัญคืออยากให้พัฒนาหุ่นของตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างตัวผมเอง ถามว่าตอนนี้พอใจในหุ่นของตัวเองมั้ย ก็ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องพัฒนาต่อไปอีก”

สำหรับหนุ่มๆ ที่อยากมีรูปร่างดี นนท์แนะนำว่า แค่เริ่มจากเปลี่ยนความคิด ให้เริ่มจากตั้งเป้าหมายว่าอยากมีหุ่นแบบไหน หรือแบบใคร ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด อย่ากำหนดแค่ว่าอยากมีซิกซ์แพ็ก เพราะเป็นเป้าหมายที่กว้างและเป็นนามธรรมเกินไป ต้องเจาะจงลงไปเลยว่าจะมีซิกซ์แพ็กภายในกี่เดือน ไม่ต้องกลัวว่าจะฝันสูงเกินไป คิดไว้เสมอว่าทุกอย่างเป็นไปได้

 

“เวลามีเป้าหมายเราต้องบอกตัวเองว่าจะไปให้ถึง แต่การจะไปถึงไม่จำเป็นต้องไปถึงเลยในทันที ยกตัวเอง เราตั้งเป้าจะมีซิกซ์แพ็กภายใน 6 เดือน แต่เราอาจแบ่งเป้าหมายออกเป็น ต้องขึ้นมา 2 แพ็กใน 3 เดือน ที่เหลือค่อยตามมาให้ได้ในเวลาที่กำหนด พูดง่ายๆ คือแทนที่เราจะกระโดดก้าวเดียวไปถึงเส้นชัย เราอาจจะซอยสเต็ปเพื่อไปถึงเป้าหมายก็ได้”

เปลี่ยนความคิดแล้ว ต้องลงมือทำควบคู่กันไปทั้งออกกำลังกายและควบคุมอาหาร นนท์บอกว่า สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังมาก่อน เชื่อเถอะว่าแค่เริ่มขยับ น้ำหนักก็ลด แต่สุดท้ายก็ต้องย้อนมาดูที่จุดประสงค์ว่า อยากได้หุ่นแบบไหน อยากลดหุ่นเฉยๆ หรืออยากมีซิกซ์แพ็ก อยากมีกล้าม ก็เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม

“การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องออกให้หนัก แต่ต้องออกให้ฉลาด บางคนไปเข้ายิมทุกวัน วันละ 3-4 ชั่วโมง เพื่อคาร์ดิโอ แต่อาจลดไขมันหรือเพิ่มกล้ามเนื้อได้ไม่เท่ากับคนที่เล่นเวตเทรนนิ่งพวกท่า Compound Movement (ท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลายมัดหลายส่วน) แบบวันเว้นวัน เพราะถ้าเปรียบเทียบระหว่างคาร์ดิโอกับเวตเทรนนิ่ง อย่างหลังจะช่วยให้ผู้เล่นลดไขมัน เพิ่มกล้ามเนื้อได้ผลกว่าการคาร์ดิโอ”

อีกเรื่องคือ การควบคุมอาหาร แค่ควบคุมปริมาณและประเภทอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละวันได้ รับรองว่าหุ่นดีขึ้นแน่นอน

“ผมไม่ได้บอกว่า ต้องห้ามกินแป้ง กินขนมจุกจิก แต่อาจจะแบ่งสัดส่วนกินอาหารที่มีประโยชน์ 80% อาหารไม่มีประโยชน์อีก 20% เพราะถ้าไปคุมเข้ม 100% เวลาปล่อยกินตามใจปาก จะหลุดเยอะ เราใช้สูตรนี้เหมือนสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้กินของตามใจปากบ้าง สำคัญคือก่อนกินอะไรเราต้องชั่งน้ำหนักในใจในปริมาณแคลอรีเท่ากันเราควรกินอะไรที่เป็นประโยชน์กับร่างกายมากที่สุด ผมไม่ได้ว่ากินสลัดแล้วไม่อ้วน แต่เรากินได้ปริมาณมาก แต่แคลอรีไม่สูง เมื่อเทียบกับกินข้าว นึกง่ายๆ ว่าถ้าร่างกายเราเป็นรถยนต์ เราต้องเลือกเติมน้ำมันที่ดีที่สุดเข้าไป”

สุดท้าย นนท์บอกว่า สิ่งสำคัญของคนที่อยากมีหุ่นดีไปตลอดคือ ก่อนจะเริ่มสร้างวินัยอะไรให้กับตัวเอง ต้องคิดเสมอว่า เราจะทำพฤติกรรมนี้ไปได้ในอีก 2 เดือนมั้ย หรือทำได้แค่อาทิตย์แรก เพราะถ้าเป็นแบบหลัง สุดท้ายสิ่งที่เราทำมาก็สูญเปล่า

หุ่นสุดเป๊ะ คือ หุ่นที่สมดุล

ด้าน ฐกูร เวชพาณิชย์ เเอ็กเซ็กคิวทีฟ ไดเร็กเตอร์ P60 Urban Bootcamp ให้คำจำกัดความสำหรับผู้ชายหุ่นเป๊ะว่า ไม่ใช่แค่มีกล้ามใหญ่หรือซิกซ์แพ็ก แต่ต้องมีร่างกายที่สมส่วน

“ต้องเข้าใจก่อนว่า ร่างกายของเรามีกระดูกสันหลังเป็นแกนกลาง มีกล้ามเนื้อส่วนหน้า และหลัง ที่เราต้องทำให้สมดุล หลายคนออกกำลังกายบริหารแต่ส่วนหน้า เพื่อให้มีกล้าม มีซิกซ์แพ็ก แต่ลืมบริหารหลังให้แข็งแรงตาม ประกอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เราได้ใช้แต่กล้ามเนื้อส่วนหน้า ยิ่งทำให้ร่างกายไม่สมดุล ดังนั้นพอผู้ชายส่วนใหญ่ตั้งโจทย์ว่าจะสร้างกล้ามเนื้ออกและแขน มองข้ามกล้ามเนื้อส่วนขาซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญ และหลัง จึงมีร่างกายไม่สมดุล กระทบต่อการใช้งานของอวัยวะบางส่วนในชีวิตประจำวัน ดังนั้นสำหรับผมหุ่นที่เป๊ะ คือ หุ่นที่ได้รับการเทรนด์อย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้กล้ามเนื้อที่สมดุล”

คนที่อยากมีหุ่นเป๊ะ ต้องเริ่มจากการออกกำลังกาย ออกได้ทุกวันยิ่งดี หลายคนบอกว่าต้องออกแล้วพักบ้าง ซึ่งถูกต้อง ที่เมื่อใช้กล้ามเนื้อส่วนไหน ต้องให้กล้ามเนื้อได้หยุดพัก 48 ชม. แต่เราสามารถจัดตารางได้ เช่นวันนี้บริหารอกกับหลัง วันรุ่งขึ้นเราอาจจะเลือกวิ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้ออกและหลังได้พัก อีกวันไปเล่นอีกอย่าง พอครบ 48 ชั่วโมง ก็กลับมาบริหารอกกับหลังได้อีก แค่นี้ก็สามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน

“การออกกำลังกายในแต่ละวัน ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง หมายถึงรวมวอร์มอัพและคูลดาวน์ หักลบแล้วเท่ากับเราออกกำลังกายประมาณ 30 นาที แต่ต้องมั่นใจว่า 30 นาทีนี้เราออกกำลังกายแบบเต็มที่ จนหายใจแทบไม่ทัน เหนื่อยมากจริงๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้ใช้พลังงานที่กินมา และไขมันที่สะสมไว้ในร่างกายออกไป ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการทำงานของโกรว์ธฮอร์โมน และเทสทอสเทอโรน จะพีกที่สุดหลังจากออกกำลังกาย 35-40 นาที”

 

ส่วนการกินอาหารเน้นหลักการง่ายๆ คือ กินเข้าไปให้น้อยกว่าที่เอาไปใช้ เพื่อให้ร่างกายดึงเอาพลังงานที่กินเข้าไปและพลังงานที่ร่างกายสะสมไว้ไปใช้ การควบคุมอาหารไม่ควรลดมื้อใดมื้อหนึ่ง แต่ลดปริมารคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และไขมันลง

หุ่นไม่เป๊ะ ก็โชว์เท่ได้

ขณะที่หุ่นยังไม่เข้าที่พอจะโชว์ได้ หนุ่มๆ อาจมองหาตัวเลือก โฮลอง แอร์โลร์รี่ ซีอีโอ วิลล์เบอร์แก็ง แบรนด์ชุดว่ายน้ำสุดลักซ์ชัวรี่จากฝรั่งเศส บอกว่า ผู้ชายสมัยนี้ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมากขึ้นกว่าในอดีต จะเห็นว่าผู้ชายยุคนี้หันมาใส่กางเกงว่ายน้ำแบบเป็นกางเกงขาสั้นแทนแบบเก่าที่หน้าตาไม่ต่างจากกางเกงในมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะสามารถใส่ได้สำหรับทุกกิจกรรมในช่วงวันพักผ่อน และที่สำคัญคือ ถึงคุณจะมีรูปร่างที่ไม่เพอร์เฟกต์นักก็สามารถใส่เดินชายหาด ลงสระน้ำได้แบบไม่ต้องอายใคร เพราะเป็นทรงสากลนิยมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย”

ถามว่าเทรนด์หรือลายไหนที่กำลังเป็นที่นิยม โฮลองบอกว่า แน่นอนสำหรับคุณผู้ชาย สีน้ำเงินนาวียังเป็นสีที่มาแรง  อย่างไรก็ตาม โฮลองบอกว่า หนุ่มๆ ไม่ควรมองข้ามว่ากางเกงว่ายน้ำไม่ใช่ไอเท็มที่สำคัญ เพราะอย่างน้อยกางเกงว่ายน้ำก็เปรียบเสมือนตัวแทนความทรงจำของช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณอย่างหนึ่ง