อยู่เย็น อยู่(ให้)เป็น ในวันร้อนๆ

วันที่ 14 มี.ค. 2558 เวลา 09:04 น.
อยู่เย็น อยู่(ให้)เป็น ในวันร้อนๆ
โดย...กองบรรณาธิการ

ยังไม่สิ้นเดือน ก.พ. กรมอุตุนิยมวิทยาก็ออกมาประกาศว่า... ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยไม่มีใครสงสัย เพราะมีอากาศร้อนระอุทะลุปรอทปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจน แต่ที่ยังคงเป็นคำถามในทุกปีที่อากาศร้อนมาเยือนคือ เราจะอยู่กันอย่างไรให้เย็น (ทั้งกายและใจ)

นอกจากออฟฟิศที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำแล้ว บ้านของเราก็เป็นที่อีกแห่งที่ใช้เวลาอยู่นานที่สุดในแต่ละวัน หลายๆ บ้านอาจจะมีแอร์บรรเทาร้อน แต่ถ้าเรารู้จักวิธีปรับปรุงบ้านให้คลายร้อนได้ ก็จะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ แถมยังประหยัดค่าไฟจากการเปิดแอร์ได้อีกด้วย

ผศ.รัชด ชมภูนิช คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อแนะนำว่า มีวิธีป้องกันความร้อน และเพิ่มความเย็นให้แก่บ้านมีอยู่หลายวิธีง่ายที่สุด คือ การปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา ลองสำรวจพื้นที่ในบริเวณบ้านว่า มีพื้นที่ว่างพอสำหรับปลูกต้นไม้ใบหญ้าเพื่อลดทอนความร้อนจากแสงแดดที่ตกกระทบตัวบ้าน และบริเวณบ้านหรือไม่

ต้นไม้ทั้งต้นใหญ่ ต้นเล็ก และพืชคลุมดินล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติกลั่นกรองแสงแดดและลดความร้อนที่เกิดจากการแผ่รังสีโดยตรงจากดวงอาทิตย์ (Direct radiation) และคายความเย็นจากใบสู่สภาพแวดล้อมบ้านท่านได้เป็นอย่างดี

ข้อสำคัญอีกประการคือ บริเวณบ้านควรหลีกเลี่ยงการจัดวางลานคอนกรีต หิน กระเบื้อง ในทิศใต้และตะวันตกเนื่องจากจะเก็บสะสมความร้อนขณะรับแสงแดด และจะคายความร้อนออกมาในเวลาเย็นๆ แดดร่มลมตก ทำให้ในตัวบ้านร้อนระอุในช่วงเย็น

กางร่มให้บ้าน

แสงแดดเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับผู้คนและบ้านเรือนในเขตร้อนชื้นในประเทศไทย วิธีการที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดคือจัดหาร่มเงาแก่ตัวบ้านทั้งบ้าน หรือเฉพาะในจุดที่ต้องการ เหมือนกับเรากางร่มหรือสวมหมวกเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจากแสงอาทิตย์นั่นเอง

วิธีแก้ปัญหาสำหรับบ้านเรือนที่บรรพบุรุษของเราใช้กันมาคือการใช้กันสาด ชายคาและรูปทรงหลังคาที่สอดคล้องกับสภาพอากาศ เช่น หลังคาทรงปั้นหยา (Hip roof) จะกันแดดและฝนได้ทุกทิศทาง ขณะที่หลังคาทรงจั่ว (Gable roof)จะกันแสงแดดและฝนได้เพียง 2 ด้าน จึงต้องมีการออกแบบกันสาดหรือชายคาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ การใช้อุปกรณ์บังเงาอื่นๆ เช่น ระแนงไม้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน หรือแผงกันแดดภายนอกรูปแบบต่างๆติดตั้งที่ผนังหรือเหนือช่องแสง หน้าต่าง ทางทิศตะวันตก และทิศใต้ของตัวบ้าน หรือการใช้ผ้าม่าน มู่ลี่ภายในบ้าน จะช่วยลดปริมาณรังสีดวงอาทิตย์ได้เช่นกัน

หันบ้านเข้าหาลม

การสร้างความเย็นให้บ้านวิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องเสียสตางค์เลยคือการใช้ลมธรรมชาติช่วยพัดพาความร้อนออกไปจากตัวบ้านทำได้โดยต้องเลือกจัดวางตำแหน่งตัวบ้าน ห้องที่คนอยู่อาศัยหน้าต่าง และเครื่องเรือนให้สอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนที่ของลมธรรมชาติ ซึ่งปกติจะพัดจากตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ในฤดูร้อน และพัดจากตะวันออกเฉียงเหนือและเหนือในฤดูหนาว

ลมธรรมชาติที่นำมาใช้สำหรับอาคารควรเป็นลมที่ไม่ร้อนกว่าอากาศภายในบ้าน มิฉะนั้นจะไม่เกิดประโยชน์ทางการอยู่อาศัยแม้แต่น้อย วิธีการสร้างลมเย็นทำได้โดยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านในทิศทางลมเข้าให้มีอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าอุณหภูมิอากาศปกติ เช่น การปลูกพืชคลุมดิน ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา หรือการใช้น้ำ เป็นต้น

 

เลือกใช้วัสดุก่อสร้าง

การเลือกใช้วัสดุประกอบบ้านเรือนในเขตร้อน ไม่ควรใช้วัสดุที่มีมวลสารหนา หนัก และมีความหนาแน่นสูง เนื่องจากจะมีค่าการถ่ายเทความร้อนของวัสดุสูง ส่งผลต่อการเก็บกักความร้อนไว้ในตัวอาคารบ้านเรือน เช่น ผนังที่ก่อด้วยอิฐและคอนกรีตถือว่าเป็นวัสดุที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพการอยู่อาศัยและภูมิอากาศของประเทศไทย เนื่องจากจะเก็บกักความร้อนไว้ในเวลากลางวันและคายความร้อนออกมาสู่สภาพแวดล้อมในเวลากลางคืนซึ่งเป็นเวลาที่เราอยู่บ้าน

การเลือกวัสดุประกอบบ้านเรือนที่ดีควรเป็นวัสดุที่มีมวลสารน้อยไม่เก็บกักความร้อน เช่น อิฐมวลเบา หรือใช้ฉนวนป้องกันความร้อนติดตั้งเพิ่มเติมในระบบผนัง นอกจากนี้สีสันของอาคารบ้านเรือนที่เหมาะสมกับประเทศไทยควรเป็นสีอ่อน เนื่องจากจะมีคุณสมบัติการสะท้อนแสงและรังสีดวงอาทิตย์ที่ดีกว่าการใช้สีเข้ม ดังนั้นผนังบ้านเรือนโดยเฉพาะด้านที่มีแสงแดดตกกระทบควรเลือกใช้สีอ่อนเสมอ

ติดฉนวนกันความร้อน

การติดตั้งฉนวนกันความร้อน ปัองกันการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านโดยเฉพาะในห้องที่ปรับอากาศ เป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่งในสภาพอากาศบ้านเรา เนื่องจากจะช่วยให้สบายกาย สบายใจ และสบายกระเป๋าด้วยคุณสมบัติการลดความร้อน และลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมีผลต่อการลดค่าไฟฟ้าในบ้าน

ทั้งนี้ ต้องเลือกฉนวนให้มีคุณสมบัติเหมาะกับการใช้งานเช่น ฉนวนใยแก้วจะมีคุณสมบัติลดการถ่ายเทความร้อนส่วนฉนวนแบบฟอยล์จะป้องกันความร้อนด้วยการลดการแผ่รังสีความร้อนลงสู่ภายในพื้นที่ ส่วนตำแหน่งการติดตั้งฉนวนถ้ามีงบประมาณจำกัดควรเริ่มต้นจากใต้หลังคาซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดในปริมาณมากตลอดทั้งวัน แล้วค่อยติดตั้งในบริเวณผนังด้านทิศใต้และตะวันตกเป็นลำดับต่อมา

แม้จะปรับแต่งบ้านให้เย็นขึ้นแล้ว แต่บางทีเราก็ไม่สามารถอยู่กับบ้านได้ทั้งวัน ในหน้าร้อนอย่างนี้ ไปไหนมาไหนก็ต้องหาที่เย็นๆ ไว้ก่อน ถ้าไม่ไปช็อปรับแอร์เย็นๆ ในห้างสรรพสินค้าแล้ว ร้านรวงต่างๆ ที่ตกแต่งสร้างบรรยากาศให้ร่มเย็นก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

กินอยู่เป็น (และเย็น) กับธรรมชาติ

นอกจากบ้านแล้วเวลาส่วนหนึ่งของคนกรุงก็อยู่กับการกินและร้านอาหาร ในเวลาที่คนจำนวนหนึ่งให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อใช้ธรรมชาติที่มีอยู่เป็นเครื่องมือช่วยสร้างความเย็น ร้านอาหารหลายๆ ร้านก็ออกแบบเพื่อให้เย็นโดยอาศัยธรรมชาติ

ร้านอาหาร เดอะ เนเวอร์ เอ็นดิ้ง ซัมเมอร์ นับเป็นหนึ่งในร้านที่ติดโผเรื่องความสวยงามในการตกแต่ง ทั้งยังใช้ที่ตั้งซึ่งแวดล้อมด้วยธรรมชาติคือ แม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นประโยชน์ทุกวันทุกคนที่มาเยือนจะได้สัมผัสลมเย็นของแม่น้ำ ยิ่งช่วงหัวค่ำแล้วละก็กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กให้ได้แชะแอนด์แชร์

ร้านนี้ตั้งอยู่ในโครงการเดอะ แจม แฟคทอรี่ คลองสาน ใกล้ท่าเรือคลองสาน จากโกดังเก่าเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นร้านอาหารที่สวยงามน่าทึ่ง ตกแต่งในอารมณ์วินเทจกับโมเดิร์นผสมผสานกันอย่างลงตัว แม้ว่าร้านจะไม่ติดแม่น้ำเสียทีเดียว แต่ก็ได้ออกแบบโดยดูทิศทางลม สร้างที่นั่งพักให้ชมวิวและรับลมจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ การตกแต่งภายนอกยังคงความดิบของโกดังไว้ รู้สึกเรียบง่าย แต่ดูมีรายละเอียดของผนังอิฐ  ผนังปูนเปลือย ให้เห็นถึงอายุเก่าแก่ของโกดังและลดความแข็งกระด้างลงด้วยเฟิร์นห้อยระย้า ให้ความรู้สึกชุ่มชื่น บรรยากาศผ่อนคลายดับร้อนได้ และด้วยหลังคาสูงและโปร่งของโกดัง ทำให้แสงธรรมชาติจากภายนอกสาดส่องเข้ามา จากหลังคา Skylight ตลอดทั้งอาคาร เป็นการรับ-เล่นกับแสงธรรมชาติได้ดี

 

อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งจะทำให้คุณได้ใช้ชีวิตสโลว์ๆ เนิบๆ เย็นๆ ใจคือ ภูริตัน ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่พลุกพล่านในซอยอารีย์ 5 เป็นบ้านของ นิค-ภูริณัฐ ตันตินันท์ธนา ก่อนปรับให้เป็นร้านอาหารชื่อ ภูริตัน ไปด้วยในตัว ที่แห่งนี้จึงให้บรรยากาศความเป็นบ้านอย่างครบถ้วน ภูริตันยังให้บรรยากาศความร่มรื่นของสวนหน้าบ้านต่อเนื่องไปจนถึงการจัดสวนในบ้านได้อย่างกลมกลืน เรือนกระจกใสกึ่งเอาต์ดอร์สไตล์ลอฟต์ให้ความรู้สึกเหมือนเดินในสวนเพาะชำ เพดานสูง 7 เมตรที่ตกแต่งด้วยต้นไม้ฟอร์มใบสวยหลากหลายชนิด เพราะเจ้าของร้านชอบปลูกต้นไม้ ชอบเดินหาซื้อต้นไม้ ลงมือปลูกและเฝ้ามองการเติบโตของต้นไม้ สวนทั้งนอกบ้านและในบ้านจึงเขียวสดใสให้ความร่มรื่นได้ในทุกฤดู

ไม่ว่าอากาศด้านนอกจะร้อนแค่ไหน แต่ทันทีที่ก้าวถึงหน้าร้านภูริตันจะสัมผัสถึงความสดชื่นด้วยสีเขียวของต้นไม้ที่ชวนให้นั่งชิลอยู่ในนี้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ ได้บรรยากาศที่พักอาศัยอันน่ารื่นรมย์และเป็นร้านอาหารที่สโลว์ไลฟ์ และเป็นสถานที่ต้นแบบของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีกลางเมืองใหญ่

อีกหนึ่งร้านอาหารที่มาแล้วจะพบแต่ความร่มรื่นในพื้นที่สวนหลังบ้านคือ ไนน์ตี้ไนน์ เรสต์ แบ็คยาร์ด คาเฟ่ โดยแนวคิดการออกแบบนั้นเจ้าของต้องการเชื่อมโยงกับวิถีลูกบ้านที่อาศัยอยู่ ณ หมู่บ้าน 99 เรสซิเดนซ์ พระราม 9ซอย 41 จึงเนรมิตให้เป็นที่พักผ่อนและเป็นที่สังสรรค์ เป็นร้านที่ตั้งอยู่กลางความร่มรื่นของสวนสไตล์ทรอปิคอลหรือสวนป่าและสระน้ำ

สำหรับการแบ่งพื้นที่สวน ด้วยข้อจำกัดที่ไม่ใช่พื้นที่ขนาดใหญ่ เจ้าของจึงคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยให้มากเข้าไว้ด้านหน้าจัดเป็นสวนป่า พรรณไม้ตั้งเรียงรายดูน่าชม มีทั้งไม้ใหญ่และไม้ดอก เน้นชนิดที่ดูแลรักษาง่าย ทางเดินเข้าร้านอาหาร มีการไล่ระดับจากพื้นถนน เปลี่ยนอารมณ์ให้รู้สึกถึงธรรมชาติด้วยการวางเป็นพื้นหิน จากนั้นก็ค่อยๆ ปรับสู่พื้นดินบริเวณสวนป่า

ขณะที่สวนด้านหลัง ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญ มีการจัดวางพรรณไม้แบบหลวมๆ มีโซนโต๊ะอาหารในบรรยากาศเอาต์ดอร์เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและชิดใกล้กับธรรมชาติเต็มอิ่ม พร้อมทั้งยังเหลือพื้นที่เป็นสนามหญ้าขนาดย่อม กรณีมีกิจกรรมต่างๆ หรือจัดปาร์ตี้ส่วนตัว ก็ใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้ได้อย่างสะดวก

ถ้าผ่านมาแถวสุขุมวิท ลองเลี้ยวเข้ามาใน ซอยสุขุมวิทระหว่าง 59-61 สังเกตปากซอยเป็นคอนโดฟูลเลอตัน เข้าซอยเพียงเล็กน้อย จะพบกับ เดอะ การ์เดน ออฟ ดินสอ พาเลซ ร้านอาหารบรรยากาศดีด้านขวามือ นอกจากทำเลร้านจะตั้งอยู่ในพื้นที่เดิมของวังดินสอ ผืนดินที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้เป็นที่ประทับของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารำไพประภา ก่อนจะมีการรีโนเวตเป็นร้านอาหาร เมื่อก้าวเข้ามาในบริเวณร้านจะสัมผัสได้ถึงความสงบร่มรื่นของสวนสวยแสนโรแมนติก ที่ทำให้แทบลืมไปเลยว่ากำลังยืนอยู่ในย่านธุรกิจ

 

ณัฐวดี เกตุเหมือน เจ้าของร้าน บอกว่า ตั้งใจให้ร้านนี้โอบล้อมไปด้วยสวนสวย ประดับประดาไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ โดยพื้นที่สีเขียวที่เรามีอยู่ตอนนี้ จัดไว้เป็นที่นั่งเล่นพักผ่อน โดยทางร้านจะจัดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้ในสวนหน้าร้านเพื่อให้ลูกค้านั่งรับลมสูดออกซิเจนได้เต็มที่ อยากให้ลูกค้าที่ไม่ว่าจะนั่งด้านนอกหรือด้านในได้ใกล้ชิดกับสวน เพียงแต่ด้านในก็จะเป็นสวนติดแอร์

วิธีบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวในร้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ณัฐวดีบอกว่า เริ่มตั้งแต่การวางเลย์เอาต์ในการปลูกต้นไม้อย่างดี เพื่อให้ร้านของเรามีพื้นที่รับลมเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ได้

“เราคำนวณแล้วว่าร่มไม้จะถึงกันแต่ไม่รกจนเกินไป เราจะลงต้นไม้ทั้งต้นใหญ่ๆ ที่ให้ร่มเงาและต้นเล็กๆ ที่ให้ดอกสวยงาม อีกอย่างด้วยความที่เราเป็นพื้นที่สีเขียวที่อยู่ท่ามกลางคอนโดมิเนียมต่างๆ จึงทำให้ได้ร่มจากตึกเหล่านั้นด้วย แถมมีลมพัดตลอดเวลาด้วยเพราะลมไปที่อื่นไม่ได้มีแต่ตึกเลยต้องมาบ้านเราแทน”

ด้วยการออกแบบที่อยู่อาศัย (และที่กิน) โดยพึ่งพิงกับธรรมชาติ น่าจะทำให้หน้าร้อนนี้ไม่ร้อนเกินจะทน

ดูแลตัวเองในวันร้อนๆ

นอกจากจะดูแลที่อยู่อาศัย ในฤดูร้อนเราก็ต้องดูแลตัวเอง เพื่อให้ผ่านคืนวันร้อนๆ ไปได้อย่างสุขภาพดี

สมุนไพรดับร้อน : อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดับร้อนได้โดยเฉพาะสมุนไพรซึ่งนำมาต้มเป็นเครื่องดื่ม ดับกระหายสู้ฤดูร้อนได้เป็นอย่างดี ใบเตย สามารถนำไปคั้นทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ก็จะได้น้ำสมุนไพรแสนหอม มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจแก้โรคเบาหวาน ช่วยลดอาการกระหายน้ำ และที่สำคัญคือชุ่มคอด้วย ใบบัวบก สรรพคุณช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้นและลดอาการอักเสบ แต่หากต้องการสู้กับอากาศร้อนขอแนะนำให้นำใบบัวบกมาทำน้ำสมุนไพร เติมความหวานด้วยน้ำเชื่อมนิดๆหน่อยๆ นอกจากดับกระหายยังช่วยลดความดันโลหิตอีกด้วยมะตูม นิยมทำเป็นน้ำสมุนไพรและเป็นชาที่มีกลิ่นหอม มีสรรพคุณเป็นยาระบาย ขับลม ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการท้องเฟ้อขับเสมหะ แก้อาการร้อนใน และที่สำคัญคือดับกระหายได้ดี

กระเจี๊ยบ หากเราเอาไปต้มพร้อมด้วยเติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมเล็กน้อย เราก็จะได้น้ำกระเจี๊ยบที่นอกจากจะทำให้ดับกระหายได้ดีแล้ว ยังช่วยขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร และเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย อัญชัน คนนิยมนำดอกมาใช้ทำยาปลูกผม เมล็ดไปทำยาระบาย ส่วนดอกอัญชันทำเป็นน้ำสมุนไพรดับร้อนได้ ยังช่วยการไหลเวียนโลหิต ต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจ และสายตาเฉาก๊วย มีสรรพคุณแก้ร้อนใน ขับเสมหะ และถ้าหากดื่มหรือกินเป็นประจำจะช่วยลดอาการความดันโลหิตและโรคเบาหวานได้ด้วย เก๊กฮวย นิยมนำไปทำเครื่องดื่มสมุนไพร สรรพคุณของดอกเก๊กฮวยนอกจากจะดับกระหายแล้ว ยังช่วยแก้ร้อนใน ขับลมแก้ปวดท้องและยังช่วยป้องกันโรคความดันสูงอีกด้วย

โรคต้องระวัง : ช่วงฤดูร้อนมาเยือน ยังต้องดูแลสุขภาพโรคภัยไข้เจ็บให้ดี กระทรวงสาธารณสุขให้ระวัง 6 โรคประจำที่มักเกิดขึ้น ได้แก่ อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ อุจจาระร่วง ไทฟอยด์บิด และ ไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งเป็นผลมาจากแบคทีเรีย ที่เจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าร้อน ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ตัวเลขจากกรมควบคุมโรค เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมามีผู้ป่วยจากทั้ง 6 โรค มากถึง 1.2 ล้านคน โดยพบมากที่สุดคือโรคอุจจาระร่วง ส่วนในปี 2558 นี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึงสิ้นเดือน ก.พ.พบผู้ป่วย 6 โรครวม 1.7 แสนคน ในทุกวัย

นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อที่ง่ายที่สุดก็คือ ยึดหลัก “กินร้อนช้อนกลาง และล้างมือ” โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ใช้ช้อนกลางตักอาหารร่วมกัน ล้างมือทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม ทำความสะอาดครัวปรุงอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำที่สะอาดหรือน้ำต้มสุก

ขณะที่อาหารที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน ได้แก่อาหารที่มีกะทิเป็นส่วนผสม เนื่องจากบูดเสียง่าย ไปจนถึงอาหารทะเล ส้มตำ ยำ และอาหารทีปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบก้อยหรืออาหารที่มีแมลงวันตอม เนื่องจากเป็นศูนย์รวมของเชื้อโรค

 

สำหรับอาการป่วยของโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ อาการของผู้ป่วยจะคล้ายๆ กัน มักถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำหรือมีมูกปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ในการดูแลผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงทั่วๆ ไป ขอให้รับประทานอาหารตามปกติ ไม่ควรงดอาหารเพื่อให้มีสารอาหารที่จำเป็นไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย และควรเป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืดและให้ดื่มผงน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอสแทนน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้นยังถ่ายบ่อย อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ มีไข้สูง หรือถ่ายอุจจาระเป็นมูกปนเลือด ให้รีบไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือแพทย์

ส่วนการดูแลเด็กเล็กที่อุจจาระร่วง ขอให้ผู้ปกครองป้อนอาหารเหลวบ่อยๆ เช่น น้ำข้าวต้ม น้ำแกงจืด และกินนมแม่ได้ตามปกติ กรณีของเด็กที่กินนมผสม ให้เจือจางนมผสมเหลือครึ่งหนึ่งของปกติที่เคยได้รับ จิบน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่บ่อยๆและให้อาหารที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม อาการเด็กจะค่อยๆดีขึ้นเป็นปกติได้ภายใน 8-12 ชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึ้น เช่นถ่ายเหลวไม่หยุด เด็กซึมลง ปากแห้งมาก ปัสสาวะสีเหลืองเข้มให้พาไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้านทานโรคน้อย เสี่ยงชีวิตได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น

วิธีดูแลผิวช่วงหน้าร้อน : นพ.เวสารัช เวสสโกวิท คณะกรรมการอำนวยการสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยบอกว่า ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงฤดูร้อน มี 2อาการ คือ อาการผิวหนังไหม้เกรียมจากแสงแดด และผดขึ้นตามผิวหนัง โดยอาการผิวไหม้เกรียมนั้น วิธีแก้คือ ค่อยๆออกแดดทีละนิด เพื่อให้ผิวหนังคุ้นเคยกับแสงแดด ก่อนจะโดนแสงทีเดียวครั้งละมากๆ

ส่วนการป้องกันตัวเองจากอาการผดผื่นขึ้นตามผิวหนังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะอบร้อน เช่น ผ้าร่ม ไม่ควรใส่เด็ดขาด โดยควรเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะโปร่ง และให้ความร้อนผ่านได้ดี จะทำให้อาการผดเกิดได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนสถานที่อย่างรวดเร็วจากบริเวณที่อยู่ในห้องแอร์ และออกไปยังที่มีอากาศร้อนทันที เพราะผดสามารถเกิดขึ้นได้รวดเร็วมาก

สำหรับวิธีแก้อาการผิวไหม้ หรือผดตามผิวหนังคือ ต้องเลือกครีมทากันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิวหนังมากที่สุด โดยหากออกแดดนาน ต้องพิจารณาครีมกันแดด ที่มีค่า PA+++ ซึ่งสามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตไม่ให้เข้ามาทำอันตรายกับผิวหนังได้ดี ขณะเดียวกันต้องเลือกครีมกันแดด ที่มีค่า SPFที่เหมาะสมกับตัวเองในแต่ละวัน เช่น หากอยู่ในเมือง ออกแดดแค่ช่วงกลางวันไม่นาน ก็ให้เลือกใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF 15PA+ และPA++