สุขสมดุลด้วยโยคะ

วันที่ 01 มี.ค. 2558 เวลา 12:48 น.
สุขสมดุลด้วยโยคะ
โดย...ชลิตา เฟื่องอารมย์ เรียบเรียง พาแลง

ถ้ามีใครถามว่าตอนนี้เรามีความสุขดีไหม? ก็มักจะบอกเขาไปว่า ชีวิตตอนนี้มีความสุขดี ก็กำลังวางแผนว่าจะมีน้อง ซึ่งนอกจากจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้ว สภาพจิตใจก็ต้องไม่เครียดด้วย ซึ่งวิธีเตรียมร่างกายและจิตใจของแนน รวมอยู่ในกิจกรรมที่เราทั้งรักและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำ นั่นก็คือ “โยคะ” เพราะไม่ว่าจะผ่านเรื่องอะไรมา พอมาฝึกโยคะเรารู้สึกว่าได้อยู่กับตัวเอง และมีความสุขที่ได้ฝึก ได้เห็นพัฒนาการของตัวเองไปเรื่อยๆ และมีความสุขที่สุดเมื่อได้เห็นความมหัศจรรย์ในร่างกายของเราเอง

ทุกวันนี้พยายามจะจัดสมดุลระหว่างโยคะและการดูแลครอบครัวให้อยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่พอดี ซึ่งก่อนหน้านี้เราค่อนข้างจะทุ่มเทให้โยคะค่อนข้างมาก เรียกได้ว่าชีวิตก่อนแต่งงาน เราอาจจะเทให้โยคะจาก 100 เราเทให้ 80 แต่พอแต่งงานแล้วก็คิดเรื่องการมีลูก ก็ต้องหันกลับมาดูแลตัวเองและดูแลครอบครัว จัดสมดุลให้พอดี 50/50 ไม่ให้เทไปด้านใดด้านหนึ่งเสียทีเดียว เพราะเราเห็นบางคนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไปหาโยคะอย่างเดียวแต่ครอบครัวแตกสลาย ดังนั้นความสุขของแนนคือการได้เล่นโยคะและดูแลครอบครัวไปด้วย เป็นการบาลานซ์ชีวิตที่ดีมากๆ ตอนนี้

แต่ก่อนจะได้มารู้จักกับโยคะ การจัดการปัญหาของแนนก็ไม่ได้หวือหวานะคะ เพราะแนนเป็นคนชอบอยู่กับตัวเอง เวลาเกิดปัญหาขึ้นมาจะไม่ฟูมฟาย ไม่ตีโพยตีพาย จะใช้ความนิ่งของเราย้อนกลับมาดูว่าทุกปัญหาน่าจะมีทางออก ซึ่งเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป ถ้าเป็นความผิดที่แก้ไขไม่ได้ก็ปล่อยเลยตามเลย แต่ถ้าเป็นความผิดที่เกิดจากตัวเองก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก

 

หลายคนบอกว่า ดีจัง! ที่เจอความสุขของตัวเอง แต่ต้องบอกว่าแนนใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าใจโยคะ เพราะแนนฝึกโยคะมา 20 ปีแล้ว แต่กว่าจะค้นพบคำตอบของความสุขก็นานเกือบๆ จะ 10 ปีทีเดียวค่ะ ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่รู้หรอกว่าดียังไง ฝึกแล้วเรามีความสุข หรือแฮปปี้แค่ไหน แต่เมื่อเราโตขึ้น รู้จักที่จะอยู่กับลมหายใจตัวเอง ก็ค่อยๆ เรียนรู้ว่าเวลาที่เราอยู่ด้วยตัวเอง อยู่ดูลมหายใจของตัวเองมันสุข จะรู้สึกว่าสติมา สมาธิเกิด

ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดคือตอนเช้า การบริหารความสุขของแนนคือ หลังจากตื่นก็จะฝึกโยคะก่อนเลย เริ่มวอร์มร่างกาย ประมาณ 6 โมงเช้า ฝึกอยู่ด้วยตัวเองคนเดียว 1 ชั่วโมง พอฝึกเสร็จก็ไปอาบน้ำ การได้ทำแบบนี้จะทำให้แนนรู้สึกสดชื่นไปทั้งวัน มีพลังไปทำงานต่อ ไม่เพลีย ไม่เหนื่อย แนนรู้สึกว่าถ้าเราตื่นมาอย่างมีความสุข มีพลังชีวิตให้กับตัวเอง การงานต่างๆ ก็จะราบรื่น แต่ถ้าเกิดตื่นมาแล้วพบว่าทำไมวันนี้หม่นๆ เศร้าๆ มันเหงาหรือห่อเหี่ยว ต่อไปทำอะไรมันก็จะไม่ดี

แนนจะพูดกับคนที่อยากจะฝึกโยคะเสมอว่า สำหรับคนที่อยากฝึกโยคะหรือกำลังฝึกโยคะอยู่ สำหรับศาสตร์นี้แล้ว 99% เกิดจากการฝึกฝน และอีก 1% จากทฤษฎี ซึ่งเราเองก็ทำแบบนั้นมาตลอด ตอนนี้แนนฝึกโยคะแบบอัษฎางค์โยคะ (Ashtanga Yoga) อยู่ในขั้นที่ 3 จาก 6 ขั้น ซึ่งในเมืองไทยยังมีไม่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องไปฝึกกับคุณครูทุกเสาร์อาทิตย์เพื่อแก้ไขท่าที่เรารู้สึกว่าเราติดขัด ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้เราพัฒนามากขึ้น ซึ่งวันธรรมดาก็จะฝึกด้วยตัวเองทุกวันอย่างน้อยก็ในช่วงเช้าที่ได้เล่าไปด้านบน

แนนทุ่มเทให้โยคะมา 20 ปี รับรู้ความสุขจากโยคะมา 10 ปี วันนี้จากนักเรียนมาเป็นผู้ช่วยครู เพราะอยากถ่ายทอดให้คนที่รักโยคะเหมือนกัน อยากให้เขาได้เห็นความมหัศจรรย์ของร่างกายและจิตใจตัวเองเหมือนที่เราได้รู้สึก