รูท การ์เด้น ปฐมบทฟาร์มฮิปสเตอร์

วันที่ 12 ก.พ. 2558 เวลา 11:08 น.
รูท การ์เด้น ปฐมบทฟาร์มฮิปสเตอร์
โดย...ภคินัย ฟักฉ่ำ

เมื่อความเจริญก้าวนำธรรมชาติ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ป่าคอนกรีต เด็กสมัยใหม่ที่โตขึ้นมากับอินเทอร์เน็ต ตื่นมาก็ก้มหน้าจดๆ จ้องๆ นิ้วจิ้มโทรศัพท์ เอะอะก็เดินเข้าห้างนั่งตากแอร์ คงไม่แปลกหากจะไม่เคยได้สัมผัสกับบรรยากาศความเป็นบ้านนอกในแบบเมืองกรุง ที่ยังมองเห็นทุ่งข้าวรวงทอง ได้ออกมาวิ่งเล่นเท้าเปรอะดิน อากาศร้อนก็กระโดดน้ำดำผุดดำว่ายตามลำคลอง จนกระทั่งกาลเวลาได้พัดพาสิ่งเก่าไปสิ่งใหม่มา พื้นที่ที่เคยได้วิ่งเล่น ต้นไม้ใหญ่ที่เคยให้ร่มเงาหายไป แปรเปลี่ยนเป็นป่าคอนกรีต

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ถูกปล่อยทิ้งว่างให้รกร้างโดยไม่ก่อประโยชน์ใดๆ หรือไม่ก็กำลังจะถูกดำเนินการสร้างให้กลายเป็นตึก จึงเป็นเหตุผลให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มคนที่เห็นความสำคัญของผืนดินโดยคำนึงประโยชน์ของสาธารณะเป็นที่ตั้ง ซึ่งพวกเขาได้เริ่มบางสิ่งขึ้น ณ สุขุมวิท ที่รู้ๆ กันดีว่าเป็นถนนสายหลักย่านเศรษฐกิจ โดยเริ่มสร้างพื้นที่ชุมชนสีเขียวตรงบริเวณปากซอยทองหล่อ 3 บนพื้นที่กว่า 300 ตร.ม.

เริ่มจากเนรมิตพื้นที่ย่านเศรษฐกิจนี้ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ มีการปลูกผักแบบคนเมือง มีฟาร์มไก่และคอกแพะ บ่อปลากับนาข้าว ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “Root Garden พลิกฟื้นผืนดินไทย” และคงจะแปลกตาไม่น้อยสำหรับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ที่ได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งว่ายทวนวิธีของคนเมืองที่รวดเร็วและเร่งรีบ มาเป็นการใช้ชีวิตแบบช้าๆ เหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา ดังภาพบรรยากาศเดิมๆ ที่เข้ามากระแทกความรู้สึกของ สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียนนักวิชาการด้านการเงินที่เติบโตมาในละแวกนี้ ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศเก่าๆ ในยุคนั้น...

 

“หากย้อนกลับไป 30 ปี ย่านนี้คงเป็นบ้านนอกในเมืองกรุง (หัวเราะ) มีแต่ต้นไม้กับทุ่งหญ้า ห้องแถวสภาพเดิมๆ รถรายังไม่มากขนาดนี้ ยังคงเป็นพื้นที่ให้ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ  ในช่วงเวลานั้นฟุตปาทยังคงไม่จำเป็นเพราะไม่มีมันก็เดินได้ แต่ทุกวันนี้มีฟุตปาทแต่กลับเดินไม่ได้ กับสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นอาจเพราะเราไม่เคยตั้งคำถามกับมันว่า ทำไมค่าครองชีพมันถึงสูงขึ้น แล้วเมื่อไหร่จะหาจุดที่ชนเพดานได้ คอนโดจะถูกสร้างขึ้นอีกกี่โครงการ รถจะมีมากขึ้นอีกกี่ล้านคัน หรือต้องรอจนมันสุดทางที่จะไปต่อ ท้ายที่สุดแล้วคำตอบคงออกมาที่คำว่าการบริหารการจัดการ” เธอสะท้อนให้เห็นภาพในอดีตด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ตราบใดที่ดินย่านสุขุมวิทยังคงสร้างรายได้ให้มหาศาล จะมีสักกี่คนกันที่จะยอมเอาแผ่นดินทองมาใช้เพื่อการเกษตร แทนที่จะไปสร้างอย่างอื่นเพื่อทำกำไร แต่นั่นตรงข้ามกับความคิดของ สันติสุข โสภณสิริ ประธานกรรมการมูลนิธิไชยวนา ที่เปิดพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นโมเดลในการเกษตรกลางเมือง ในฐานะเจ้าของพื้นที่เขาเล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่ยอมมอบที่ดินให้รูท การ์เด้น ว่า ตั้งใจจะให้พื้นที่ตรงนี้ทำประโยชน์เอื้อแก่สาธารณะ

“ในเมื่อมันเคยเป็นพื้นที่ธรรมชาติไว้คอยให้นกกามาอาศัยหากินหลับนอน เคยเป็นที่ของธรรมชาติ เมื่อมีการติดต่อเข้ามาเพื่อการปฏิรูปพื้นดินให้คนรู้จักเห็นคุณค่าของแผ่นดิน เราจึงตัดสินใจมอบให้ซึ่งมันตรงกับความตั้งใจของครูองุ่น มาลิก ผู้ก่อตั้งมูลนิธิไชยวนา”

สันติสุขเล่าให้ฟังเพิ่มเติมอีกถึงครั้งที่กรุงเทพฯ ยังเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำมีที่ทำสวนทำนา “หนึ่งเลยคืออาจเพราะการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ย่านนี้มันจึงเป็นอย่างปัจจุบัน อีกเรื่องคือการที่เราพัฒนาไปในทิศทางเศรษฐกิจมากกว่าวิถีชีวิต มันจึงเริ่มมีถนนแบบตะวันตกแต่เปลี่ยนแปลงไม่เหมือนอย่างตะวันตก ที่เอาความทันสมัยเข้ามาอยู่ภายในและแสดงความเก่าแก่อยู่ภายนอก ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เมืองเวนิสประเทศอิตาลีที่ปรับปรุงให้ใหม่ แต่คงความเป็นเอกลักษณ์แบบเดิมไว้ และในปัจจุบันยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย”

อีกครั้งกับภาพที่ตอกย้ำว่าสังคมเมืองเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อ ตุล ไวฑูรเกียรติ นักร้องนำแห่งวงดนตรีสุดแนว อพาร์ตเมนต์คุณป้า พูดให้ฟังว่า ในวัยซุกซนตัวเขาเองที่เคยหาความสุขจากการได้เตะบอล ปั่นจักรยานกับเพื่อนในซอย สัมผัสวิวทิวทัศน์ที่ยังคงวิถีชีวิตเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แต่ด้วยความเจริญของสังคมเมืองที่ไร้แบบแผน ทำให้สิ่งเหล่านั้นไม่หลงเหลือ ถึงวันนี้เด็กๆ รุ่นหลังไม่เหลือแม้แต่มีพื้นที่อย่างสวนสาธารณะให้วิ่งเล่น

“ผมว่าจริงๆ การเติบโตของสังคมเมืองมันมากเกินความจำเป็นหรือเปล่า อย่างคอนโดที่เกิดขึ้นถ้าลองไปดูห้องที่ไม่มีคนพักมีอยู่กี่ห้อง ความต้องการที่จะสร้างคอนโดมันมีเกินความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยหรือเปล่า ราคาที่ดินขยับสูงขึ้น ค่าครองชีพมันถูกผลักดันจนสูงเกินความจำเป็น ขยับตัวไปทางไหนก็มีแต่เสียเงิน ไม่มีสวนสาธารณะให้พอได้ออกกำลังกาย ยกตัวอย่างชีวิตที่ไร้ทางเลือกอย่างแถวทองหล่อ เพราะไม่มีสวนสาธารณะให้นั่งพักจำต้องเดินเข้าห้าง กินข้าวในห้องแอร์ มันเป็นชีวิตที่สำเร็จรูป”

การที่ได้ลุกมาทำอะไรโดยไม่ต้องรอให้สังคมมาบอก แม้ในบางครั้งคนอื่นอาจะมองว่าเป็นเรื่องตลก แต่ในเรื่องตลกอาจจะจุดประกายให้ใครบางคนก็ได้ รูท การ์เด้น แห่งนี้จึงเป็นการท้าทายวิถีชีวิตในปัจจุบัน “เราจำเป็นที่จะต้องเชิญคนรุ่นใหม่มาร่วมกิจกรรมทีละเล็กทีละน้อย ไม่จำเป็นจะต้องเอาต้นข้าวต้นหญ้าไปยัดใส่มือ เพราะมันไม่ได้ตรงกับชีวิตของเขา ลองชวนคนรุ่นใหม่เข้ามาใกล้ชิดกับธรรมชาติให้เขาได้มีโอกาสสัมผัสกับผืนดิน ให้พวกเขาได้ลองมีวิถีชีวิตแบบอื่นดูบ้าง” ศิลปินหนุ่มพูดทิ้งท้าย

 

เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มหนุ่มสาว ที่มีแนวคิดดังกล่าวผลิดอกออกผล รูท การ์เด้น จึงเป็นเหมือนการนำหนังม้วนเก่ากลับมาฉายใหม่ ให้ได้สัมผัสจับต้องถึงวิถีชีวิตแบบพึ่งพาอาศัย ช่วยกันปลูกผัก หยิบกระบวยรดน้ำ พรวนดิน จับกล้าปักชำ ให้อาหารปลา ป้อนน้ำป้อนข้าวให้ไก่และแพะได้อิ่มท้อง รอเวลาผ่านพ้นมาถึงฤดูเก็บเกี่ยวก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ มีจักรยานไว้ปั่นส่งผลิตผลทั้งไข่ไก่ทั้งพืชผัก ซึ่งผลผลิตทั้งหมดที่โครงการเริ่มขึ้นจะถูกดูแลโดยกลุ่มอาสาสมัครที่ต้องการจะพลิกฟื้นผืนดินและสร้างที่นี่ให้เป็นโมเดลชุมชนสีเขียวที่ในอนาคตจะเป็นเครือข่ายพืชผักปลอดสารใจกลางกรุง

สวนผักใจกลางทองหล่อ ไม่เพียงสร้างชีวิตให้ตัวเอง แต่ยังคงแพร่ขยายไปสู่คนรอบข้าง อีกทั้งยังคงเป็นแหล่งรายได้ให้กับคนไร้บ้านได้เข้ามาทำงาน เป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชนเมือง ในอนาคตอันใกล้โครงการแห่งนี้จะเป็นพื้นที่เรียนรู้ของผู้ที่สนใจด้านการเกษตรที่ใช้ประโยชน์ที่ดินรกร้างด้วยต้นทุนต่ำ ทั้งยังเตรียมเปิดตัวเป็นคาเฟ่ และเป็นช่องทางการตลาดสำหรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปผลิตผลจากโครงการ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมือง เพื่อนำเงินมาทำให้โมเดลนี้ประสบผลสำเร็จ

นอกจากเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรของคนเมือง สถานที่แห่งนี้ยังเป็นศูนย์สนับสนุนและผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.ที่ดิน 4 ฉบับของคนจน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักที่ชี้ให้เห็นปัญหาของการปล่อยที่ดินให้รกร้างว่างเปล่า อันเป็นสาเหตุการกระจุกตัวของรายได้ และโอกาสในการเข้าถึงที่ดินของคนเฉพาะกลุ่ม และที่สำคัญนี่ยังเป็นโครงการที่สะท้อนให้เห็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องถือครองที่ดิน

รูท การ์เด้น ถือเป็นการเริ่มต้นสิ่งที่เรียกว่าทวนกระแสที่สุดในสังคมเมืองในเวลานี้ นั่นเป็นสิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นความสำคัญของวิถีชีวิตธรรมดาๆ อันแสนเรียบง่ายที่หายไปแสนนาน

โครงการ รูท การ์เด้น สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น. หยุดวันจันทร์วันเดียว ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook.com/Thai.landreform หรือโทร. 08-1638-5894