ฟีเวอร์บอลไทย ชูแบรนด์กีฬาไทย...Go AEC

  • วันที่ 22 ม.ค. 2558 เวลา 16:55 น.

ฟีเวอร์บอลไทย ชูแบรนด์กีฬาไทย...Go AEC

โดย...พริบพันดาว

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ. 2558 นี้ ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา โดยมีเกาหลีใต้ ชุดยู-23 ฮอนดูรัส ชุดฟุตบอลโลก 2014 และอุซเบกิสถาน ร่วมฟาดแข้งกับทีมชาติไทย จะเป็นอีกบทพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งถึงกระแสฟุตบอลไทยจะฟีเวอร์ต่อเนื่องหรือไม่ จากการที่ทีมชาติไทยได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน (ASEAN Football Championship) หรือเรียกสั้นๆ ว่า อาเซียนคัพ 2014 เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์หนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เหล่ากองเชียร์จะพร้อมใจกันเข้าสนามด้วยเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นล่าสุดกันอย่างแน่นอน เพราะหลังจากไทยได้แชมป์อาเซียนคัพล่าสุด เสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยที่วางจำหน่ายถึงกับขาดตลาด ผลิตไม่ทันกับความต้องการของแฟนบอลไทยหัวใจรักชาติ

ปี 2558 นี้ มีการคาดการณ์ว่า แบรนด์กีฬาไทยจะเป็นที่นิยมกันอีกครั้ง หลังจากที่ทีมวอลเลย์บอลไทยผงาดในรายการวอลเลย์บอลระดับโลก ทั้งเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ วอลเลย์บอลเวิลด์ลีก และเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ตามด้วยฟุตบอลไทยฟีเวอร์

ความคลั่งไคล้ของแฟนฟุตบอลไทยและแฟนกีฬาจะฉุดให้ตลาดเสื้อผ้ากีฬาแบรนด์ไทยสู่ระดับนานาชาติกลายเป็น อินเตอร์เนชั่นแนล แบรนด์ ในอนาคต โดยเฉพาะการครองตลาดในภูมิภาคอาเซียน

แบรนด์กีฬาไทยลุยอาเซียน

ปี 2557 นับเป็นปีทองอีกปีของแบรนด์กีฬาไทย โดยเฉพาะในฟุตบอลอาเซียนคัพ จาก 10 ชาติที่เข้าแข่งขันมีถึง 3 ชาติ ที่ใช้บริการของแบรนด์ไทย นั่นคือทีมชาติลาวที่สวมใส่ผลิตภัณฑ์เอฟบีที ทีมชาติไทยและเวียดนามใส่ผลิตภัณฑ์แกรนด์สปอร์ต

ธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทในเครือแกรนด์สปอร์ต ซึ่งกลายเป็นแบรนด์กีฬาหลักของเมืองไทย จากปรากฏการณ์ฟุตบอลไทยฟีเวอร์ ทำให้เสื้อฟุตบอลทีมชาติที่มีแกรนด์สปอร์ตเป็นผู้สนับสนุนหลักผลิตสินค้าขายกันแทบไม่ทันความต้องการของแฟนบอล

“ถือเป็นผลพลอยได้จากการฟีเวอร์ของแฟนบอลที่มีความเชื่อมั่นกับฟุตบอลทีมชาติไทยอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่เราเข้ามาสนับสนุนทีมชาติไทย ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทย ตอนที่เข้ามาสนับสนุนเป็นผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการของทีมชาติไทย ฟุตบอลทีมชาติผลงานก็ยังไม่เป็นที่สบอารมณ์และเข้าตานักของแฟนบอล พอได้แชมป์อาเซียนคัพก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เราก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

 

“อย่างล่าสุดที่ของขาดตลาด เสื้อทีมชาติไทยผลิตไม่ทันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะตอนที่เราออกเสื้อทีมชาติชุดใหม่ทุกครั้งก็ได้รับแรงตอบรับที่ดี เพราะถึงอย่างไรแฟนบอลก็เชียร์ทีมชาติไทยกันอยู่แล้ว แต่ช่วงฟุตบอลอาเซียนคัพ กระแสนั้นรุนแรงและแพร่ออกไปกว้างขวาง เพราะคนรอบตัวเมื่อก่อนไม่เคยสนใจเสื้อฟุตบอลทีมชาติ ตอนนี้ก็วิ่งเข้าหา ถ้าจะให้วิเคราะห์ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีทำให้ฟีเวอร์ไปในวงกว้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพว่า วัฒนธรรมการเชียร์ฟุตบอลเป็นที่ยอมรับในสังคมไทย โดยเฉพาะในไทยพรีเมียร์ลีก แฟนบอลของแต่ละสโมสรหรือทีมที่เล่นอยู่ในลีกจะเข้ามาเชียร์เข้ามาซื้อเสื้อทีมของสโมสร ซึ่งในหลายๆ ปีก่อนยังไม่เป็นเช่นนี้ แสดงว่าเมื่อทีมชาติไทยผลงานดีก็จะเป็นแรงส่งให้เสื้อฟุตบอลขายดีไปด้วย ทำให้คนที่ไม่ใช่คอฟุตบอลก็อยากมีส่วนร่วมกับกีฬาฟุตบอล” ธาราร่ายยาวถึงความสำเร็จของแบรนด์ในปี 2557

พอทีมฟุตบอลไทยมีผลงานดีมี เสื้อผ้าที่นักกีฬาใส่แล้วออกมาดูดี ยิ่งฟุตบอลอาเซียนคัพ 2014 ที่ผ่านมา ทีมฟุตบอลประสบความสำเร็จ นักฟุตบอลหล่อ การออกแบบเสื้อผ้าสวย ทุกอย่างมาประจวบเหมาะกันหมด ทำให้ผลิตภัณฑ์เสื้อทีมชาติไทยขายดีระเบิด

“ก็เป็นแรงส่งที่จะทำให้คนซื้อซึ่งเป็นแฟนบอลตัดสินใจง่ายขึ้นว่า เพราะต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเสริมกำลังใจให้นักฟุตบอลในสนาม ทุกสิ่งทุกอย่างมาประจวบเหมาะที่สุด ทีมชาติชุดนี้จึงหล่อมากเพราะผลงานในสนามดี เมื่อนักฟุตบอลหน้าตาดีมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย รวมทั้งเสื้อผ้าที่มีมีการออกแบบหรือดีไซน์ที่ดูดีด้วย ทำให้ทุกอย่างออกมาดี เป็นจุดที่ลงตัวพอดี ทุกอย่างรวมๆ กัน”

การเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการผลิตชุดกีฬา ซึ่งเป็นแบรนด์ของคนไทยและเป็นที่ยอมรับในอาเซียนและนานาชาติ ล่าสุดได้เปิดตลาดไปที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ธารา ชี้ว่า เป็นพัฒนาการที่มีอย่างต่อเนื่องของแบรนด์กีฬาไทย โดยเฉพาะในด้านการออกแบบหรือดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

 

“เราให้ความความสำคัญกับการออกแบบมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เมื่อ 20 ปีก่อน เราพยายามเน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทย พรีเซนต์ความเป็นเมดอิน ไทยแลนด์ เพื่อแข่งกับแบรนด์นอกระดับโลก แต่ว่า ณ ปัจจุบัน ทุกอย่างมีทางเลือกเยอะ แล้วจากประสบการณ์ของเราในหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่ได้ทำงานกับคณะกรรมการโอลิมปิกไทย ทั้งซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ เราได้ไปกระทบไหล่กับแบรนด์นอกระดับโลก เพราะฉะนั้นความต้องการต่างๆ ของการใช้งานเสื้อผ้ากีฬา ช่วยขัดเกลาประสบการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น จนกลายเป็นแบรนด์ของภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติไปแล้ว”

นอกจากเป็นผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลชาติไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านสิทธิประโยชน์ คือ มอบชุดแข่งขันและอุปกรณ์สำหรับทีมชาติไทยทุกชุด ชาย-หญิง ฟุตซอล ภายใต้การดูแลสมาคมฟุตบอลฯ โดยไม่จำกัดมูลค่า และเงินสดปีละ 22 ล้านบาท รวม 3 ปี 66 ล้านบาทถ้วน เป็นต้น แกรนด์สปอร์ตยังเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม ในเรื่องชุดแข่ง ชุดฝึกซ้อม ชุดยูนิฟอร์ม และอุปกรณ์แข่งขัน ของทีมชาติเวียดนามทุกชุด เป็นระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2558-2562 โดยจะมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท หรือปีละ 20 ล้านบาท

“เราเซ็นสัญญากับทีมชาติเวียดนาม แม้เวียดนามเป็นคู่แข่งกับเราอยู่ ซึ่งการใช้แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาของไทยเขาบอกว่าใช้แบรนด์ของอาเซียนรับเออีซี เขายอมรับในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการออกแบบ ไม่เฉพาะฟุตบอลแกรนด์สปอร์ตมีหลายประเภทกีฬาที่โชว์ในเวทีระดับโลกอย่างวอลเลย์บอลหญิงไทยลีกเวิลด์คลาส สหพันธ์วอลเลย์ในหลายๆ ประเทศก็สนใจแบรนด์เราอยู่”

ธาราบอกอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัวว่า เปรียบเป็นนักกีฬา แกรนด์สปอร์ตเป็นระดับทีมชาติ ซึ่งต้องขึ้นให้ได้ในระดับอาเซียน แล้วก็พยายามยกระดับให้ได้ในระดับเอเชียให้ได้

“ในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ากีฬาจะมีความนิยมสูงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฟุตบอลลีกก็ช่วยให้แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาเล็กๆ ได้ลืมตาอ้าปาก เพราะมีเป็นร้อยๆ สโมสร อุตสาหกรรมเสื้อผ้ากีฬาก็เจริญเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ เวลาเชียร์นักกีฬาไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ ก็ช่วยให้กำลังใจแบรนด์ของไทยทุกแบรนด์” ธาราทิ้งท้าย

ภาพรวมอุตสาหกรรมเสื้อผ้ากีฬาไทย

ในปี 2557 ที่ผ่านมา จากกระแสฟุตบอลโลก 2014 ฟีเวอร์ ได้ทำให้กลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิตเสื้อกีฬาของไทยที่ผลิตส่งออกไปต่างประเทศมีมูลค่าการส่งออกอย่างมหาศาล แม้จะไม่ใช่แบรนด์ของตัวเองก็ตาม บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล เปิดเผยข้อมูลว่า บริษัทผลิตเสื้อฟุตบอลโลกประมาณ 7.5 แสนตัว ส่งผลให้ยอดการผลิตเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงปกติ ร้อยละ 20 แต่มองแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้ากีฬาของไทยว่า ยังไม่แข็งแรงพอที่จะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองและขยายการส่งออก เนื่องจากไทยยังประสบปัญหาด้านการจัดการแรงงานและค่าแรงขั้นต่ำสูง ส่งผลให้ต้องใช้แรงงานต่างด้าว

จากรายงานข่าวเศรษฐกิจของไทยพีบีเอส ถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ระบุว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุดกีฬามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล ส่งผลให้ชุดกีฬาของทีมต่างๆ ได้รับความนิยม ประกอบกับแบรนด์ชุดกีฬาระดับโลก ใช้พรีเซนเตอร์เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบ หรือไอดอลของคนทั่วไป จึงเพิ่มมูลค่าให้ชุดกีฬาเป็นสินค้าแฟชั่นติดตลาด และเป็นเหตุผลในการเลือกซื้อชุดกีฬาของผู้บริโภคบางส่วนด้วย

สำหรับกระแสความนิยมในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี สามารถสร้างเม็ดเงินหนุนเวียนในธุรกิจต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท/ฤดูกาลแข่งขัน กระจายเข้าสู่ธุรกิจทุกภาคส่วนของแต่ละจังหวัดที่ทำการแข่งขัน โดยความต้องการเสื้อผ้ากีฬาในประเทศเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา มีปีละหลายแสนตัวในแต่ละปีในทุกแบรนด์ โดยรายได้จากการส่งออกกลุ่มชุดกีฬา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6% ของยอดส่งออกเครื่องนุ่งห่มในภาพรวม ส่วนรายได้จากการผลิตเสื้อผ้าสำหรับไทยพรีเมียร์ลีกรวม 900-1,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1% ของกลุ่มสินค้าชุดกีฬา

จากข้อมูลซูเปอร์สปอร์ต ร้านค้าปลีกอุปกรณ์กีฬาที่มีอยู่ถึง 80 กว่าสาขาทั่วประเทศ ชี้ว่ากระแสของไทยพรีเมียร์ลีกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างยอดขายในร้านเติบโตกว่า 100% โดยสัดส่วนดังกล่าวมาจากยอดขายเสื้อทีมถึง 60% รวมถึงข้อมูลจากสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สร้างทีมฟุตบอลมานานกว่า 4 ปี ปัจจุบันสโมสรมีรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึกให้กับแฟนคลับ และผู้ที่เข้ามาซื้อที่ร้านจำหน่ายบริเวณด้านหน้าในสนามนิวไอ-โมบายสเตเดียม ไม่ต่ำกว่า 4 แสนบาท/วัน โดยเฉพาะเสื้อทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีราคาขายเริ่มต้นตัวละ 590 บาท ในปี 2557 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4 แสนตัว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 236 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถจำหน่ายเสื้อได้แล้วกว่า 1.2 แสนตัว สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ได้แก่ เสื้อฟุตบอล ที่มีให้เลือกหลากหลายทุกขนาดและทุกวัย

กูรูบอลฟันธง

เสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นที่ได้แชมป์อาเซียนคัพ 2014 นั้น ผลิตจากผ้าจีโอ ไลท์ ซึ่งเป็นเส้นใยพิเศษที่มีคุณสมบัติในการระบายเหงื่อและความร้อนได้ดี และด้วยเทคนิคการทอแบบ 2 ด้าน ทำให้ผิวสัมผัสของผ้ามีความนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิวหนัง ทั้งยังช่วยให้เสื้อแห้งเร็ว ไม่มีกลิ่นอับ คืนตัวง่าย ไม่ยับ และสะดวกต่อการเก็บรักษา โลโก้ช้างศึกผลิตด้วยเทคโนโลยีซิลิโคน 3D มีความทนทาน บางเบา ด้านข้างตัวเสื้อมีเทปเสริมโครงสร้างของตัวเสื้อให้เข้ารูปและเลเซอร์คัตบริเวณข้างลำตัว ช่วยในการระบายอากาศทำให้รู้สึกสบายเวลาสวมใส่

จิตกร ศรีคำเครือ หรือ ยักษ์ ดอยแดง คอลัมนิสต์ฟุตบอลนิตยสารสตาร์ซอคเกอร์ และผู้บรรยายฟุตบอล วิเคราะห์ว่า เสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยยุคนี้เรียบง่ายคลาสสิก

“ชอบมากครับ ทรงเสน่ห์ใช้ได้หลายงาน ส่วนยุคก่อนที่ดูสวยและดูดีอาจเป็นเสื้อในทศวรรษ 80 รุ่น สุทิน-สุรัก ไชยกิตติ และวรวรรณ ชิตะวณิช เล่นทีมชาติ รุ่นนั้นคลาสสิกดี แต่ยุคต่อมาคาบเกี่ยวดรีมทีม ดูเลอะเทอะไปหน่อย ลายนู่นนี่เต็มไปหมด สุดท้ายผมชอบเสื้อทีมชาติไทยสีน้ำเงินมากกว่า”

ด้านการออกแบบเสื้อฟุตบอลรุ่นปัจจุบันที่มีความโดดเด่นด้วยลายพิมพ์ลงบนเนื้อผ้าด้านหน้าและด้านหลัง เส้นใยทอพิเศษ นุ่ม ใส่สบาย ซับน้ำดีเยี่ยม พิมพ์ริ้วเฉดสี 5 แถบแสดงความหมายธงไตรรงค์ไทย มีเทปทอพิเศษสร้างโครงสร้างของเสื้อให้กระชับเข้ารูประบายอุณหภูมิของร่างกาย มีตราพระมหามงกุฎ ซึ่งเป็นตราพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 อันถือเป็นเกียรติภูมิทีมชาติไทย คอปกขาวปลายแหลมด้านหลังเปรียบเช่นหมวกนักรบไทยโบราณผู้กล้าหาญและเสียสละเพื่อแผ่นดินไทย ซึ่งจิตรกรบอกว่าสู้แบรนด์นอกได้

“เมื่อพูดถึงแบรนด์ระดับโลกก็ยากหน่อย นึกถึงไนกี้ อาดิดาส เขามีคาแรกเตอร์แข็งแรงมาก แต่ของบ้านเรายังนึกไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ยังนึกไม่ออก ผมว่าแบรนด์กีฬาบ้านเราวิ่งตามแฟชั่นไปเรื่อยๆ มากกว่า ยุคนี้ฮิตแบบเรียบง่ายก็ง่ายกันหมด ต่อไปฮิตฉูดฉาดก็อัดสีสันเต็มสูบเหมือนช่วงหนึ่งที่เราใส่เสื้อบอลสีสะท้อนแสง ใส่ไปได้ไง?”

การที่แบรนด์ไทยจะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติได้ จิตรกรมองว่า มีหลายๆ ปัจจัยที่ต้องเกื้อหนุนกัน

“มองศักยภาพรวมๆ แล้วหลายต้องขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ อย่างแฟชั่น เนื้อผ้า เทคโนโลยีการผลิต การตลาด แต่ตลาดเราก็เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น แกรนด์สปอร์ตไปตะวันออกลาง เวียดนาม เอฟบีทีก็ลุยพม่า ลาว ผมว่าตรงนี้เราน่าจะพอใจนะ เรื่องเทียบชั้นญี่ปุ่นหรือแบรนด์ใหญ่ค่ายอื่นอาจไกลตัวเกินไป”

กระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์จากอาเซียนคัพ 2014 ที่ได้แชมป์ จนมาถึงฟุตบอลคิลส์คัพในต้นเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ ทำให้แบรนด์กีฬาไทยคึกคักและมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างทันตาเห็น และพร้อมที่จะกระโดดสู่ตลาดอาเซียนและนานาชาติต่อไป...

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ