รู้ยัง? ธุรกิจแจ้งเกิดปีแพะ

  • วันที่ 07 ม.ค. 2558 เวลา 10:06 น.

รู้ยัง? ธุรกิจแจ้งเกิดปีแพะ

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

ในการทำธุรกิจหรือประกอบอาชีพอะไรก็ตามให้ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ผู้ทำธุรกิจหน้าใหม่หรือทำธุรกิจอะไรอยู่แล้วต้องใส่ใจคือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจให้รอบด้าน เช่น ติดตามข่าวสารต่างๆ ศึกษาแนวโน้มและความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกประเทศ ศึกษากลุ่มบุคคลที่เป็นเป้าหมายทางธุรกิจ ศึกษานโยบายหรือมาตรการต่างๆ จากภาครัฐที่มีผลอยู่แล้วในการทำธุรกิจ เป็นต้น รวมถึงการรู้ว่าธุรกิจไหนที่เป็นเทรนด์มาแรงในเวลานั้นก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจทำธุรกิจ ดังนั้นเรามาดูว่าธุรกิจไหน อาชีพอะไรน่าจับตาและมาแรงในปี 2558 ในหลากหลายมุมมองจากนักเศรษฐศาสตร์ กูรูด้านการทำธุรกิจ หรือแม้แต่ในทางโหราศาสตร์ 

องค์ประกอบที่คนทำธุรกิจปี’58 ต้องรู้

รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร MPA ภาคพิเศษ กรุงเทพฯ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า จะรู้ว่าธุรกิจหรืออาชีพอะไรมาแรงในปี 2558 ให้ดูองค์ประกอบต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศในปีนี้ อย่างแรกคือภาพใหญ่ของเศรษฐกิจปี 2558 ที่มีเรื่อง AEC ที่ทำให้ตลาดอาเซียนใหญ่ขึ้น ประชากร 650 ล้านคน สอง ไทยและจีนมีข้อตกลงการค้าเสรีด้วยกัน และจีนยังทำกับอาเซียนด้วย ที่สำคัญจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากร 1,350 ล้านคน เมื่อบวกกับอาเซียนเป็น 2,000 ล้านคน ถือว่าจีนนั้นเป็นตัวแปรสำคัญ

“ที่น่าสนใจไทยกำลังจะทำกับข้อตกลงการค้ากับอินเดีย คาดว่าในปีนี้ถ้าทำสำเร็จ เมื่อบวกจีน อาเซียน และอินเดียที่มีประชากร 1,100 ล้านคน รวมแล้ว 3,100 ล้าน ครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ทั้งหมดนี้เป็นโอกาส รวมถึงกลุ่มประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ประชากร 300 ล้าน ยุโรป 300 ล้าน ญี่ปุ่นประมาณ 200 ล้าน เป็นต้นก็เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ตรงนี้เป็นเงื่อนไขที่จะเกิดขึ้นในปี’58 นี่คือภาพจากภายนอกประเทศ”

ขณะที่ภาพภายในประเทศที่เป็นตัวแปรสำคัญ รศ.ดร.มนตรี บอกว่า คือจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สร้างถนน สร้างทางรถไฟเชื่อมต่อในภูมิภาค รวมทั้งความร่วมมือกับจีนสร้างทางรถไฟระหว่างจีนมาอาเซียน เศรษฐกิจดิจิทัลอีโคโนมี ซึ่งจะมีผลต่อกิจกรรมหลายๆ อย่างในประเทศ รวมทั้งการลงทุนด้านไอซีที โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการสื่อสารซึ่งโยงถึงตลาดออนไลน์ และอีกตัวแปรหนึ่งคือทีวีดิจิทัลที่เต็มรูปแบบในปีนี้

“ประการถัดมาการท่องเที่ยวถือเป็นตัวหลักของเศรษฐกิจของไทย ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 2 ล้านล้าน ซึ่งตรงนี้ก็คงมีมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวให้ ขณะเดียวกันการเปิดเออีซีก็เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวยิ่งขึ้น อีกอันหนึ่งที่มีผลคือการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยที่มีอยู่มีประมาณ 2.78 ล้านราย เช่น ลดหย่อนภาษีให้ ซึ่งจะช่วยให้เอสเอ็มอีไทยมีโอกาสได้ขยายการค้าไปยังภูมิภาคอาเซียนเพื่อรองรับการเข้าสู่เออีซี เหล่านี้คือหลักๆ นอกจากนี้ก็มีการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เพิ่มกำลังซื้อในประเทศ รวมทั้งการมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน ในธุรกิจใหม่ๆ เช่น ส่งเสริมให้ไปลงทุนนอกประเทศ ส่งเสริมธุรกิจพลังงาน ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว อันนี้คือเงื่อนไขที่ภาครัฐใส่เข้าไปด้วย”

เมื่อดูองค์ประกอบทั้งภายในและภายนอกแล้ว ประเด็นหนึ่งที่ควรต้องรู้คือ โครงสร้างประชากร รศ.ดร.มนตรี กล่าวว่า เมื่อมองจากทั้งโลกมีการแบ่งประชากรเป็นกลุ่มเจนวาย ที่มีอายุ 15-35 ปีโดยประมาณ ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีประมาณ 30% ของทั้งโลก (ประมาณ 2,000 กว่าล้านคน) เป็นกลุ่มที่มีลักษณะพิเศษคือชอบอะไรใหม่ๆ และคุ้นเคยกับเทคโนโลยีอย่างมาก 

“สองคือกลุ่มเจนเอ็กซ์ อายุ 35-50 เป็นกลุ่มกลางๆ และฐานะปานกลาง มีสัดส่วนสูงแต่น้อยกว่ากลุ่มเจนวาย กลุ่มที่ 3 เบบี้บูม คือพวกที่อายุเกิน 50 ขึ้นไป เป็นผู้สูงอายุ แต่มีกำลังซื้อสูง การจับจ่ายจะเน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก อีกกลุ่มคือกลุ่มเกษียณอายุก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ อีกสัก10 ปีข้างหน้ากลุ่มนี้จะโตมากถ้าใครที่คิดทำธุรกิจจับกลุ่มนี้ต้องคิดแผนธุรกิจแต่เนิ่นๆ”

ธุรกิจที่คาดว่ามาแน่ ปี’58 

ผู้อำนวยการหลักสูตร MPA ภาคพิเศษ นิด้า กล่าวต่อว่า เมื่อดูจากองค์ประกอบต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศที่กล่าวมา รวมถึงพฤติกรรมของคนแต่ละช่วงวัย เชื่อว่าธุรกิจที่น่าจะได้ประโยชน์และมีแนวโน้มไปได้สวยหนีไม่พ้นธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้าง พลังงาน ยานยนต์ ท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ การศึกษาและการบริการ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ทีวีดิจิทัล ค้าขายออนไลน์ และโลจิสติกส์ 

“พวกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจก่อสร้างเกิดอยู่แล้ว อิเล็กทรอนิกส์ก็เช่นกัน และปีนี้ธุรกิจยานยนต์จะกลับมา ตอนนี้หลายบริษัทเข้ามาตั้งฐานการผลิตในเมืองไทยเพิ่มขึ้น อย่างมาสด้าเตรียมขยายฐานโดยใช้ไทยเป็นฐานในการกระจายสินค้าไปสู่อาเซียน ธุรกิจท่องเที่ยวถ้าโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อจีนมาไทยก็จะส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง เพราะจีนเขาพยายามผลักดันให้คนของตนออกไปเที่ยวนอกประเทศปีละ 500 กว่าล้านคน”

รศ.ดร.มนตรี กล่าวต่อว่า ธุรกิจอาหารและสุขภาพคนจะหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นมาหลายปี ผู้สูงอายุต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ ปลอดสารพิษ แต่กลุ่มเจนวายอาจชอบกินกาแฟ เป็นต้น ส่วนธุรกิจการศึกษาและบริการอาจเปลี่ยนไปเป็นการศึกษาแบบทางไกล หรือการศึกษานอกระบบหรือสามารถเรียนได้ทุกที่ เช่น เรียนภาษาจากโทรศัพท์โดยไม่ต้องไปเรียนที่สถาบันสอนภาษา

“ขณะที่ทีวีดิจิทัลทุกช่องประมูลมาแล้วต้องทำ ฉะนั้นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการผลิตรายการหรือคอนเทนต์งานจะฟูเฟื่อง ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศรวมถึง 4จี ซึ่งคาดว่าจะประมูลในปีนี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะตอบโจทย์เศรษฐกิจดิจิทัล โดยเทคโนโลยี 4จี นั้นสามารถทำให้มือถือทำงานได้มากขึ้น เพราะเท่ากับย่อคอมพิวเตอร์มาอยู่ในโทรศัพท์เลย ทำให้มีลูกเล่นเยอะแยะด้วยแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากมาย ซึ่งจากเทคโนโลยี 4จี อาชีพที่จะได้รับอานิสงส์คือนักคิดแอพหรือพวกโปรแกรมเมอร์ทั้งหลาย”

 

ด้าน ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย กูรูชื่อดังที่ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ กล่าวว่า มีหลายธุรกิจที่คิดว่าจะมาในปี 2558 ได้แก่ ธุรกิจอาหาร สุขภาพ ความงาม ธุรกิจเกี่ยวกับคนสูงวัย ธุรกิจออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ ธุรกิจที่เกี่ยวกับเด็ก ธุรกิจเกี่ยวกับผู้หญิง และชิ้นส่วนเกี่ยวกับรถยนต์ เป็นต้น โดยเฉพาะอาหารถือเป็นธุรกิจที่ไทยได้เปรียบ

ขณะที่ ซินแสมาศ เคหาสน์ธรรม เจ้าของฉายาซินแสไฮเทค กล่าวว่า ธุรกิจที่ถูกโฉลกและเติบโตในปี 2558 หรือปีแพะนั้น ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ เหล็ก โลหะ งานก่อสร้าง จิวเวลรี่ เครื่องประดับ คอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร ของใช้หรูหราราคาแพง แบรนด์เนม ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจอันเกี่ยวกับกีฬา อสังหาริมทรัพย์ อพาร์ตเมนต์และการให้เช่าที่พักอาศัย คลังสินค้า ร้านสะดวกซื้อ โรงเรียนสอนภาษา ธุรกิจบันเทิง การท่องเที่ยวและการโรงแรม ถ้าจับธุรกิจดังกล่าวมาก็จะประสบความสำเร็จในปี 2558 

โอกาสทองของหลายอาชีพ

หากมองถึงอาชีพที่จะประสบความสำเร็จในปี 2558 ผู้อำนวยการหลักสูตร MPA ภาคพิเศษ นิด้า กล่าวว่า เป็นไปตามธุรกิจคาดที่จะมาแรง เช่น อาชีพที่เกี่ยวกับไอที ได้แก่ พวกโปรแกรมเมอร์เกี่ยวกับทีวีดิจิทัล เช่น อาชีพผู้ประกาศข่าว ที่ตอนนี้กำลังขาดแคลนอย่างมาก รวมถึงอาชีพวิศวกร เพราะประเทศจะมีการลงทุนโนโครงสร้างพื้นฐาน และพอเข้าสู่เออีซีวิศวกรยังสามารถเข้าไปทำงานในประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้ เป็นไปตามข้อตกลงของอาเซียน

“อีกอันหนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือตลาดหุ้น ปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมากในเชิงของการเติบโต มีบริษัทข้ามจดทะเบียนในตลาดมากขึ้น เพราะฉะนั้นอาชีพนักการเงินจึงน่าจะเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด โดยเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์ทั้งหลาย ตอนนี้มีบริษัทรอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกเยอะ ซึ่งบริษัทเหล่านี้พอเข้าตลาดก็ต้องพึ่งนักการเงินมาช่วย อีกอันหนึ่งคือบุคลากรด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งก็คือผู้ที่จบการค้าระหว่างประเทศ เพราะว่าการค้าอาเซียนกำลังจะเกิดขึ้นจำเป็นต้องมีบุคลากรด้านนี้” 

ขณะที่อาชีพที่จะได้รับประโยชน์และมีโชคลาภ ซินแสมาศ บอกว่า ได้แก่ นักปกครอง ตำรวจ ทหาร ทนายความ ผู้บริหาร ข้าราชการ นักกฎหมาย พระ นักบวช นักจิตวิทยา นักบำบัด นายธนาคาร กิจการไฟแนนซ์ ที่ปรึกษาด้านการขาย เพชรพลอย คอมพิวเตอร์ กระจก ทอง เหล็กรถยนต์ อุตสาหกรรมช่างกล เครื่องบริหารร่างกาย ครูฝึกสอนทางกีฬา นักมวยนักร้อง นักดาราศาสตร์

“ส่วนอาชีพที่การแข่งขันสูง ได้แก่ ขนส่ง สื่อโฆษณา แม่งานทางพิธีการต่างๆ นักประชาสัมพันธ์ นักขาย การโฆษณา ตัวแทนท่องเที่ยว ธุรกิจท่องเที่ยว บริการบนเครื่องบิน การตลาด นักข่าว ครู ธุรกิจเครื่องสำอาง ช่างเสริมสวย ตัดผม ตกแต่งภายใน ขายน้ำหอม กระดาษ หนังสือ เครื่องเขียน งานศิลปะ รูปภาพอะไหล่เครื่องบินบริษัทการบิน เลี้ยงสัตว์ปีก ไก่ นกไข่ รวมถึงยาสมุนไพรไม้ดอก ไม้ประดับ ธุรกิจขายตรง เฟอร์นิเจอร์ จำเป็นอย่างยิ่งที่คนทำอาชีพเหล่านี้จะต้องพัฒนาตัวเองพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ไม่อย่างนั้นมีหวังถูกแทนที่ได้”

ข่าวอื่นๆ