ความรักออกแบบได้ หุ้นส่วนชีวิต-หุ้นส่วนธุรกิจ

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2557 เวลา 10:44 น.

ความรักออกแบบได้ หุ้นส่วนชีวิต-หุ้นส่วนธุรกิจ

กว่า 20 ปีที่ “กัณฑิมา-ทัศพนธ์ ธัญวงศ์”ครองชีวิตคู่กันมา จากจุดเริ่มต้นในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงทำงาน จึงค่อยเปลี่ยนสถานะความใกล้ชิดจากการทำงานร่วมกัน มาเป็นคู่รักที่เป็นหุ้นส่วนชีวิตและหุ้นส่วนทางธุรกิจ

ทั้งคู่ร่วมกันออกแบบและร่วมบริหารธุรกิจภายใต้แบรนด์ เบบี้ เชลเทอร์ มายาวนาน 14 ปี จนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างสดใส

ชีวิตคู่ในทางหุ้นส่วนของกัณฑิมา-ทัศพนธ์ดูเหมือนไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งคู่ร่วมกันแชร์ความคิดเพื่อสร้างธุรกิจใหม่อยู่ตลอด

ล่าสุด ร่วมกันสร้างร้านอาหารแบรนด์ Mellow café wine & dine Restaurant และ Hungry Eateryร้านอาหารแสนเก๋ ที่ “กัณฑิมา” เป็นคนคิดค้นเมนูอาหารทั้งหมดให้มีรสชาติจัดจ้าน พร้อมทั้งเมนูขนมหวานที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพ อยู่ในโครงการ เชลเทอร์ 1เอเคอร์ ในซอยประเสริฐมนูกิจ 33 ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (ประดิษฐ์มนูธรรม) ภายร้านนี้มีการดีไซน์สุดสวยและทันสมัย

ทัศพนธ์ ที่ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เชลเทอร์ เล่าว่า พบรักกับ “กัณฑิมา”ในครั้งแรกในสมัยเรียนอยู่ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

“ผมเห็นคุณกัณตอนผมอยู่ปี 1 เห็นก็ชอบมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้า เพราะเป็นผู้หญิงน่ารัก แต่มีอุปสรรคขวางกั้นว่าคุณกัณเป็นรุ่นพี่ผม 1 ปี เลยไม่กล้าจีบ จึงไม่เคยคุยกัน แต่เมื่อผมเรียนจบและรู้ว่าคุณกัณไปทำงานอยู่ที่บริษัทไหน ผมก็ตัดสินใจที่เข้าไปทำงานที่บริษัทนั้น”

 

คบกันมาประมาณ 2 ปี จึงตัดสินใจแต่งงานกัน ระหว่างนั้นเป็นช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เบ่งบานมาก ทำให้ได้รับงานฟรีแลนซ์จนงานล้นมือ หลังจากนั้นจึงออกมาเปิดบริษัทรับงานออกแบบด้วยกัน และออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นดีไซน์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ ทำให้ลูกค้าชื่นชอบมาก

อาณาจักรคู่รักที่เป็นหุ้นส่วนธุรกิจขยับขยายมากขึ้น เมื่อมีลูกคนแรก คุณกัณตัดสินใจทำแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก เบบี้ เชลเทอร์เพราะหาซื้อเสื้อผ้าเด็กที่ต้องการไม่ได้ จึงออกแบบเอง

ทัศพนธ์เล่าเทคนิคในการทำธุรกิจกับหุ้นส่วนชีวิตว่า เมื่อมาทำงานด้วยกัน ก็แบ่งแยกหน้าที่กันชัดเจน ผมทำหน้าที่บริหาร การขาย และการตลาด ส่วนคุณกัณจะทำหน้าที่ดีไซน์ ออกแบบต่างๆ เมื่อแบ่งแยกหน้าที่กันชัดเจน ทำให้การบริหารธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาไม่เกิดปัญหา

“ผมประทับใจในคุณกัณหลายสิ่ง เป็นคนใจเย็น ใจดีมาก ไม่เคยโกรธใครเลย เคยคิดว่าคนนี้ถ้าได้มาเป็นแม่ของลูกจะดีมากๆ และตอนที่เป็นแฟนกันก็ตัดเนกไทให้ผม เพราะคุณกัณชอบเย็บผ้า ตัดเสื้อ เราประทับใจมากและเป็นของขวัญที่ผมเก็บมาจนถึงวันนี้ แถมตอนเป็นแฟนกันถ้าไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก็มีแต่ผ้าของคุณกัณ อีกทั้งคุณกัณให้อิสระมาก ไม่เคยโทรเช็กว่าอยู่ที่ไหน และผมก็ชอบอยู่บ้านต้องกลับไปทานข้าวที่บ้าน ชอบอยู่กับลูกมากที่สุด เราสองคนคล้ายกัน

อีกอย่าง ผมจะจดวันสำคัญของเราทั้งคู่ และวันสำคัญของลูกทั้งสอง ติดไว้ที่ผนังบ้านจะได้จำได้ทุกวันสำคัญ”

“ผมอยู่กับคุณกัณแล้วมีความสุข ผมเคยดูหนังเรื่องต่างประเทศเรื่องหนึ่ง และจำประโยคหนึ่งในหนังได้ บอกว่า ผู้หญิงมีไว้ให้รักเท่านั้น ไม่ได้มีไว้ให้เข้าใจ ผมชอบความหมายนี้มาก ก็เพราะผมรักเขา”ทัศพนธ์ บอกเล่าความรู้สึกในก้นบึ้งของสายสัมพันธ์

ขณะที่ “กัณฑิมา” ที่ปัจจุบันเป็นดีไซเนอร์ บริษัท เชลเทอร์เล่าถึง “ทัศพนธ์” ว่า ความประทับใจในความเป็นคนรักครอบครัวและมีครอบครัวขนาดใหญ่ที่บ้าน เราได้ไปเยี่ยมที่บ้านก็เกิดความประทับใจ อบอุ่นกับครอบครัว เพราะบ้านของเราเองอยู่ต่างจังหวัด ที่สำคัญคุณทัศเป็นคนใจดีมาก

เมื่อตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน และมาทำงานเปิดบริษัทด้วยกัน ตั้งแต่ทำงานออกแบบบ้านด้วยกัน ทำแบรนด์ เบบี้ เชลเทอร์ มานานถึง 14 ปี ก็ไม่เคยมีปัญหา เพราะเราสองคนให้เกียรติกันและกัน แบ่งหน้าที่ทำงาน ต้องยึดว่า เมื่อใครคนหนึ่งตัดสินใจแล้ว ก็ต้อง0เคารพการตัดสินใจของคนนั้น แต่พร้อมรับฟังความคิดเห็นเสมอ

นอกจากการทำงานที่สอดคล้องกันอย่างลงตัวแล้ว ทั้งคู่มีไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกันคือ ชื่นชอบที่จะอยู่บ้าน อยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกสองคน เมื่อทำงานเสร็จ เราก็ทำหน้าที่ดูแลอาหารในบ้าน ทำอาหารให้กับครอบครัว วันหยุดก็เลือกอยู่บ้านมากที่สุด

กัณฑิมาบอกว่า การที่ทำธุรกิจร้านอาหารและเสื้อผ้าเด็กนั้น ต้องใส่ใจสูงมาก ต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอน

เราสองคนก็แบ่งหน้าที่บริหารร้านอาหารกันเช่นเดิม คุณทัศรับทำหน้าที่บริหารและการตลาด ส่วนตัวเองจะรับทำหน้าที่ดูแลเบื้องหลังร้าน สูตรอาหารต่างๆ และพนักงาน

ปัจจุบันร้านอาหาร Mellow café wine & dine Restaurant และ Hungry Eatery ที่ซอยประเสริฐมนูกิจ 33 ลูกค้าตอบรับดีมาก เป็นสถานที่ที่คู่รักนิยมมาจัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน และงานถ่ายแบบ ถ่ายทำละคร เพราะสถานที่มีการดีไซน์อย่างโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ เปี่ยมด้วยรสนิยม

ทุกวันนี้ ครอบครัว “ธัญวงศ์” เป็นครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ทั้งในที่ทำงาน และความสุขในบ้าน

เพราะทั้งสองคนต่างร่วมมือกันปรุงความสุขให้กับกับชีวิตคู่ อาจจะแตกต่างจากคนอื่น ที่ทำงานแล้วไม่มีความสุข แต่ต้องทำงานเพื่อไปหาซื้อความสุขภายนอก แต่ครอบครัวนี้มีทั้งในที่ทำงานและในบ้าน

“ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราทั้งหมด เลือกจะทำอะไร เลือกทำในสิ่งที่เราชอบ และเราเลือกที่จะทำงานที่มีความสุขได้” กัณฑิมาเล่าอย่างมีความสุข

ขณะที่ทัศพนธ์กล่าวเสริมว่า คุณกัณเป็นคนที่รักเรา แค่เขารักเราก็พอแล้ว ถ้าอะไรที่เขาทำแล้วมีความสุข ผมก็สนับสนุนเต็มที่ ครอบครัวเราจึงมีความสุข

หุ้นส่วนชีวิตกับหุ้นส่วนธุรกิจที่ทั้งคู่ก่อร่างสร้างตัวมาจึงอบอวลไปด้วยความเกื้อกูลและความรัก...

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ