นางฟ้าบนผืนผ้าใบ

วันที่ 15 พ.ย. 2557 เวลา 09:34 น.
นางฟ้าบนผืนผ้าใบ
กีฬามวยขึ้นชื่อว่า ป่าเถื่อน โหด ซาดิสต์ ไร้สมอง ใช้กำลัง แล้วแต่จะเรียกขานยิ่งเป็นกุลสตรีไทย ยิ่งไม่น่าข้องเกี่ยวด้วยแม้แต่จะคิด แต่ปัจจุบันบรรดาสาวๆ กลับมีมุมมององศาที่แตกต่างจากเดิม พวกเธอมองว่าศิลปะการป้องกันตัวเป็นมรดกของชาติที่น่าจะอนุรักษ์ให้ลูกหลานสืบสานต่อไป หรือแม้กระทั่งให้ฝรั่งตาน้ำขาว เปลี่ยนทัศนคติในแง่ลบที่มีต่อหญิงไทยทำให้กีฬามวยไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้เธอเลือกที่จะขึ้นไปยืนบนผืนผ้าใบ ประกาศศักดาให้โลกรู้ว่า ผู้หญิงก็มีจิตใจที่หาญกล้า ไม่น้อยหน้า “ผู้ชายอกสามศอก”

 สวยสังหาร...

 

นักมวยสวยที่สุดในประเทศ

“น้องพีช” ภู่ระหงษ์ ศิษย์จ่าแดง

“สวยสังหาร” ฉายานี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย สำหรับ “พีช”ภู่ระหงษ์ ศิษย์จ่าแดง หรือสุพัตรา เขมทองคำ นักมวยสาวสวยแข้งหนัก ดีกรีรางวัลชนะเลิศการประกวดคนสวยมวยสยามเธอถือเป็นคนที่ปลุกกระแสวงการมวยหญิงให้คึกคักอีกครั้งมีสาวๆ หลายคนที่เห็นแล้วทราบประวัติของพีชหันมาออกกำลังกายด้วยกีฬามวยไทย เพราะว่าเมื่อก่อนเธอเคยน้ำหนักถึง 80 กก. เลยหันมาชกมวยไทยช่วงเรียนมัธยมทำให้กลับมาเป็นสาวสวยหุ่นดีอย่างที่เห็น และเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาในแวดวงกำปั้น

“ตอนนั้นอายุ 15 ปี น้ำหนักเยอะมาก ทำให้รู้สึกอึดอัด ไปไหนมาไหนก็ไม่มั่นใจ ทำให้ต้องหาวิธีลดน้ำหนัก ซึ่งข้างบ้านมีค่ายมวยก็เลยมาฝึกมวย ช่วงแรกๆ คิดว่ามาออกกำลังกาย ไม่คิดว่าจะชอบมวย แต่พอได้สัมผัสก็ติดใจและเล่นมาจนถึงทุกวันนี้ จากน้ำหนัก 80 กก.มาฝึกมวยลดไปได้ถึง 20 กก. ตอนแรกพ่อก็รู้สึกว่าเป็นผู้หญิง น่าจะเล่นกีฬาอย่างอื่นแต่พอเห็นลูกสาวลดน้ำหนักได้ และดูสวยขึ้น พ่อก็ไม่ขัดขวางออกแนวสนับสนุนด้วยซ้ำ” เจ้าของความสูง172 ซม. กล่าว

ด้านโปรแกรมการฝึกซ้อม มวยชายกับมวยหญิง ไม่แตกต่างกันเลย ถือว่าหนักเอาการสำหรับผู้หญิง เพราะไม่ใช่ว่าจะเป็นการล่อเป้า เตะกระสอบ วิ่งเรียกเหงื่อ ไม่มีการลดหย่อนผ่อนปรน ผู้ชายอกสามศอกเขาทำอย่างไร เธอก็ต้องปฏิบัติเช่นนั้นเหมือนกัน

 

“ถ้าไม่มีการแข่งขัน พีชก็จะวิ่งทุกเช้าเข้าฟิตเนส เล่นเวทเทรนนิ่ง เพราะถ้าปล่อยไว้ร่างกายก็จะไม่กระฉับกระเฉง แต่ถ้าช่วงที่ใกล้จะแข่งขันโปรแกรมการฝึกซ้อมก็จะหนัก ตื่นแต่เช้า วิ่ง 5-10 กม. กลับมาเตะกระสอบ ล่อเป้าชกลม กระโดดเชือก ลงนวมซ้อม ร่างกายต้องเสียพลังงานมาก แต่อาหารการกินก็สามารถกินปกติได้ ถ้าไม่ได้ใกล้ช่วงแข่งขัน มีแต่ต้องเพิ่มเติมทางด้าน โภชนาการเข้าไปเล็กน้อย เช่น ไข่ลวก กับ แบรนด์ขาดไม่ได้ต้องกินทุกเช้า แต่ถ้าน้ำหนักยังเกินอยู่ ก็ต้องลดอาหารประเภทแป้งลง มากินผัก ผลไม้มากขึ้น หรือกินปลามากขึ้น ไม่รู้สึกว่าลำบาก เพราะเคยชิน แต่ถ้าคนไม่เคยก็จะ รู้สึกว่ายุ่งยากเหมือนกัน”

หากมีเวลาว่าง ก็จะดูหนังฟังเพลงเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่ส่วนใหญ่จะชอบฟังเพลงมากกว่า เพราะวิ่งไปฟังไปก็ได้ไม่เสียเวลา

“ส่วนใหญ่เวลาจะหมดไปกับการฝึกซ้อมมากกว่า แต่ถ้าว่างจริงๆ ชอบฟังเพลง ไม่มีศิลปินคนไหนเป็นพิเศษ ฟังได้ทุกแนว หนังก็เหมือนกัน จะชอบดูหนังแอ็กชั่น เพราะมันสนุกดี และค่อนข้างตรงกับบุคลิกของเรา”

 

เป้าหมายในอนาคตของสาวหวานรายนี้ หากเลิกอาชีพชกมวยก็อาจจะผันตัวเองไปเป็นกรรมการ ส่วนเป้าหมายในการศึกษาอยากจะเป็นผู้พิพาษาเหมือนคุณพ่อ

“ชกมวยคิดว่าอีกสัก 5 ปี ก็น่าจะเลิกชกแล้วค่ะ เพราะอายุเริ่มมากขึ้น ตอนนี้อายุ 22 ปีแล้ว ไม่อยากเจ็บตัวมากกว่านี้ส่วนการศึกษาตอนนี้เรียนอยู่ปี 4 คณะนิติศาสตร์ หากเรียนจบป.ตรี ก็อยากจะเรียนต่อเนติบัณฑิต ซึ่งเป็นความฝันของหนูเหมือนกัน รวมทั้งคุณพ่อด้วย เพราะท่านเป็นอัยการ ส่วนคุณแม่ทำงานอยู่ที่บริษัทภาพยนตร์ แต่หนูไม่ชอบด้านวงการบันเทิง แต่น้องสาวชอบ เคยมีงานถ่ายแบบและ เล่นละครบ้าง

ภาพยนตร์ก็มีเหมือนกัน ล่าสุดได้รับเกียรติเป็นนักแสดงรับเชิญ เรื่อง ‘กรรไกร ไข่ ผ้าไหม’ ของ คุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง ถนัดชกมวยมากกว่า” “น้องพีช” เจ้าของแชมป์มวยสากลแห่งประเทศไทย ปี 2557 กล่าว

รู้จักตัวตนของเธอแล้ว ต้องปรบมือดังๆให้กับความมุ่งมั่น ความมีระเบียบในการฝึกซ้อม ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้หน้าตาเช่นกัน!!!

หนุ่มๆ เห็นแล้วเข้าไปทัก...เตือนว่าให้ระวังแข้ง เอ้ย!!! ความสวยของเธอจะสังหารหัวใจคุณ!!!

 

สมิงสาวหน้าหวาน

แสงดาว สะแกทองรีสอร์ท

หน้าตาคม ผิวสีแทน อาวุธหนัก ซ้ายกับขวาหนักเท่ากัน ต้องไปถามแม่ว่าข้างไหนหนักกว่า

น้อยคนที่จะได้สัมผัสตัวตนของเธอผู้นี้ แสงดาว สะแกทองรีสอร์ท ชื่อที่ใช้เรียนหนังสือ น.ส.ธนาพร ทองโคตร เริ่มชกมวยตอนย่างเข้าวัยรุ่นที่ จ.อุดรธานี ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนมาจนถึงทุกวันนี้

“ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะหันมาเอาดีทางด้านชกมวยเลย จำได้ดีวันนั้นพ่อใช้ให้ไปดูน้องชายซ้อมที่ค่ายมวยใกล้ๆ บ้านแต่ดูไปดูมา มันก็เข้าท่าเหมือนกัน ครูพรทวีนาคศรี เป็นครูคนแรกของหนู ท่านเห็นหน่วยก้านดีเลยชวนหนูลอง หนูก็ไม่ลังเลเลย ลองซ้อมวันนั้นเหมือนกัน นับแต่นั้นมาจนถึงปีนี้ ก็เกือบสิบปีแล้ว” สาวสวยวัย 20 ปี เริ่มสาธยายด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

เป็นผู้หญิงที่จัดว่าหน้าตาดี พ่อกับแม่ย่อมห่วงเป็นธรรมดา แต่พอมาเริ่มชกมวยตอนนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว นอกจากป้องกันตัวเองได้ยังหาเงินเป็นลำไพ่ไว้เรียนหนังสืออีกด้วย

“พ่อกับแม่ไม่ได้สนับ สนุนหรอกค่ะ คุณพ่อทำงานขายอาหาร ส่วนคุณแม่เป็นครู ท่านไม่สนับสนุนอยู่แล้ว เป็นผู้หญิงจะมาต่อยมวยยกแข้งยกขามันไม่เหมาะ แต่หนูให้เหตุผลว่าเอาไว้ใช้ป้องกันตัว เผื่อโดนรังแก คุณแม่เลยใจอ่อน แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ มันกลับกลายเป็นว่าหาเงินจากการต่อยมวยได้ด้วยยิ่งดีเลย คราวนี้ไม่ต้องแบมือขอเงินแม่ ทั้งค่าเทอม ค่ากินอยู่มาจากน้ำพักน้ำแรงของหนู ค่าตัวครั้งแรกได้ไม่กี่ร้อย ตอนนี้ถ้าชกแถวบ้านเป็นเวทีภูธร ก็ได้ราวๆ 5,000 บาท แต่ส่วนใหญ่จะเดินสายต่อยแถวบ้าน ในช่วงงานวัดหรือมีเทศกาลสำคัญๆ อย่างงานลอยกระทง งานทอดกฐิน ผ้าป่า ส่วนเวทีในกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยมีรายการต่อย อย่างลุมพินี หรือราชดำเนิน ส่วนเวทีสุดสวยมวยไทย หนูได้ค่าตัว 1.5 หมื่นบาท หนูดีใจมากเพราะมันเยอะที่สุดในชีวิต”

 

หลายคนมองว่ากีฬาต่อยมวยมันจะเลี้ยงชีพได้เหรอ สาวน้อยผู้นี้กลับมองว่าอาชีพทุกอย่างเท่าเทียมกันหมด อยู่ที่ว่าจะรักและเคารพอาชีพที่ตัวเองทำมากน้อยแค่ไหน

“หนูคิดว่าทุกอาชีพมีเกียรติในตัวเองเราต้องเคารพและศรัทธาในอาชีพที่เราทำจึงจะประสบผลสำเร็จ อนาคตตั้งเป้าจะชกไปเรื่อยๆ แต่เป้าหมายที่แท้จริงอยากได้แชมป์สักรายการ เพราะตอนนี้อายุ 20 ปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะชกได้ถึงเมื่อไหร่ ถ้าไม่ต่อยมวยก็คงจะไปเป็นครูเหมือนแม่ เพราะตอนนี้เรียนอยู่ปี 2 คณะศึกษาศาสตร์ ที่สถาบันพลศึกษาอุดรธานี วิชาเอกพลศึกษา สายตรงเลย อีก 3 ปี จึงจะจบ แล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะเลือกด้านไหน ตอนนี้ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

สาวสวย หน้าตาดี ย่อมเป็นที่หมายปองของบรรดาหนุ่มๆ ที่วนเวียนมาขายขนมจีบ แต่เธอก็ขอโฟกัสกับมวยมากกว่าเรื่องของหัวใจ

“ก็มีคนมาจีบเยอะ แต่หนูก็เลือกค่ะบางคนเข้ามาตอนแรก พอรู้ว่าเป็นนักมวยก็ถอยไปก็มี หนูก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งชอบเรื่องความสวย ความงาม ไม่ได้ห้าวเหมือนตอนชกมวย ตอนนี้ก็มีศึกษากันอยู่ ดูๆ กันอยู่ ตอบเหมือนดารา เลยค่ะ” แสงดาว หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ได้คุยกับเธอทำให้รู้ว่าชีวิตบนสังเวียนผ้าใบที่เธอประเคนแข้ง ศอกหมัด ใส่คู่ต่อสู้ กับพื้นล่างเวที ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ผู้หญิงคนนี้มีความมุ่งมั่นและเด็ด เดี่ยวน่าที่เด็กรุ่นใหม่จะเอาเยี่ยงอย่างเธอ...ก็ไม่สงวนสิทธิแต่อย่างใด

ของนอกแค่สะใจ...

 

มวยไทยอยู่ในสายเลือด

“น้องเจด” มาริษา ศิริสัมพันธ์ นักชกสาว ลูกครึ่งไทย–อังกฤษ วัย 22 ปี ถึงแม้เธอจะผ่าน สังเวียนมาไม่มากนัก เพียงแค่ 13 ไฟต์เท่านั้น แต่เธอก็เคยผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลกมาแล้ว ดีกรีไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือใบหน้าอันอ่อนหวานชวนหลงใหล หนุ่มๆ เห็นแล้วเป็นต้องอยากจะเข้าไปพูดคุยกันเลยทีเดียว

“หนูเพิ่งมาเริ่มชกมวย ตอน อายุ 19 ปีเองค่ะ ตอนอยู่อังกฤษไม่ได้สนใจเลย แม้ว่าพ่อมีค่าย มวยก็จริง ก็เหมือนเด็กนอกทั่วๆ ไปที่ชอบกีฬาสากลอย่างอื่น แต่ พอกลับมาเมืองไทยได้เข้าไปช่วย กิจการของคุณพ่อ ทำให้ซึมซับเรื่องของมวยไทยโดยไม่รู้ตัว จริงๆ คุณพ่อไม่อยากให้หนูชกมวยเลย ทำให้พ่อส่งหนูไปอยู่อังกฤษตั้งแต่เล็กๆ ก็รู้สึกว่ามวยไทยมันไกลตัวไป แต่พอกลับมาอยู่เมืองไทยสักพัก ได้คลุกคลีกับคุณพ่อมากขึ้น และได้ ลองชกมวยดู เริ่มจากออกกำลังกาย และต่อมาก็ชกจริงจังขึ้น ซึ่งพ่อบอกว่าทำได้ดี มีแวว” เจด เริ่มสาธยาย

สมัยนี้สาวๆ มักจะหันมาออกกำลังกายด้วยการฝึกมวยไทย ซึ่งเจดมองว่า อาจจะเป็นกระแส แต่ก็เป็นเรื่องดีเพราะ มวยไทยเป็นศิลปะประจำชาติไทย คน ไทยทุกคนน่าจะมีส่วนร่วมและอนุรักษ์ตรงนี้

“มองว่าจะเรื่องกระแส หรืออะไรก็ตาม ถ้าเราทำแล้วชอบและรัก มันเล็กน้อยสำหรับมวยเพื่อการต่อสู้ หรือฝึกมวยเพื่อออกกำลังกายก็ดี ยิ่งเป็่นการออกกำลังกายด้วย กีฬาอะไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นมวยไทยเราก็จะอินกับมัน เริ่มหลงรักมวยไทยตอนไหนก็จำไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้นอกจากชกมวยเป็นงานอดิเรกแล้ว งานหลักหนูก็เป็นครูสอนมวยไทยอยู่ที่ฟิตเนส แถวพร้อมพงษ์ และก็ช่วยคุณพ่อซ้อมมวยที่ค่ายเหมือนกัน ลูกศิษย์เริ่มเยอะแล้ว มีตั้งแต่เด็ก และคนทำงาน ก็สนุกดี เราจะได้ถ่ายทอดวิชา มวยไทยให้เขา ซึ่งมันก็จะดัดแปลงเล็กน้อยระหว่างซ้อมมวยเพื่อแข่งขัน กับการซ้อมที่เป็นการออกกำลังกาย”

หากคนที่คลุกคลีอยู่กับมวยไทยน่าจะจดจำ เจด มาริษา ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการไหว้ครู ที่ใครเห็นก็ต้องปรบมือให้ เพราะทั้งสวยงามและดุดัน มันเป็นส่วนผสมที่ลงตัว

“หนูเคยได้รางวัลไหว้ครูยอดเยี่ยม คิดว่าการไหว้ครูก็เป็นสิ่งแรกที่จะทำให้คนดูรู้สึกประทับใจ นอกจากชั้นเชิงมวย เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนูเริ่มชกมวยเพราะอยากไหว้ครูนี่แหละ แต่ไม่ใช่ไหว้ครูสวยอย่างเดียวนะ เตะ ต่อย เข่า ศอก ก็ครบเครื่องเหมือนกัน”

เห็นหน้าตาเป็นฝรั่งแบบนี้ แต่สาว “เจด” ไม่ชอบอาหารฝรั่งนะ แต่กลับชอบอาหารไทยและอาหารทะเลเป็นชีวิตจิตใจ หากใครคิดจะมาขาย ขนมจีบต้องศึกษาให้ดี

“เป็นคนที่ไม่ชอบ อาหารฟาสต์ฟู้ดเลย ใครที่รู้จักจะรู้ดี หนูชอบพวกข้าวแกง หรืออาหารทะเลมากกว่า กินได้เป็นจานๆ โดยเฉพาะกุ้ง หอย ปู ปลา และน้ำจิ้มเผ็ดๆ”ตอนนี้สาวน้อยคนนี้เรียนจบปริญญาตรีเรียบร้อย กำลังมองหางานทำ ซึ่งนอกจากสอนมวยไทยแล้วก็อยากจะมีอาชีพที่มั่นคง

“จบมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภาคอินเตอร์ ถามว่าทุกวันนี้รายได้ก็พอเลี้ยงชีพได้ แต่มันยังไม่ใช่ หนูคิดว่าหนูทำอะไรได้มากกว่านี้ กำลังมองหางานอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นงานวงการบันเทิงก็ได้ แต่ไม่ถนัดร้องเพลง ส่วนการแสดงคิดว่าตัวเองทำได้ หากได้รับโอกาสก็จะรีบคว้าทันทีเพราะเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ”

ตอนนี้ยังไม่มีคนรู้ใจ ขอเอาความทุ่มเทให้กับการชกมวยและทำงานมากกว่า ส่วนเป้าหมายในอนาคตคงชกมวยอีกไม่กี่ปี

“แฟนไม่มีค่ะ เพราะกลัวไม่มีเวลาให้เขา ตอนนี้ ขอโฟกัสเรื่องชกมวยและทำงานก่อน จะว่ายังไม่ถึงเวลาน่าจะเหมาะกว่า คนที่จะมาจีบส่วนใหญ่ พอหนูบอกเป็นเพื่อนกันก่อน เขาก็จะไม่รอ และก็เลิกสนใจไปค่ะ ตอนนี้ก็มีคุณพ่อกับคุณแม่เท่านั้น ที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน”