'ศิรอาภา-สายศิริ' พี่น้องคู่ซี้ธุรกิจน้ำตาล

  • วันที่ 01 พ.ย. 2557 เวลา 09:54 น.

'ศิรอาภา-สายศิริ' พี่น้องคู่ซี้ธุรกิจน้ำตาล

ความผูกพันทางสายเลือดระหว่างพี่น้องท้องเดียวกันหรือลูกพี่ลูกน้อง คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เช่นเดียวกันระหว่างความสัมพันธ์ของ 2 สาวคู่ซี้ลูกพี่ลูกน้อง “ศิรอาภา ศิริวิริยะกุล” หรือ“ปลา” อายุ 28 ปี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลูกของ “ประพันธ์ ศิริวิริยะกุล”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจน้ำตาลทราย กับ “สายศิริ ศิริวิริยะกุล”หรือ “โจ้” อายุ 29 ปี ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารองค์กร KTIS ที่มีศักดิ์เป็นหลานคุณประพันธ์

ทั้งคู่เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่ช่วยกันผลักดันให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตจนก้าวเข้าสู่เป็นบริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ลูกพี่ลูกน้องคู่นี้มีความใกล้ชิดและสนิทสนมกันมาก ถือเป็นคู่ซี้ในการทำงานไปด้วย

‘ปลา : พี่โจ้คือพี่สาวที่มาเติมเต็ม’

“พี่โจ้ เป็นทั้งคนเก่ง เป็นทั้งคนสวย เป็นพี่สาวที่แสนดีและน่ารัก” นี่คือประโยคแรกที่น้องสาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันบอกถึงความรู้สึกถึงพี่สาวที่เป็นญาติสนิท ปลา บอกว่า เพราะรู้สึกว่าพี่โจ้เพียบพร้อมไปทุกอย่าง ทั้งเป็นผู้หญิงที่สวยหวานน่ารัก เรียนก็เก่ง ตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกจบด้านกฎหมายมาตลอด ที่สำคัญเราสนิทและคุ้นเคยกันมาก ปลาจำได้ตลอดว่า ตั้งแต่เด็กๆ จะเดินตามตลอด และพี่โจ้ก็จะคอยดูแลปลา เพราะปลามีแต่พี่น้องที่เป็นผู้ชายหมด หลายๆ ครั้งที่เรามีปัญหาอะไรตั้งแต่เด็กๆ ไม่ได้ต้องพูดอะไรกันมาก พอพี่โจ้เข้ามากอดเราก็ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดีแล้ว

“พี่โจ้จะคอยพาไปไหนต่อไหน พามาเล่น แต่งตัว เล่นตุ๊กตา หรือคอยเติมเต็มมุมกุ๊กกิ๊กแบบที่เด็กผู้หญิงเล่นกัน เพราะบ้านปลาจะเล่นต่อสู้กันตามสไตล์ที่มีพี่ชายและน้องชาย ยิ่งพอตอนพี่เขาไปเรียนต่อที่สหรัฐถึง 5 ปี ก็มีรู้สึกเหงาๆ คิดถึงบ้าง วันหยุดหรือเวลาว่างก็จะไปไหนมาไหนด้วยกัน จนกระทั่งหลายคนอาจมองว่าเราสองพี่น้องเป็นแฟนกันไปแล้ว เพราะปลานอกจากชอบตัดผมสั้นแล้วบุคลิกอาจจะดูแมนๆ ห้าวๆ ไปหน่อย ซึ่งก็ใช้ได้ผลดีนะเวลาที่พี่โจ้ไม่ค่อยอยากให้ใครเข้ามาจีบ” ปลา เล่า

พอได้มาทำงานร่วมกับพี่โจ้แล้ว เขายังเป็นแรงหลักสำคัญที่กลายเป็นคู่หูในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นที่ปลาอยากให้ธุรกิจครอบครัวเข้าตลาดหุ้น ก็มีพี่โจ้คอยให้คำแนะนำและปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี แม้ตัวเขาจะเรียนอยู่สหรัฐแต่ก็ไม่เคยทิ้งน้อง ที่สำคัญคือ คอยพูดให้กำลังใจตลอด เพราะเข้าใจว่าช่องว่างของวัยต่างกันมากที่ต้องใช้เวลาในการอธิบายและทำความเข้าใจกับสมาชิกในครอบครัวระยะหนึ่ง

เมื่อต้องเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น ปลากับพี่โจ้ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชาวไร่อ้อย ชมโรงงาน เราก็รู้ว่าพี่โจ้เขามีบุคลิกหวานกว่า ปลาก็จะเป็นคนคอยดูแลเขาเวลาไปต่างจังหวัด รู้สึกดีใจเหมือนได้ปกป้องพี่สาว ซึ่งวันหนึ่งพี่สาวเราก็ต้องมีคนมาดูแลและปกป้อง และก็หวังว่าขอให้เขาได้คนดีๆ มาดูแลพี่สาวเราได้ ดังนั้นปลากับพี่โจ้ไม่ใช่เหมือนลูกพี่ลูกน้องธรรมดา และตลอดเวลาที่ผ่านมา ปลาเชื่อเสมอว่าเขาคือพี่สาวของเราคนหนึ่งเลย

‘โจ้ : ปลาคือน้องสาวที่น่ารัก’

ปลาเขาเหมือนน้องแท้ๆ ของโจ้เลย เพราะบ้านโจ้ก็จะมีแต่สาวๆ และปลาเขาเป็นลูกผู้หญิงคนเดียว พี่กับน้องก็เป็นผู้ชายกันหมด เขาก็เลยจะติดเรา และจริงๆ เราก็ชอบดูแลน้องๆ อีกทั้งที่บ้านก็มักจะสอนและให้ความสำคัญว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกันที่ต้องรู้จักรักกันให้มาก มีความสามัคคีกัน เพราะคุณพ่อคุณแม่พวกเราแต่ละคนงานจะยุ่งมาก ซึ่งโจ้ก็เป็นพี่คนโตก็ต้องดูแลน้องสาวอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่สบายมากสำหรับโจ้

โจ้ยังรู้สึกว่าปลาเขาเป็นทั้งผู้หญิงที่เข้มแข็ง เป็นผู้หญิงที่น่ารัก และมีจิตใจดีงาม ที่สำคัญ ถือว่าเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นที่อยากทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืน คิดดูเขาเป็นตัวตั้งตัวตีและพยายามผลักดันให้ KTIS เข้าตลาดหุ้นมาตั้งแต่อายุ 23 ปี ตั้งแต่เรียนเศรษฐศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงว่าเขาเป็นผู้ใหญ่และเสียสละเพื่อครอบครัวและทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ

โจ้ยังไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอก พี่ชายกับน้องชายปลาก็จบปริญญาโทกันหมดแล้ว แต่ตัวเขาขอทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนและก็เลื่อนกำหนดการไปเรียนของตัวเองไปตลอดรวมทั้งเวลาที่เห็นเขาต้องติดต่อสื่อสารกับผู้ใหญ่ คู่ค้า หรือพันธมิตร เราจะรู้สึกสึกทึ่งและภูมิใจว่าน้องเราสามารถทำได้ดีเป็นมืออาชีพ ทั้งๆ ที่ประสบการณ์การทำงานยังไม่มาก

แม้โจ้กับปลาจะเห็นและผูกพันกับพี่ๆ ชาวไร่อ้อยกันมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะมีโอกาสตามติดผู้ใหญ่ลงไปในพื้นที่มาตลอด แต่บ่อยครั้งที่ปัจจุบันเวลาไปหาพี่ๆ ชาวไร่ด้วยกันที่นครสวรรค์ เพราะงานที่โจ้ดูในบริษัทคือ สื่อสารองค์กร ภาพลักษณ์องค์กร และเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร (CSR) ก็จะมีปลาเป็นน้องที่น่ารักคอยดูแลพี่คนนี้ทุกอย่าง ฉะนั้นเวลาเหนื่อย ร้อน ง่วงแค่ไหน พวกเราก็จะช่วยกันพยุงกัน ดังนั้นเวลาลงพื้นที่ก็เหมือนได้คู่หูที่ดีไปทำงาน อีกทั้งถือว่าได้คนที่มาช่วยเสริมให้คำแนะนำ และช่วยยืนยันในส่วนงานของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

ปลาเป็นทั้งน้อง ทั้งเพื่อนที่รู้ใจกันมาก สิ่งที่เป็นห่วงปลาคือ เรื่องความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานของเขา เมื่อเขาทุ่มเทกับอะไรอยู่ เขาจะทำอย่างเต็มที่จนพักผ่อนไม่เพียงพอ อย่างตอนที่เตรียมนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น ก็นอนวันละ 4 ชั่วโมงเอง ซึ่งแม้งานหนักอย่างไร โจ้ก็ห่วงเขาที่นอนน้อยและพักผ่อนไม่เพียงพอมากที่สุด

ผู้บริหารสาวทั้งสองคนนี้มีความผูกพันกันมาก จนรู้สึกว่าเป็นพี่น้องที่แท้จริงที่คลานตามกันมาเลยทีเดียว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ