ภาพถ่ายที่ไม่เคยเห็น

วันที่ 25 ต.ค. 2557 เวลา 11:13 น.
ภาพถ่ายที่ไม่เคยเห็น
‘ภาพทุกภาพมีเรื่องราว’

ก๊อต ตี๋ ยูโร จุ๊บแจง สีน้ำ นักเรียนทั้ง 5 คนจากโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา คือผู้สร้างเรื่องราวให้ภาพเหล่านี้

น้องๆ 5 คนพร้อมช่างภาพจิตอาสาอีก 5 คนจูงมือกันไปถ่ายภาพที่ทะเลสัตหีบ ภายใต้โครงการประกวดภาพถ่าย 100 มหัศจรรย์ความงาม นิยามเมืองชล ตอน “โลกงดงามในความมืด”ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจัดไปแล้วครั้งหนึ่งในชื่อตอน “ความเงียบใต้ฟ้าคราม” ที่ได้พาน้องๆ จากโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชลบุรีไปถ่ายรูปเมืองเก่าย่านอ่างศิลา

 

น้องทั้ง 5 ได้เรียนรู้วิธีการถ่ายภาพจากช่างภาพจิตอาสา ขณะเดียวกันพี่ช่างภาพก็ได้เรียนรู้เทคนิคจากน้องๆ อย่างประสบการณ์ของสีน้ำ-ผกามาศ  แซสันเทียะ ที่เคยเรียนถ่ายภาพมาก่อนเล่าให้ฟังว่า

ถ้าถ่ายกลุ่มคนต้องเข้าไปจับคนที่อยู่ตรงกลาง จากนั้นเดินถอยหลังประมาณ 4 ก้าวให้รู้สึกว่าไกลพอให้เก็บครบทุกคนตั้งกล้องให้อยู่ในระดับสายตา จากนั้นขอให้คนอยู่ตรงกลางส่งเสียงเพื่อเช็กอีกครั้งว่ายืนได้ระยะกลางแล้ว และกดชัตเตอร์ หรือหากวัตถุนั้นไม่ใช่คนแต่เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ ก็จะทำวิธีเดียวกันโดยให้คนไปยืนอยู่ที่วัตถุนั้นและส่งเสียงแทน แต่ถ้าเป็นการถ่ายวิวที่ทั้งจับต้องไม่ได้และไม่มีเสียงส่งมาต้องอาศัยคำอธิบายจากคนข้างๆ ให้เกิดจินตนาการ

 

สีน้ำไม่ได้พิการมาแต่กำเนิดแต่โลกค่อยๆ มืดลงเมื่อกระบอกตามีความผิดปกติ และเกือบได้กลับมามองเห็นอีกครั้งเมื่อมีคนจะบริจาคดวงตาให้ แต่มันก็สายเกินไปเพราะประสาทตาไม่สามารถทำงานได้อีก เธอเล่าให้ฟังด้วยเสียงราบเรียบเหมือนน้ำทะเลที่อยู่เบื้องหน้า

พี่น้องทั้ง 5 คู่ยืนอยู่ริมทะเลแสมสารเพื่อเริ่มต้นกิจกรรมปล่อยปูม้าที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อเช้า โดยมีทีมมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์แสมสารเป็นหัวหน้าทีม ปูม้าที่ปล่อยเป็นปูไข่ที่ชาวประมงจับมาได้ ซึ่งมันสามารถแพร่พันธุ์ต่อไปได้หากมีเวลาอยู่ในทะเลนานขึ้น หลังจากนั้นก็พาทุกคนขึ้นเรือท้องกระจกไปยังแพกลางทะเลเพื่อปลูกปะการังเขากวางในท่อพีวีซีและปล่อยฉลามทรายที่ซื้อมาจากตลาดเช่นกัน

 

การปลูกปะการังเขากวางเป็นการเพิ่มปริมาณปะการังในท้องทะเลให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำขนาดเล็ก เป็นปราการผ่อนความแรงคลื่นก่อนถึงฝั่ง และที่สำคัญคือเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศใต้ท้องทะเล โดยจะนำปะการังเขากวางอ่อนเสียบไว้ในแผงท่อพีวีซี ไขนอตให้ติดกันและนำไปวางไว้บนพื้นทรายใต้น้ำ แต่ละปีปะการังจะโตขึ้นประมาณ 4 ซม. แต่สามารถตายได้ในเวลาอันรวดเร็ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมูลนิธิฯ ถึงมีภารกิจหลักในการเพิ่มจำนวนปะการังและจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้สนใจ

จุดลงทะเลแสมสารที่ทำกิจกรรมกันนั้นอยู่ในอาณาเขตของวัดหลวงพ่อดำที่ชาวสัตหีบเลื่อมใส ผนังโบสถ์ที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อดำเป็นจิตรกรรมนูนต่ำเหมาะอย่างยิ่งที่จะให้น้องทั้ง 5 คนได้สัมผัสแทนสายตา ส่วนด้านในเป็นจิตรกรรมฝาผนังสีแปลก ใช้สีหวานพาสเทลวาดเป็นตารางหมากรุกและตัดด้วยลวดลายพุทธประวัติสีดำ

 

เอ่ยถามน้องสีน้ำคนเดิมว่า “ชอบสีอะไรที่สุด” เธอยิ้มตอบ “สีชมพู” แล้วชี้ไปที่รองเท้าแตะสีชมพูซีดที่เธอกำลังใส่ (อันที่จริงเธอใส่รายละเอียดด้วยว่าข้างหนึ่งมีตัวการ์ตูน แต่อีกข้างหลุดไปแล้ว) เราทั้งคู่กำลังเดินอยู่บนหาดน้ำใส หาดในเขตฐานทัพเรือสัตหีบที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปได้ อาจเพราะอากาศกำลังสบายเธอจึงสบายใจที่จะเล่าหลายเรื่องให้คนแปลกหน้าฟัง แต่ประเด็นสำคัญที่อยากเล่าต่ออยู่ที่ประโยค

“หนูชอบถ่ายรูป หนูชอบลุ้นว่าภาพที่ออกมาจะเป็นยังไง”

 

คำพูดของเธอน่าทึ่งพอๆ กับภาพที่เธอถ่าย ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรแต่คนฟังได้ครุ่นคิดมากทีเดียว

รูปถ่ายถูกบันทึกอยู่ในเมโมรีการ์ดเหมือนกับช่วงเวลาในวันนั้นที่ถูกเก็บไว้ในความทรงจำ โลกของน้องทั้ง 5 คนไม่ได้มืดมิด ทว่าเป็นโลกอีกใบที่คนตาดีมองไม่เห็น และยังทำให้รู้ว่าภาพย้อนแสงของสีน้ำ ภาพท้องฟ้าที่ก๊อตชอบถ่าย หรือภาพท้องทะเลของตี๋ มันไม่ได้เป็นเพียงภาพ แต่ยังเป็น “ความเชื่อ” ของคนถ่ายที่ไม่เคยเห็นภาพของตัวเอง