2วัยมุมมองของคนทำงาน

วันที่ 12 ต.ค. 2557 เวลา 12:05 น.
2วัยมุมมองของคนทำงาน
ทุกวันนี้ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรธุรกิจไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีอายุที่มีประสบการณ์สูงๆ เสมอไป คนรุ่นใหม่ ที่อายุน้อยๆ ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ และอาจจะทำได้ดีไม่แพ้กัน ทำให้ยุคนี้เรามีผู้บริหาร 2 วัย ที่มีแนวคิดในการทำงานที่แตกต่างกัน

โสด

ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ คนรุ่นใหม่ กล้าคิดนอกกรอบ

จากการสวมหมวกหลายใบ แนวคิดการบริหารหรือการทำงานของเจเนอเรชั่นที่3แห่งเซ็นทรัล กรุ๊ป "ป๊อกภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์" ทั้งนักธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องดื่มชูกำลัง ศิลปิน และนักศึกษาปริญญาโท หนุ่มไฟแรง ยึดแนวทางทำในสิ่งที่ชอบ กับสูตรสำเร็จไม่ตีกรอบ พร้อมเปิดกว้างให้เพื่อนร่วมงานสร้างสรรค์ผลงาน

ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล้นฟ้า กรุ๊ป ผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังอี ดริ้งค์ มีมุมมองการบริหารธุรกิจด้วยวัยเพียง28ปี ว่า แนวคิดการทำงานในบริษัท ล้นฟ้า ผมไม่เคยตีกรอบการทำงาน เรียกว่าเปิดกว้างให้ ผู้ร่วมงานลูกน้องคิดนอกกรอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตัว เวลาเข้างาน มาสายไม่เป็นไร กลับเร็วหรือกลับช้าไม่สำคัญ ขอให้รับผิดชอบงานให้เสร็จเท่านั้นเป็นพอ

ขณะที่การบริหารงานในลักษณะนี้ ช่วยทำให้ผู้ร่วมงานมีกระบวนความคิดที่ สร้างสรรค์ การตีกรอบจนมากเกินไปทำให้ ขาดความคิดสร้างสรรค์การทำงาน หรือพัฒนางานใหม่ๆ ออกมา สำหรับในช่วงเวลานี้ผมขอทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก่อนหน้านี้ได้เข้าทำงานหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ และมีส่วนปลุกปั้นM2Fจากนั้นลาออกไปทำงานเพลง ในนามMindsetกับค่ายThaitanium ENT

ก้าวสำคัญและครั้งใหญ่กับการโดด เข้าสู่ธุรกิจของผม คือ เมื่อ4เดือนที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจทำธุรกิจเสื้อผ้าPistol Clothingร้านBLOC Siamเป็นร้านเสื้อผ้าคอนเซ็ปต์ มัลติแบรนด์ มีราว23แบรนด์ ที่สยาม สแควร์ และล่าสุดเปิดบริษัททำเครื่องดื่ม ชูกำลัง อี ดริ้งค์ (E drink)ขึ้นมา โดยร่วมทุน กับเพื่อนๆ อีก7คน ตั้งบริษัท ล้นฟ้า ขึ้นมา เครื่องดื่มชูกำลังถือว่าเป็นสินค้าที่มีความท้าทาย เพราะเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โจทย์คือ ทำอย่างไรถึงลบภาพลักษณ์การเป็นสินค้าสำหรับผู้ใช้แรงงาน

สำหรับการปลุกปั้นเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะเล็งเห็นช่องว่างทางการตลาด ตอนเรียนหนังสือต่างประเทศ ผมดื่มเครื่องดื่ม ชูกำลังอยู่แล้ว อี ดริ้งค์ เป็นสินค้าที่พัฒนาขึ้น ดึงความต้องการของผมผ่านตัวแทนคน รุ่นใหม่ออกมาทำตลาด แน่นอนว่าการเริ่มต้น ทำธุรกิจหรือทำอะไรก็ตาม ต้องหวังจะให้ ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าได้ลงมือทำและ ไม่ดี ก็ทำให้เราเรียนรู้ ผมมองว่ามันเป็น บทเรียนที่คุ้มค่าในชีวิต ได้เรียนรู้ในประสบ การณ์ที่หนังสือหรือตำราไม่มี

ปัจจุบันถามผมว่าทำอะไรบ้าง ต้องบอกว่าสวมหมวกหลายใบเป็นทั้งเป็นศิลปิน นักธุรกิจเสื้อผ้า และล่าสุดเครื่องดื่มชูกำลัง ส่วนบทบาทนักศึกษาปริญญาโท ที่ ศศินทร์ เพราะต้องการนำความรู้มาใช้ในการบริหาร ธุรกิจ ตลอดระยะเวลาพยายามค้นหาตนเอง ว่าชอบอะไรและต้องการทำอะไร เพื่อจะได้ มีความสุขกับสิ่งที่ลงมือทำ

การทำธุรกิจที่เราชอบจะเป็นการทำงานที่มีความสุข การไม่ตีกรอบ ทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ส่วนธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น สอนให้รู้จักบทเรียนนอกตำรา นั่นคือความสุขของ ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ทายาทของเซ็นทรัล กรุ๊ป

 

เกษียณ

พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ทำงานด้วยประสบการณ์

จากประสบการณ์ทำงานผ่านร้อนผ่านหนาวมาร่วม59ปี แนวคิดการทำงานวัยเกษียณห้วงเวลานี้ คอยทำหน้าที่ปรึกษาให้ คำแนะนำ โดยใช้ประสบการณ์จริงในชีวิตขับเคลื่อนและปลุกปั้น ธุรกิจผ่านทายาททั้งหมด7คน และพนักงานในบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์

พิพัฒ พะเนียงเวทย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมึ่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า กล่าวถึงการบริหารด้วยวัยเกษียณ75ปี ว่า แม้ว่าตนเองจะ สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก แต่เนื่องจากชีวิตเริ่มทำงานตั้งแต่ อายุ16ปี จึงกลายเป็นความเคยชิน ต้องทำงานทุกวันจันทร์-ศุกร์ ทำอย่างนี้ทุกวัน ซึ่งปกติคนที่อายุเท่าผมควรจะหยุดทำงานและอยู่บ้านเพื่อพักผ่อนได้แล้ว

ชีวิตของผมที่มีความสุขได้ทุกวันนี้ คือ การทำงานล้วนๆ ทุกวัน เมื่อตื่นขึ้นมาเวลา6โมงเช้า ต้องใช้เวลาว่ายน้ำอย่างน้อยราว30นาที จากนั้นเมื่อถึงเวลา7โมง มารับประทานอาหาร และเตรียมตัวออกเดินทางไปทำงาน แม้ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ แต่ต้องถึงที่บริษัท8โมงเช้าทุกครั้ง งานในวัยเกษียณในช่วงเวลานี้ คือ ผมคงเป็นแค่เพียงที่ปรึกษาและให้คำแนะนำกับลูกๆ ที่เข้ามาบริหารด้วยกัน7คน

"งานของผมจะไม่เน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แล้ว หมดยุคของผม ต้องปล่อยให้รุ่นใหม่วัยหนุ่มคนสาวกล้าคิด กล้าแสดงออก สร้างสรรค์โชว์ศักยภาพให้เต็มที่ ส่วนผมจะเป็นผู้ออกความเห็นว่าดีหรือไม่ดีเท่านั้น หรือให้คำแนะนำบางส่วนเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่คนรุ่นใหม่มองไม่เห็นภาพ แต่คนวัยเกษียณสามารถนำประสบการณ์การทำธุรกิจเข้ามาเสริมได้" พิพัฒ กล่าว

ในระหว่างการทำงาน เริ่มตั้งแต่การเข้าประชุมทุกเช้า เพื่อให้ทราบผลการดำเนินการของ แต่ละฝ่าย จากนั้นหลังประชุมเสร็จผมจะนั่งอ่านข่าว ข้อมูลความรู้ต่างๆ รอบด้าน ผ่านทาง อินเทอร์เน็ต หรือกระทั่งอ่านเอกสารงาน ทุกวันนี้ไม่เคยคิดว่าจะหยุดทำงาน และ ไม่เคยคิดว่าจะเกษียณตัวเองออกจากการ ทำงานเมื่อไร เป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้

เรียกว่าขอแค่ได้ทำนิดๆ หน่อยๆ ก็มีความสุขมากกว่า ช่วง1-2 ปีที่ผ่านมานี้เริ่มปล่อยวางงานให้ลูกๆ เข้ามาบริหารมากขึ้นร่วม80%ที่มอบหมายงานให้ลูกและรู้สึกว่าสบายใจในระดับหนึ่งกับการสานต่อธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายได้เป็นหลักหมื่นล้านบาท คงเหลืองานเพียง20%เท่านั้นที่ผมเข้าไปดูแล

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนใหญ่จะเข้าวัดปล่อยปลา ไปเที่ยว และดูงานต่างประเทศ เพื่อหาความรู้รอบตัว ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ในแง่ คิดของการทำงานผมบอกว่าการบริหารคนต้องทำให้พนักงานมี ความสุขกับการทำงาน หลังจากนี้คงต้องจับตาดูทายาทที่ได้รับความ ไว้วางใจเจ้าพ่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ทุกวันนี้หัวใจพ่อค้า "พิพัฒ พะเนียงเวทย์" ยังเต็ม100%กับการทำงานในทุกๆ วัน