ขอรับใช้ชาติ อาสาเป็นทหารชายแดนใต้

  • วันที่ 20 ก.ย. 2557 เวลา 10:12 น.

ขอรับใช้ชาติ อาสาเป็นทหารชายแดนใต้

โดย...เจษฎา จี้สละ

ชาโน แพมเบอร์เกอร์ หนุ่มหน้าใสวัย 19 ปี ขวัญใจแฟนละครช่อง 3 โชว์ผลงานการแสดงผ่านละครเรื่องดังอย่างเรื่อง “นางร้ายซัมเมอร์” และ “ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล” ที่ใครได้ชมแล้วต้องประทับใจในฝีมือของเด็กหนุ่มลูกครึ่งไทยออสเตรเลีย แต่ไม่ใช่เพราะแสงไฟในวงการบันเทิงที่ทำให้เขาดูโดดเด่น กลับเป็นจิตใจของเด็กหนุ่มที่ต้องการเสียสละเพื่อชาติ จุดพลิกผันสำคัญที่ทำให้หนุ่มอายุ 19 ตัดสินใจรับใช้ชาติ ด้วยการสมัครเป็น “ทหาร” ชายแดนใต้

“ความฝันของผมตั้งแต่เด็ก คือยากเป็นทหารหรือตำรวจ ตั้งแต่เด็กอยู่แล้วครับ เคยคิดจะไปสอบเป็นนักเรียนนายร้อย แต่ช่วงนั้นอยู่ต่างประเทศ พอกลับมาในช่วง 3 ปีนี้ ก็รับงานตลอด เลยไม่ได้สอบ” ชาโน เปรยความฝันเริ่มบทสนทนา

 

ทว่า ชีวิตของเขาไม่ได้เริ่มต้น ณ จุดทางฝัน แต่ผันไปในวงการบันเทิง เนื่องจากเคยมีผลงานการแสดงตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนกลับเข้าวงการอีกครั้งในวัยหนุ่ม ภายใต้สังกัดใหญ่ที่ได้มีโอกาสจัดกิจกรรมให้กับพี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้เขาได้คลุกคลีกับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านอย่างใกล้ชิด จุดประกายความคิดในบางสิ่ง

“ผมเคยไปจัดกิจกรรมกับทางช่อง 3 ที่นั่น มีเด็กคนหนึ่ง พอได้พูดคุยกันบ้าง เขาเพิ่งเสียแม่ไป พอผมได้คุยก็สลดใจ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด พ่อเขาก็เสีย เขาต้องอยู่คนเดียว ต้องไปอยู่กับญาติ เหตุการณ์เกิดต่อหน้าเด็ก เป็นเหตุระเบิด พ่อแม่เสียชีวิตต่อหน้าเขา น้องยังเล็กมาก” เสียงเด็กหนุ่มฉายแววความอ่อนไหวในคำพูด กลั่นกรองทีละถ้อยคำ เพื่อให้เข้าใจในเหตุผลการตัดสินใจ

 

นอกจากนั้น ชาโนยังอธิบายถึงประสบการณ์ที่เขาผ่านพบ ชีวิตจริงของคนในพื้นที่เสี่ยงชายแดนใต้ ภาพชาวบ้านดีใจ เมื่อได้เห็นทีมงานและเจ้าหน้าที่ ขณะที่ชีวิตประจำของพวกเขายังต้องเผชิญกับความเสี่ยงในทุกเวลา เพราะเหตุร้ายที่ไม่คาดคิด เมื่อเกิดขึ้นก็ไม่พ้นซึ่งการบาดเจ็บหรือสูญเสีย

“เกิดเหตุขึ้นมาก็ต้องบาดเจ็บล้มตาย เป็นเหตุการณ์สลดใจ ผมเห็นแล้วน้ำตาร่วง ส่วนตัวผม ผมไม่อยากเห็นมัน”

ไม่ต่างชีวิตของเหล่านักรบในพื้นที่ ผู้เป็นแบบอย่างแนวทางชีวิต ที่ชาโนได้สัมผัสความคิดและประสบการณ์ผ่านการสนทนาและร่วมกิจกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

“การเป็นทหารไม่สบายอยู่แล้ว อยู่ภาคใต้เสี่ยง ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุขึ้นเมื่อไหร่ พี่ๆ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสมัครใจ ปกป้องแผ่นดินไทย ต้องสละชีพเพื่อชาติ”

ชาโนพร้อมสละชีพเพื่อชาติ? “ผมยินดีครับ ถ้าเป็นอะไรไป ซักวันหนึ่งเราก็ต้องตายจริงไหม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มันจะเกิดก็ต้องเกิด เหมือนที่เลือกจะเป็นทหาร ผมรักชาติอยู่แล้ว ผมรักการทำงานด้านนี้ ผมไม่เสียดายถ้าจะไปสละชีพ”

แทรกเสียบด้วยคำถามลูกผู้ชาย กลัวตายไหม? “ถ้าพูดเรื่องนี้ เราตายเพื่อชาติ เสียสละเพื่อชาติ ผมถือเป็นเกียรติครับ”

 

ชีวิตเด็กหนุ่มอายุ 19 ปี ย่อมเป็นที่สนใจของสังคม เมื่อเขาตัดสินใจใช้ชีวิตเป็นแนวรบของชาติ คำครหาย่อมแผดเสียง ยิ่งเป็นข่าว ยิ่งมีคนตั้งคำถาม “อยากเป็นทหารจริงไหม หรือแค่อยากจับปืน” หรือข่าวซุบซิบในวงการแสงสี “จริงใจแค่ไหน หรือไปเพียงสร้างกระแส” แต่กับเจ้าตัวต้นข่าว กลับมองเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลที่จะครหา ชาโนปัดที่จะแยแสกับคำครหาเหล่านี้

“ผมไม่สนใจว่าเขาจะคิดยังไง ส่วนตัวผมอยากทำ ถึงไม่เป็นดารา ผมก็ไปเป็นทหารอยู่แล้ว ส่วนกระแสพวกนี้ผมไม่ซีเรียส เป็นสิทธิของเขาที่เขาจะคิด”

“เพราะผมอยากช่วยเหลือ บางคนบอกว่าโลกสวยเหรอ แต่ผมไม่สนว่าเขาคิดยังไง ผมคิดว่าทำแล้วมีความสุขก็พอแล้ว ไม่ต้องมีใครเห็นก็ได้”

 

รู้จักทหารพรานดีแค่ไหน หากไปจริงแล้วหนักหน่วง กลัวหรือไม่ที่จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้? “ถ้าผมไป ผมจะทำให้ดีที่สุด ดูแลประชาชน ช่วยเหลือ และลาดตระเวน ชีวิตทหารพรานอยู่อย่างเสี่ยง เพราะพูดตามจริงแล้วอยู่ลำบาก ไม่ใช่ไปอยู่สบาย”

ระหว่าง 2 อาชีพที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว ชาโนไม่ได้มองเป็นปัญหา เนื่องจากผู้ใหญ่ในสองฝั่ง ทั้งวงการลายพรางและวงการแสงสี มีทีท่าตอบรับการตัดสินใจ เบื้องต้นเขายังคงสถานะนักแสดงพร้อมกับทหารพรานร่วมกันได้ หากแต่ต้องจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม แต่ชีวิตในมิติหลัก เจ้าตัวยืนยันว่าต้องเป็นอาชีพทหาร ส่วนงานแสดงถือเป็นรอง ซึ่งหากต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในวันข้างหน้า ชาโนเลือกทหาร!

“ถ้าต้องเลือก เลือกทหารครับ”

ไม่เสียดายหรือ หลายชีวิตกว่าจะได้เข้ามาในวงการบันเทิงต้องดิ้นรน? “สิ่งนี้เป็นความชอบส่วนตัว อย่างผมอาจจะพอเป็นนักแสดงได้ แต่โดยส่วนตัวผมชอบด้านทหาร ช่วยเหลือประชาชน ผมไม่ได้อยากให้คนมาชื่นชมนะ เพราะไม่ได้มีแค่ผม แต่ยังมีอีกหลายคนที่เขามาเป็นทหาร ยอมเสียสละเพื่อประเทศชาติ”

 

“คนรอบข้างบ่นเสียดาย มีอยู่ครับ เขาก็ถามไปทำไม เป็นดาราดีกว่า หาเงินได้เยอะกว่า ส่วนตัวเรื่องเงินผมไม่สน เงินหาเพื่อดำรงชีวิตเราต่อไป มีเยอะตายไปก็เอาไปไม่ได้ บางทีผมก็ช่วยเหลือโดยการบริจาคนะ การกุศล คนลำบากกว่าเรามีเยอะ”

ครอบครัวย่อมมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการตัดสินของเด็กหนุ่ม คนเป็นพ่อแม่มีหรือไม่จะไม่ห่วงใยในลูกชายอันเป็นที่รัก

“พอเล่าให้พ่อฟังครั้งแรก พ่อส่ายหัวเลย (หัวเราะ) แม่ไม่เห็นด้วย แต่คุยซักพัก อธิบายให้เข้าใจ ทางครอบครัวเห็นว่าเราชอบจริง ถ้าทำแล้วเรามีความสุข เขาก็ยินดี อย่างที่เราเคยไปทำกิจกรรมในพื้นที่ พอเขาเห็นภาพเรามีความสุข เขายอมรับและสนับสนุน ยังไงเราก็เป็นลูกเขา เขาก็ต้องห่วงเป็นปกติ ไม่อยากให้ไป”

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ชาโนเดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก เพื่อสมัครเป็นทหารพรานเป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ว่าจะบรรจุหนุ่มน้อยไปอยู่ยังกรมกองหรือพื้นที่ใดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ไม่ว่าที่ไหนใน 3จังหวัด ผมยินดีหมด ยะลา ปัตนี นราธิวาส ที่ไหนก็ได้ เป็นพื้นที่สีแดงทั้งนั้น ชาวบ้านเขาต้องการความช่วยเหลือจริง”

“คม” ในคนไม่อาจวัดได้จากสถานะ อาชีพ หรือกรอบวัดทางสังคม หากแต่พิสูจน์จาก “จิตใจ” ที่วัดได้ด้วย “การกระทำ” ดังคำเปรียบเปรยที่ว่า ผู้คิดแล้วไม่ทำ ไม่ต่างจากการไม่คิด แต่สำหรับผู้จุดความคิดให้ตนและคนรอบข้าง พร้อมลงมือทำ ย่อมสร้างค่าให้กับตน เผยคมคนและนัยความคิด

“ผมบอกไม่ได้ว่าไปอยู่ที่นั่นแล้วจะเจออะไร สถานการณ์จะดีขึ้นไหม ไม่มีใครรู้ แต่อย่างน้อยผมก็ได้ช่วยเหลือคน ในส่วนที่ผมทำได้”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ