หนึ่งวันที่ฉันป่วย

  • วันที่ 10 ส.ค. 2557 เวลา 13:07 น.

หนึ่งวันที่ฉันป่วย

โดย...ดนัย จันทร์เจ้าฉาย Ceo DC Consultants & DMG Books

จำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่ป่วยมันเป็นช่วงเวลาไหน อายุเท่าไร แต่ที่จำได้แน่ๆ มันต้องเป็นเวลานานมาแล้ว และที่สำคัญตั้งแต่ทำงานมาจนกระทั่งอายุจะเหยียบย่างเข้าสู่ทศวรรษที่ห้า ผมยังไม่เคยลาหยุดเนื่องจากการเจ็บป่วยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยคติการทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลา แม้กระทั่งวันเสาร์อาทิตย์ แม้ทีมงานจะต้องลากันบ้างก็ปล่อยไปตามอัตภาพ แต่สำหรับตัวเองในฐานะหัวหน้า แม้ว่ากลางคืนจะทำงานดึกดื่นโต้รุ่งแค่ไหน จะรอนแรมกลับมาจากต่างจังหวัดหรือจากต่างประเทศอย่างไร พอเช้าขึ้นมาก็ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จนแม่บ้านถึงกับล้อเอาบ่อยๆ ว่า “นายมาทำงานหน้าผ่องแต่เช้า ส่วนทีมงานเดี้ยงกันเป็นแถบๆ”

อย่างไรก็ตาม การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากก็เป็นไปตามนั้น ดังนั้นสถิติการทำงานโดยไม่เคยลาหยุดเลยของผมก็ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ ด้วยอาการเจ็บคอ เป็นไข้ ทำให้ต้องลางาน 1 วัน หลังจากที่ยังหลงคิดว่าตัวเองอายุน้อย รับงานบรรยายเดินสายทั่วประเทศโดยไม่หยุด บางวันเดินทางบรรยายถึง 3 จังหวัด เพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด โดยไม่คำนึงถึงสังขารร่างกายว่าจะรับไหวหรือไม่

หนึ่งวันที่ลาพักผ่อนอยู่กับบ้าน ทำให้เห็นว่าร่างกายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่เคยโกหก การได้มีเวลาอยู่กับร่างกายตนเอง สัมผัสความร้อนความเย็นที่สลับกันเกิดขึ้นภายในร่างกายเป็นสิ่งที่สนุกและน่าสนใจยิ่ง การที่ได้ปิดการสื่อสารช่องทางต่างๆ ไม่ว่า จะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ โซเชียลมีเดีย มือถือ ที่เต็มไปด้วยข้อมูลมากมายมหาศาล และส่วนใหญ่จะเป็นพิษต่ออารมณ์และความคิด โดยเฉพาะการแสดงความเห็นนานาจิตตัง หรือที่เรียกว่า เมนต์ กันไปมานั้น ยิ่งทำให้ร่างกายทรุดถอยลง

การเลือกอาหารที่รับประทานเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม มัน หวาน เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เป็นด่างมากกว่ากรด นั่นก็คือประเภทผักใบเขียว ผลไม้ และไม่แปรรูป รับประทานแต่พออิ่ม ไม่ใช่ตามความอยากของปาก เพราะในระหว่างที่ร่างกายไม่สบายนั้น ระบบการย่อยต่างๆ ก็ผิดปกติไปด้วย

การได้ฟังเสียงหัวใจตัวเอง ได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง ที่แรงบ้าง อ่อนเบาบ้าง มันเป็นสิ่งที่ทรงพลังและทำให้เรารู้ซึ้งถึงคุณค่าของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ การได้มีโอกาสนำมือไปวางไว้บนหัวใจ เพื่อสัมผัสจังหวะการเต้นของหัวใจดวงนี้ที่ไม่เคยหยุด ไม่เคยพักร้อน ไม่เคยได้ลาไปเที่ยวที่ไหน แต่หัวใจและลมหายใจกลับทำงานประสานกันเป็นเบื้องหลังของชีวิตตลอดมา เราจึงควรโอบกอดไปที่หัวใจดวงนี้ทุกๆ เช้า แล้วบอกกับมันว่า... ขอบคุณในความกล้าหาญและดีงามที่ทำให้เราได้เติบโตมีชีวิตอย่างมีคุณค่าและสง่างาม...

ผมจึงรู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่งที่ได้ป่วยและลาหยุด 1 วัน อยู่บ้าน ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น กับหัวใจและลมหายใจของตนเอง ได้สัมผัสกับสายลมที่โชยมาปะทะเบาๆ บนผิวหน้าและทั่วสรรพางค์กายบนคอนโดชั้น 20 หากเป็นวันธรรมดาๆ ในการทำงาน เราคงหาโอกาสที่จะชื่นชมและรื่นรมย์กับชีวิตที่เนิบช้าเช่นนี้ได้น้อยเหลือเกิน... แม้จะเสียสถิติการทำงานไปบ้าง แต่ก็ขอขอบคุณหนึ่งวันที่ฉันป่วย...

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ