‘มุมชีวิตใหม่...ของซี ฉัตรปวีณ์’

วันที่ 05 ก.ค. 2557 เวลา 15:54 น.
‘มุมชีวิตใหม่...ของซี ฉัตรปวีณ์’
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง/ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

แม้จะเห็น “ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์” หรือ “ซี” อยู่หน้าจอในฐานะพิธีกรรายการและผู้ประกาศข่าวทีวีหลายแห่งจนได้รับฉายาว่า “เจ้าหญิงไอที”

ชีวิตประจำวันหรือไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตส่วนตัวของเธอต้องรวดเร็ว กระชับ ฉับไว ตามลักษณะงานที่ต้องเปลี่ยนแปลงหรืออัพเดทเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดเวลา

“ซี” ยอมรับว่า อาจเพราะชีวิตเธอต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระบบความคิดและการใช้ชีวิตต้องเร่งรีบ

แต่นั้นเป็นสิ่งที่เธอกลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะงานที่ทำทุกอย่างเป็นสิ่งที่เธอรักและรู้สึกว่าสนุกมากที่ได้ทำ จึงปล่อยให้ชีวิตรับงานมากเพราะยิ่งทำก็รู้สึกยิ่งสนุก รู้สึกว่ามีเวลา 7 วัน ก็ต้องมีช่วงใดช่วงหนึ่งของแต่ละวันทั้ง 7 วันที่ต้องทำงาน ขณะเดียวกันตอนนั้นที่ผ่านมาก็รู้สึกภูมิใจกับชีวิตตัวเอง เพราะว่าเราก็สามารถหาเงินใช้เองได้อย่างภาคภูมิใจ

“เมื่อก่อนซีสนุกมากกับการทำงาน เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่เหมือนไม่ใช่งานเป็นสิ่งที่เราชอบ อยากรู้ และรู้สึกว่าสนุกมากกว่าทำงาน จึงไม่ค่อยมีเวลาเหมือนคนอื่นที่จะใช้เวลาพักผ่อนไปไหนยาวๆ ส่วนใหญ่ก็หาสิ่งบันเทิงเริงใจกับอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ถ้าไปทะเลก็มักจะไปแบบใกล้ๆ และส่วนใหญ่จะไปแบบเช้าไปเย็นกลับเท่านั้น” ซี เล่า

จุดเปลี่ยนด้านมุมมองชีวิตและการให้เวลาว่างกับตัวเองมากขึ้นของเธอ เริ่มต้นจากที่พออายุเริ่มเข้าสู่วัย 30 ปี มีผู้ใหญ่ที่รู้จักหลายท่านที่คอยให้คำปรึกษาในการใช้ชีวิตหรือประกอบอาชีพการงานได้ให้คำแนะนำและหลักคิดการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่การเริ่มตั้งบริษัทบริษัท โซเชียล แล็บ ผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับไอทีเพื่อไปเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ เองแล้ว และที่สำคัญคือ จากอาจารย์ธนัย ชรินทร์สาร คณะพาณิชยศาสรตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาจารย์ได้พูดว่า คนเราสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคือ “เวลา” และเวลานั้นต้องแบ่งออกให้เป็น 3 ส่วน คือ การทำงาน การพักผ่อน และเสริมทักษะการเรียนรู้ให้กับตัวเอง จึงส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 2557 เป็นต้นมา เป็นปีที่ทำให้เธอเริ่มต้นการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การผ่อนคลายให้ตัวเอง และเริ่มกลับมาเน้นและทบทวนการใช้ชีวิตของตัวเองมากขึ้น

 

สิ่งหนึ่งที่ “ซี” ลุกขึ้นมาทดลองทำและปฏิบัติอย่างจริงจังคือ การทดสอบและไปทบทวนตัวเองด้วยการไปปฏิบัติธรรมด้วยการบวชชีพราหมณ์ที่วัดต่างจังหวัด แม้จะเพียง 3 วัน แต่เธอก็คิดว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาได้อะไรมากเหมือนกัน

“ตอนที่ไปปฏิบัติธรรมรู้สึกว่าใจเราเริ่มนิ่ง เหมือนสมองได้เคลียร์อะไรออกไปบ้าง ได้ทดสอบกับจิตใจตัวเองตอนออกไปนั่งสมาธิที่เมรุเผาศพ โดยรวมๆ คือ การได้มีเวลากับตัวเองและคิดอะไรมากขึ้น และทำให้รู้ว่าใช้ชีวิตโลกยุคที่มีการสื่อสารและเรื่องราวอะไรมากมายก็สามารถอยู่ได้ง่าย การได้ลองปฏิบัติการถือศีลทำให้สามารถประคองชีวิตได้ดีขึ้น”

เมื่อเธอต้องกลับสู่โลกความป็นจริงและชีวิตประจำวันที่วุ่นวายและทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอสามารถตั้งหลักและเริ่มปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันให้ทุกอย่างเดินไปอย่างช้าลงบ้าง

งานที่เคยรับมากก็เริ่มหันมาเน้นและแบ่งสัดส่วนให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น เพราะเข้าใจแล้วว่า “เรามีความสามารถที่ทำได้ทุกอย่างก็จริง แต่ความจริงเราทำทุกอย่างไม่ได้”

นอกจากนั้น พยายามแบ่งเวลาส่วนตัวให้กับตัวเองในการทบทวนเรื่องราวชีวิต หาเวลาว่างเพื่อสวดมนต์ หรือทำสมาธิมากขึ้น

ถ้ามีเวลาว่างก็จะพยายามกำหนดลมหายใจ ปิดจมูกซ้าย ฝึกหายใจเข้าออก กำหนดลมหายใจ ซึ่งแรกๆ ที่ทำก็รู้สึกอึดอัด และแม้จะเริ่มต้นทำได้ในเวลาที่ไม่มาก แต่ก็จะพยายามทำให้บ่อยและให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้รวมถึงการหาเวลาพักผ่อนในช่วงเวลาที่นานมากขึ้น เช่น ไปเที่ยวต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นช่วงเวลาที่ต้นซากุระหรือมีหิมะ

นี่คือมุมมองของเจ้าหญิงไอทีหลังปรับไลฟ์สไตล์และจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้ตัวเองมากขึ้น