ชีวิตคู่ขนาน 2 นายประกัน

วันที่ 21 มิ.ย. 2557 เวลา 13:46 น.
ชีวิตคู่ขนาน 2 นายประกัน
โดย...วารุณี อินวันนา

เส้นทางชีวิตของ นพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กับ อานนท์ วังวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย ก่อนหน้านั้นเป็นเหมือนถนนคู่ขนาน เคยเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งเดียวกัน และมหาวิทยาลัยเดียวกัน ห่างชั้นกันเพียง 2 ปี แต่ไม่เคยเจอกันเลย จนมารู้จักและกลายเป็นเพื่อนรักกันเมื่อ 20 ปีก่อนถึงปัจจุบัน

อานนท์ คนขวานผ่าซาก

นพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ย้อนความหลังว่า รู้จัก คุณอานนท์ ตั้งแต่ปี 2536 จากการร่วมกันทำงานให้กับสมาคมประกันวินาศภัย เรื่องการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือประกัน พ.ร.บ. ซึ่งสมัยนั้นผมยังทำงานอยู่ที่บริษัท วิริยะประกันภัย

ยิ่งสนิทกันมากขึ้น เมื่อได้เข้าไปทำงานที่บริษัท ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย เมื่อปี 2542 ซึ่งที่ทำงานอยู่ใกล้กัน กินข้าวกลางวันด้วยกันบ่อยๆ

จริงๆ ชีวิตเราเดินคู่กันมา อายุเราก็ไล่ๆ กัน คุณอานนท์ อายุ 60 ปี ส่วนผมอายุ 58 ปี คุณอานนท์เป็นรุ่นพี่ผมที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ 2 ปี และก็มาเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งผมก็เรียนที่เดียวกันทั้งสมัยมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย แต่ไม่รู้จักกัน มารู้จักกันตอนมาทำงานในธุรกิจประกันวินาศภัย ถึงวันนี้ก็กว่า 20 ปีแล้ว

 

คุณอานนท์เป็นคนตรงและออกไปในทางขวานผ่าซาก ปากร้ายกว่าผม แต่เวลาเราพูด ไม่ได้คิดว่าพูดเพื่อให้ใครชอบ เป็นคนที่ไว้ใจได้ หวังดี และจริงใจ แม้ว่าการใช้คำพูด โทนเสียง ไม่เหมือนกัน แต่ความหมายไม่ต่างกัน เป็นการพูดที่ไม่ได้คิดร้ายและไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นด้วย ในแง่การบริหาร เขาเป็นคนแรง ตัดสินใจเร็ว และเป็นคนที่มีใจออกไปทางกุศล เป็นคนใจบุญมากด้วย ในแง่ของการบริจาคทาน เขามีความสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้มาก

ส่วนหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ถ้าไปอยู่ในองค์กรที่ทำงานเพื่อส่วนรวม เราจะมองภาพรวม ทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ ไม่ได้มองจากฐานความคิดของตัวเอง ไม่ได้มองที่ประโยชน์ส่วนตัว ทำให้หลุดพ้นจากความเป็นตัวเอง ทำให้มีการพูดคุยและถกเถียงกันเต็มที่ โดยไม่มองว่าเป็นความเห็นของฝ่ายตรงข้าม

ความขัดแย้งกันทางความคิด หรือภาษาชาวบ้านเรียกการทะเลาะกัน ก็บ่อย แต่การทะเลาะนั้น ไม่ได้อยู่ภายใต้ผลประโยชน์ของตัวเอง แต่เกิดจากที่เราต้องการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับส่วนรวม

ในชีวิตส่วนตัว เราต่างก็มีสังคมของตัวเอง แต่จะมาเชื่อมกันในเรื่องของส่วนรวม ไม่ได้มีการนัดสังสรรค์ เฮฮา โดยไม่มีวาระของเรื่องส่วนรวม แต่เข้าใจกัน

ถือว่าเป็นเพื่อนสนิทที่สุดในวงการประกันภัย มีเพื่อนที่หวังดีให้แก่กัน มีความจริงใจต่อกัน ทำให้ไม่ต้องระวัง ซึ่งเรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูดก็ได้ แต่พร้อมให้ความเห็นว่า คุณเป็นไง โดยไม่ต้องระวังว่าเมื่อพูดไปแล้วจะมีความขัดแย้ง และไม่ต้องระแวงว่าจะมีการชิงดีชิงเด่น หรือจะมีปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า คบแล้วสบายใจ

 

นพดล ชีวิตกับของสะสมคนละโลก

อานนท์ วังวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า รู้จัก คุณนพดล มา 20 ปีแล้ว ตอนนั้นเขาเป็นที่ยอมรับเรื่องเป็นคนที่มีความรู้เชิงวิชาการด้านการประกันภัยรถยนต์ มีความรู้ดี ทำงานด้วยกันเรื่องพิกัดอัตราเบี้ยประกันรถยนต์เมื่อปี 2542

ส่วนตัว นพดลเป็นคนง่ายๆ เป็นคนตลก และธรรมะธัมโม งานที่ทำกับของสะสมเป็นคนละโลกเลย ทำงานประกันภัยเครียดนะ แต่ชอบสะสมปากกาน่ารักๆ มีเยอะมาก และสะสมนาฬิกา แต่ไม่มากเท่าปากกา อาจเป็นเพราะราคาแพง อีกส่วนหนึ่งจะชอบออกกำลังกายด้วยกัน วิ่งด้วยกัน

เราเข้ามาอยู่ในธุรกิจประกันภัย ที่จะปรับเปลี่ยนกฎระเบียบหลายอย่าง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชน ซึ่งมีการตัดเงื่อนไขหลายๆ อย่างออก ให้สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ง่ายขึ้น จนถูกเจ้าของบริษัทประกันภัยต่อว่าเรื่องไม่รักษาประโยชน์ของบริษัท แต่ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าที่ทำไปเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

เช่น เดิมถ้าตรวจสอบใบขับขี่ผู้ขับรถที่เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ บริษัทประกันภัยก็ไม่สามารถจ่ายสินไหมให้ผู้บาดเจ็บหรือบุคคลที่ 3 ได้ ทำให้ผู้บาดเจ็บเคลมประกัน พ.ร.บ.ไม่ได้ เราตัดเงื่อนไขนี้ออก และระบุว่า ถึงแม้ผู้ขับรถที่เกิดอุบัติเหตุไม่มีใบขับขี่ก็สามารถจ่ายสินไหมให้บุคคลที่ 3 ได้

สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง เรื่องส่วนตัว เรื่องงาน เพราะชีวิตเราจะคล้ายๆ กัน คือ เป็นคนใช้ชีวิตแบบง่ายๆ กินง่าย อยู่ง่าย สมัยก่อนกินข้าวที่ร้านอาหารสวัสดิการของอาคารด้วยกันอยู่หลายปี มื้อละ 70 บาท ก็มีคนพูดให้ได้ยินว่าเป็นผู้บริหารแต่ใช้ชีวิตไม่คุ้ม

มานั่งคิดและนั่งขำกันว่า เออ ใช้ชีวิตง่ายเกินไปจริงๆ เงินเดือนเป็นแสน แต่ยังมานั่งกินข้าวมื้อละไม่กี่บาท เอาวะ ไปหาข้าวโรงแรมกินกันก็ได้ นพดลเขาเลยไปสมัครเป็นสมาชิกโรงแรม เพื่อจะได้โปรโมชั่นราคาอาหาร ซึ่งเราจะไปกินตอนที่มีโปรโมชั่นมา 2 คน จ่าย 1 คน เท่ากับได้ราคาลด 50%

แน่นอนว่า กว่า 20 ปี เป็นเวลาที่ยาวนาน แต่ทั้งสองยังคงจดจำมิตรภาพตั้งแต่เริ่มก่อเกิดได้ชัดเจนถึงปัจจุบัน ที่มี 2 บทบาทต่อเนื่อง คือ เป็นผู้บริหารของบริษัทประกันภัย และทำงานให้กับส่วนรวมในนามของสมาคมประกันวินาศภัยไทย