ปราณี สืบวงศ์ลี ‘พุทธวจน’ พื้นที่ชีวิตที่เต็มอิ่ม

วันที่ 21 มิ.ย. 2557 เวลา 13:33 น.
ปราณี สืบวงศ์ลี ‘พุทธวจน’ พื้นที่ชีวิตที่เต็มอิ่ม
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล รูป : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ถือเป็นอีกหนึ่งผู้หญิงเก่งในแวดวงธุรกิจดูแลรูปร่างและกระชับสัดส่วน “บอดี้เชพ” ปราณี สืบวงศ์ลี หรือ “คุณกุ้ง” ภริยาคู่ชีวิต นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ปัจจุบันวางมือจากธุรกิจส่วนตัว เลือกที่จะเกษียณตัวเองก่อนวัย 60 ปี พร้อมหันมาอุทิศแรงกายและใจให้กับ “มูลนิธิชวนน้องท่องพุทธวจน” พื้นที่ใหม่ของชีวิตที่มุ่งสู่การสะสมอริยทรัพย์นับจากนี้

ปราณี เล่าถึงแรงบันดาลใจที่หันมาทำมูลนิธิฯ ดังกล่าวหลังจากรู้สึกอิ่มตัวกับธุรกิจบอดี้เชพและสปาที่ทำมาร่วม 20 ปี และอยากเกษียณตัวเอง จึงมาคิดว่า “ชีวิตที่เหลือจะทำอะไร” ด้วยความที่เป็นคนทำงานมาตลอด พอไม่ทำงานก็จะรู้สึกเบื่อ รู้สึกว่างเกินไป จึงอยากหาอะไรทำสักอย่าง

แล้วเมื่อ 4 ปีก่อน ได้เริ่มศึกษาธรรมะ ไปวัดทำบุญ ทำเหมือนที่คนทั่วๆ ไป เนื่องจากไม่เคยเข้าวัดก็จะไม่รู้ว่าที่ไหนเป็นอย่างไร จึงเริ่มจากวัดใกล้บ้านก่อน มีเพื่อนชวนไปทำบุญ ก็ทำอยู่เกือบ 2 ปี แต่รู้สึกไม่มีความคืบหน้า เน้นเพียงแต่ทำบุญและอธิษฐานอย่างเดียว จึงไม่เข้าใจและเกิดคำถามในใจว่า “แค่ทำบุญจะถึงนิพพานได้อย่างไร”

เมื่อหาคำตอบไม่ได้จึงเริ่มเปลี่ยนแนวไปสายวัดป่า ก็ไปอยู่ประมาณ 1 ปี รู้สึกเหมือนไปพักผ่อน และครูบาอาจารย์ท่านก็เมตตามากๆ แต่ยังคิดว่าไม่เจอสิ่งที่ใช่ หลักๆ ในตอนนั้น คือ แค่ได้ทำบุญแล้วรู้สึกสบายใจ แต่ยังรู้สึกว่ายังไม่ได้ศึกษาธรรมะ

วันหนึ่งเพื่อนก็ได้แนะนำให้รู้จักวัดนาป่าพง ให้ซีดีมาฟัง ก็ยังไม่ได้ฟัง เพราะรู้สึกว่าพระที่จะเทศน์ดีๆ ต้องเป็นพระที่พรรษามากๆ แต่ลองเข้าไปหาข้อมูลพบว่าอยู่รังสิต คลอง 10 ไม่ไกลบ้านมากนัก ก็เลยลองไปใส่บาตร ไปทำบุญ อยู่ 34 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรแตกต่าง “ยังไม่คลิก”

แต่พอได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดนาป่าพงประมาณ 4 วัน ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงสงกรานต์ จะมีคนมาทำบุญเป็นจำนวนมาก พระอาจารย์ก็จะแสดงธรรมแก่โยมที่มาทำบุญ จึงได้มีโอกาสฟังธรรมอย่างเต็มที่ และใน 4 วันนี้ ได้เปลี่ยนมุมมองความคิดเรื่องศาสนาไปอย่างสิ้นเชิง รู้สึกว่า นี่แหละ “ใช่เลย”

เมื่อคลิกแล้วจึงจุดประกายความคิดจากที่เห็นคนมาวัดเพิ่มขึ้นทุกวัน จึงคิดว่า ถ้าสามารถมีโครงการให้คนมาวัดมีโอกาสร่วมกัน เผยแผ่พุทธวจนได้ ก็น่าจะดี อยากให้คนอื่นๆ ได้มีโอกาสมาศึกษา จึงรวบรวมอาสาและจัดโครงการชวนน้องท่องพุทธวจนขึ้นมา ในส่วนตัวเห็นว่าประสบความสำเร็จและได้ตอบรับเป็นอย่างดี

ปัจจุบัน มูลนิธิตั้งอยู่ที่อยู่ภายในบริเวณเดียวกับออฟฟิศบอดี้เชพ ที่หมู่บ้านสีวลี รังสิต ในแต่ละวันตอนนี้ก็จะทำงานมูลนิธิเป็นหลัก เนื่องจากเป็นงานอาสา ซึ่งมีจำนวนพนักงาน 34 คน จึงต้องทำทุกอย่าง เหมือน 711 ไม่มีเวลาแน่นนอน ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้

นอกจากนี้ ยังได้คุณหมอ (นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) เข้ามาช่วยในด้านประสานงานผู้สนับสนุนโครงการให้ และในปัจจุบันยังช่วยดูแลการปฏิบัติธรรมในวันเสาร์ ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่ม โดยคอยเปิดการถ่ายทอดสดการบรรยายธรรมให้กับผู้มาปฏิบัติธรรมได้ฟัง ซึ่งเปิดบ้านพุทธวจน สีวลี ให้กับผู้ที่สนใจมาปฏิบัติธรรมมาปีกว่าแล้ว

โดยสิ่งที่ได้รับจากการทำโครงการชวนน้องท่องพุทธวจนเป็นการสะสมอริยทรัพย์ เดิมเราสะสมแต่ทรัพย์สมบัติ ซึ่งตายแล้วเอาไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ใช้เวลากับการสะสมอริยทรัพย์เพื่อเป็นประโยชน์แก่เยาวชน และรู้สึกปีติทุกครั้งที่หลับตาแล้วเห็นภาพเด็กท่องพระสูตร ก็ทำให้มีแรง มีกำลังใจที่จะเผยแผ่พุทธวจนต่อไป

พร้อมทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันลูกชายคนเล็กดูแลธุรกิจอยู่ ซึ่งถ้าเขาไม่ชอบ ก็ต้องปล่อยเขาไม่ยึดติดกับธุรกิจ ทุกสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง ไม่ทุกข์ ไม่ยึดติด ปล่อยวาง ไม่หลงไปกับสิ่งสมมติ ทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา

ทุกวันนี้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง เช้า และก่อนนอน นั่งสมาธิ และจะใช้เวลาที่นั่งรถ หรือทุกโอกาสที่มีเวลาในการนั่งสมาธิ อยู่กับความสงบ และมีความสุขในการได้ทำประโยชน์ให้แก่เยาวชน ก็หวังอยากให้สิ่งที่ทำมีคนเห็นประโยชน์และเข้ามาช่วยกันพัฒนาเยาวชนต่อไป

ชีวิตในวันนี้ ได้พบว่าการสะสมอริยทรัพย์นั้นมีความสุขและอิ่มเอมใจ การใช้ชีวิตแบบไม่ยึดติด ก็สามารถทำให้อยู่กับปัจจุบันอย่างพอเพียงและมีความสุข