เราเหมือนครอบครัวเดียวกัน

วันที่ 10 พ.ค. 2557 เวลา 12:17 น.
เราเหมือนครอบครัวเดียวกัน
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ ภาพ Photoday @ Weekly

ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงจะรู้จักกันในฐานะเพื่อนร่วมงานที่อยู่องค์กรเดียวกันเท่านั้น แต่บางครั้งก็มีสานสัมพันธ์เสมือนเป็นพี่กับน้องที่คอยดูแลซึ่งกันและกัน เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง “พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์” กับ “รัชดา พุ่มสุวรรณ” ที่เป็นมากกว่าหัวหน้ากับลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานธรรมดาทั่วไป

พิตราภรณ์เป็นความภูมิใจ

ปัจจุบัน “พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ หรือ ตุ๊ก” มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นถึงรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า รู้จัก “รัชดา พุ่มสุวรรณ หรือ หนุ่ม” มาตั้งแต่เป็นนักศึกษาฝึกงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ตอนที่เธอเป็นหัวหน้าฝ่ายนั้นอยู่

พิตราภรณ์ บอกว่า หลังจากหนุ่มฝึกงานเสร็จ ก็พอเห็นแววการทำงานของหนุ่มแล้ว เธอจึงตัดสินใจชวนหนุ่มเข้ามาทำงานอย่างเต็มตัว หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งตลอดเวลาที่ทำงานร่วมกันมา หนุ่มก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

สิ่งที่จดจำได้มาถึงทุกวันนี้ ก็คงเป็นงานแรกที่หนุ่มต้องรับผิดชอบพาสื่อมวลชนไปร่วมงานยังต่างจังหวัด ก็พบอุปสรรคครั้งแรกเสียแล้ว เมื่อรถเกิดเสียขึ้นมาระหว่างทาง ทำให้แผนการเดินทางที่วางไว้คลาดเคลื่อนไปหมด ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

แต่สำหรับหนุ่มแล้ว เขาตั้งใจกับงานแรกของเขามาก ถึงขนาดเดินน้ำตาไหลกลางสายฝนทีเดียว

นี่ก็ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเขา ที่ต้องรู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ และในที่สุดก็ผ่านไปด้วยดี

หากพูดถึงหนุ่มแล้ว ข้อดีของเขาอีกอย่าง คือ การเปิดตัวเองที่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพียงแค่แนะนำงานหรือคนอื่นให้เขารู้จัก แม้บางทีจะเป็นเรื่องยาก แต่เขาก็สามารถสานต่อเองได้ ที่สำคัญยังเป็นคนที่มีสัมมาคารวะ จริงใจ ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากในปัจจุบัน

ตลอดเวลา 18 ปีที่รู้จักกันมา จึงภูมิใจกับตัวเขามาก เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาฝึกงานอยู่องค์กรเดียวกันมาตลอด เริ่มงานมาตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ ค่อยๆ เติบโต จนขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงในปัจจุบัน

เมื่อล่าสุดได้รับการโปรโมทเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่เราเท่านั้นที่ยอมรับในตัวเขา แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายอื่นๆ ก็ยังยอมรับในตัวเขา

แน่นอน การทำงานย่อมมีความเห็นไม่ลงรอยกันบ้าง ไม่ตรงกัน 100% แต่เราก็คุยกันให้จบ เพราะจะทำอะไรก็ตาม ก็ให้ดูทัศนคติเป็นหลัก ซึ่งเราไม่มีใจทำร้ายกันอยู่แล้ว บรรยากาศการทำงานระหว่างกันจึงอยู่กันแบบครอบครัวมากกว่า ฝึกการให้ระหว่างกัน

เราสอนเขาอย่างนี้ เขาก็ไปสอนน้องๆ ต่ออีกที และด้วยความที่เขาเป็นคนรับผิดชอบสูง ทำให้การทำงานกับคนอื่นหรือฝ่ายอื่นจบลงด้วยดี เป็นความรู้สึกที่ภูมิใจมากที่เห็นเขาเติบใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้

รัชดาหัวหน้าเป็นเสมือน ‘พี่สาว’

สำหรับ “รัชดา พุ่มสุวรรณ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า เริ่มเข้ามาทำงานที่บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต อย่างเต็มตัวก็ประมาณปี 2539 ซึ่งก็มีพี่ตุ๊กเป็นหัวหน้าสายงานมาจนถึงปัจจุบัน และตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ร่วมงานกับพี่ตุ๊กมา นอกจากความเป็นหัวหน้าแล้ว ก็เปรียบเสมือนคุณครูที่คอยสั่งสอนลูกศิษย์ให้ได้ดี ให้มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน เปรียบเสมือนพี่สาว เปรียบเสมือนผู้ปกครองที่คอยสั่งสอนบุตรหลานให้เดินไปในทางที่ถูกต้อง

ช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำงานใหม่ๆ พี่ตุ๊กจะสอนเสมอว่า สิ่งที่เรียนรู้มาจากในห้องเรียนกับของจริงนั้น มันแตกต่างกัน ไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ ซึ่งพี่ตุ๊กจะสอนลูกน้องทุกคน ใครเปิดรับได้มาก ก็จะได้รับความรู้ไปมาก คอยสอนแนะนำให้แม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม

เช่น เวลานั่งรถตู้ไปทำงานจาก กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ พี่ตุ๊กก็จะบอกว่า ให้คอยดูเส้นทางด้วยว่าไปทางไหน มีปั๊มน้ำมันอยู่ที่ไหน มีโรงพยาบาล มีสถานีตำรวจ และมีสาขาบริษัทตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง เผื่อเวลามีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น จะได้รู้ว่าควรจะไปที่ใดใกล้ที่สุด จึงทำให้น้องๆ กลายเป็นคนละเอียดมากขึ้น

แม้ปัจจุบันพี่ตุ๊กจะขึ้นเป็นรองกรรมการผู้จัดการแล้ว แต่ก็ยังเป็นพี่ตุ๊กคนเดิมที่พร้อมเปิดประตูให้น้องๆ เข้าไปหาเข้าไปปรึกษาได้ตลอด เป็นทั้งหัวหน้างานที่ดียามเมื่อต้องปรึกษาเรื่องงาน ขณะเดียวกันก็เป็นพี่สาวที่ดีเมื่อต้องปรึกษาเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง

อย่างช่วงแรกๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เงินเดือนยังน้อยอยู่ พี่ตุ๊กก็คอยเตือนคอยแนะนำถึงวิธีการใช้จ่ายเงินให้ได้ตลอดรอดฝั่ง จึงเหมือนคนในครอบครัวอีกคนหนึ่ง แม้กระทั่งลูกน้องบางคนต้องย้ายไปอยู่ฝ่ายอื่น ก็ยังดูแลกันต่อ ลูกน้องคนไหนเจ็บป่วยพี่ตุ๊กก็จะดูแลด้วย

สิ่งสำคัญในการทำงานที่พี่ตุ๊กสอนและจำมาใช้จนถึงทุกวันนี้ก็คือ เรื่องของการประนีประนอม สอนให้รู้ว่า เวลามีปัญหาอะไร อย่ามองในแง่ลบอย่างเดียว ต้องมองปัญหาด้วยทัศนคติที่ดีด้วย

อย่างเช่น มีงาน 10 อย่าง ทำผิด 4 อย่าง พี่ตุ๊กก็จะชี้ให้เห็นว่าจุดบกพร่องอยู่ตรงไหน ควรแก้อย่างไรให้สำเร็จ ในขณะที่ตัวเราเองมัวแต่กังวลว่า ทำไมทำไม่ได้ ทำไมทำไม่สำเร็จ ไม่ได้มองหาจุดบกพร่อง เป็นหัวหน้าที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น และพร้อมที่จะให้โอกาสลูกน้องทุกคน

จึงเป็นสิ่งที่เขาได้เรียนรู้และประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเราเป็นครอบครัวเดียวกัน