สองพ่อลูกนักสะสมแสตมป์ บัญชา-อลีน เฉลิมชัยกิจ ศิษย์พุทธทาส

วันที่ 19 ม.ค. 2557 เวลา 11:43 น.
สองพ่อลูกนักสะสมแสตมป์ บัญชา-อลีน เฉลิมชัยกิจ ศิษย์พุทธทาส
โดย...วรธาร ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ดวงตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ หนึ่งในของที่คนจำนวนไม่น้อยนิยมสะสม ยิ่งเก่าหรือถูกพิมพ์ขึ้นนานแค่ไหน และอยู่ในสภาพเดิมมากเท่าไรยิ่งหายากและมีมูลค่ามหาศาล ตลอดจนเป็นที่ต้องการของนักสะสมมากเท่านั้น ทว่าในแง่ของนักสะสมย่อมมีต่างกัน บางคนเลือกสะสมโดยที่นอกจากชอบแล้วก็เพื่อขายทำกำไรให้แก่นักสะสมคนอื่นๆ ที่อยากได้ บางคนสะสมเพราะความชอบ เพื่อเอาไว้ดูเป็นความสุข หรือให้ลูกหลานคนรุ่นหลังได้ยล

 

“บัญชา เฉลิมชัยกิจ” นักธุรกิจผู้มีใจใฝ่ในธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของสำนักพิมพ์สุขภาพใจ และเป็นศิษย์ของอาจารย์พุทธทาส อินทปัญโญ คือผู้หนึ่งที่สะสมแสตมป์มาตั้งแต่สมัยวัยรุ่นอายุสิบเก้ายี่สิบเรื่อยมาถึงปัจจุบันอายุ 60 กว่าปี กระทั่งมีครอบครัว ทายาท ทำธุรกิจจนมาถึงปัจจุบัน โดยแสตมป์ที่สะสมแยกเป็น 2 ส่วนใหญ่ คือ แสตมป์ไทย และแสตมป์ต่างประเทศ

 

น่าเสียดายที่เจ้าของสำนักพิมพ์ผู้นี้ไม่สามารถเล่าเรื่องราวและความเป็นมาเกี่ยวกับการสะสมแสตมป์ของเขาด้วยตัวเอง เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพเส้นเลือดฝอยในสมองแตก ไม่สามารถพูดหรือใช้เสียงได้แบบคนปกติทั่วไป คงสื่อสารได้บางคำเท่านั้นและไม่มาก แต่ในส่วนของโสตประสาทหรือประสาทในการรับฟังนั้นยังปกติดี สามารถฟังรู้เรื่องทุกอย่าง ขณะเดียวกันสภาพร่างกายไม่มีปัญหายังแข็งแรงดี จิตใจสดใส และที่สำคัญสัญญายังคงแม่นยำ

 

อย่างไรก็ดี แม้เขาจะพูดไม่ได้ด้วยปัญหาสุขภาพดังกล่าว ทว่ายังมีทายาทหญิงคนเก่ง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น “อลีน เฉลิมชัยกิจ” ลูกสาวคนโตคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสะสมแสตมป์ของคุณพ่ออยู่ข้างๆ เนื่องจากของสะสมบรรดามีของพ่อนั้นจะถูกยกให้เธอเป็นผู้ดูแลรักษาต่อไป

 

“รู้ว่าคุณพ่อสะสมแสตมป์มานาน ทั้งแสตมป์ไทยและต่างประเทศ รวมถึงธนบัตรเก่าๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 ที่ 8 และรัชกาลปัจจุบัน มีตั้งแต่ 50 สตางค์ 1 บาท 5 บาท ขึ้นไปจนถึง 1,000 บาท ท่านเก็บไว้ในสมุดแสตมป์และอัลบั้มเก็บธนบัตรหลายเล่มพอสมควร โดยแสตมป์นั้นจะมีมากกว่าและส่วนใหญ่เป็นแสตมป์ต่างประเทศ ที่คุณพ่อสะสมเท่าที่เปิดดูกับท่าน ก็มีแสตมป์ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย มากสุดคือแสตมป์จีน รองลงมา รัสเซีย ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี

 

ถามว่าอันไหนที่คุณพ่อชอบมาก คงเป็นแสตมป์จีน รองลงมารัสเซีย โดยแสตมป์จีนที่ชอบเป็นพิเศษ ท่านชี้ไปที่แสตมป์รูปภาพในช่วงของการปฏิวัติวัฒนธรรมและสังคมจีน ภาพของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ส่วนแสตมป์รัสเซียท่านชูชุดแสตมป์ของเลนิน ซึ่งเป็นผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิสต์คนแรกของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต”

 

การที่เขาชอบแสตมป์ที่เป็นภาพปฏิวัติสังคมและวัฒนธรรมจีน และภาพของเลนินผู้นำมาร์กซิสต์นั้น อาจชวนให้ใครคิดไปไกลว่าศิษย์ของท่านพุทธทาสผู้นี้ใฝ่สังคมนิยมกระนั้นหรือ

ลูกสาวคนเดิม เล่าว่า ความที่พ่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่ติดสอยห้อยตามครอบครัวมาจากจีนโพ้นทะเลตั้งแต่อายุ 16 ปี จึงทำให้สนใจในประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมจีนอยู่แล้ว และด้วยความที่ชื่นชอบธรรมะของท่านพุทธทาสมากในสมัยที่ยังเรียนหนังสือ ในปี 2525 จึงได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์สุขภาพใจขึ้น โดยมุ่งเน้นเนื้อหาไปในแนวทางพุทธศาสนา ภูมิปัญญาตะวันออก ภาษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดสังคมนิยม

“คุณพ่อเป็นคนหนึ่งที่สนใจศึกษาแนวคิดแบบมาร์กซิสต์ เพราะท่านเชื่อว่าโลกยั่งยืนได้ด้วยระบบสังคมนิยมที่ประกอบด้วยธรรมะ หรือที่เรียกว่า ธัมมิกสังคมนิยม อย่างที่ท่านพุทธทาสเคยพูดถึง คือ สังคมนิยมที่มีธรรมะเป็นทางออกที่ดี แต่ถ้าไม่มีธรรมะถึงแม้สังคมนิยมจะดีกว่าทุนนิยมแต่ก็จะไม่สมบูรณ์

 

พ่อมองว่า ความเห็นแก่ตัวของระบบทุนนิยมนั้นเยอะเกินไป ไม่มีขีดจำกัดในการครอบครองปัจจัยการผลิต และไม่มีขีดจำกัดในการครอบครองทรัพยากรต่างๆ ซ้ำระบบทุนนิยมมันทำให้เกิดช่องว่าง เกิดความยากลำบากกับคนหมู่มาก จึงควรจะมีการจำกัดการครอบครองและแบ่งปันกันอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แบ่งปันกันเฉพาะแค่ปากพูด” ทายาทคนโตถ่ายทอดความสนใจในแนวคิดสังคมนิยมของพ่อ

หากย้อนไป พ.ศ. 2516 และ 2519 ยิ่งสะท้อนให้เห็นตัวตนของเขา เมื่อเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมต่อสู้ในเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และถูกจับข้อหาคอมมิวนิสต์มาแล้ว แต่หลังเหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ต.ค. 2519 เขาเลือกที่จะไม่เข้าป่าตามคนอื่นๆ

 

เมื่อพูดถึงที่มาของแสตมป์ที่พ่อสะสม อลีน เล่าว่า เท่าที่รู้พ่อจะได้มาจากหลายทาง คือ หลายครั้งที่พ่อเดินทางไปต่างประเทศ ทุกครั้งจะต้องซื้อกลับมาด้วยเสมอ บางทีก็มีเพื่อนๆ ส่งมาให้ เพราะรู้ว่าพ่อชอบสะสม

“ก่อนนี้คุณพ่อเดินทางไปเที่ยวจีนบ่อย เวลาไปถึงก็จะตระเวนซื้อมา เพราะท่านชอบแสตมป์จีน คือชื่นชอบในประวัติศาสตร์จีน โดยเฉพาะชุดแสตมป์ที่เกี่ยวกับการปฏิวัติสังคมและวัฒนธรรมจีนชอบมาก ถ้ารูปบุคคลก็จะเป็นประธานเหมา ส่วนแสตมป์ประเทศอื่นๆ เช่น รัสเซียนั้นตอนคุณพ่อไปรัสเซียก็จะซื้อมา ส่วนใหญ่เป็นรูปของเลนิน”

เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ของแสตมป์นั้น อลีนยอมรับว่า ไม่ค่อยรู้จัก เพราะยังไม่ทันได้ศึกษาจากพ่อ ครั้นมีความสนใจขึ้นมาคุณพ่อก็ไม่สามารถให้ข้อมูลหรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชุดต่างๆ ได้ รู้แต่เพียงว่าทั้งหมดที่พ่อสะสมคือสิ่งที่พ่อรัก ซึ่งตนมีหน้าที่ที่จะต้องรักษาและดูแลให้ดีต่อไป

 

“อลีนไม่ค่อยรู้เรื่องราวของแสตมป์เหล่านี้ พอเกิดอยากรู้บ้าง คุณพ่อก็พูดไม่ได้ ที่รู้บ้างก็คงเป็นรูป แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และที่รู้อีกอย่างคือความเก่าของแสตมป์ที่บางรูปสามารถอธิบายได้จากภาพบนแสตมป์ แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่รู้เรื่องราวก็คิดว่าไม่เป็นปัญหา เพราะอลีนตั้งใจที่จะดูแลรักษาที่ท่านสะสมไว้ให้อยู่ในสภาพดีที่สุด”

แม้จะไม่มีความรู้เกี่ยวกับแสตมป์เท่าไรนัก แต่เธอก็ยอมรับว่า พอได้สัมผัสจับต้องจริงๆ แล้วก็รู้สึกได้ถึงความมีเสน่ห์ที่ปรากฏอยู่ในแสตมป์แต่ละดวง

“อลีนรู้สึกว่าการสะสมแสตมป์เหมือนได้สะสมงานศิลปะที่มีความสวยงาม มีเรื่องราวและความหมายแฝงอยู่ในรูปต่างๆ อีกทั้งยังมีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญอีกด้วย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ไม่แปลกใจที่คุณพ่อชอบสะสม เพราะทุกอย่างที่ท่านสะสมเล่าได้หมด เพียงแต่ก่อนนี้อลีนไม่ค่อยสนใจจึงไม่รู้ พอมาสนใจคุณพ่อก็พูดไม่ได้แล้ว”

การเก็บรักษาแสตมป์

อลีน บอกว่า การสะสมแสตมป์ของคุณพ่อเป็นการสะสมเพราะความชอบ ไม่ได้สะสมเพื่อขายเก็งกำไร จึงเก็บไว้ในอัลบั้มสะสมแสตมป์ที่มีพลาสติกสำหรับห่อแสตมป์เพื่อป้องกันแสตมป์จากความชื้นเท่านั้น ไม่เก็บในที่ชื้นและอุณหภูมิสูง และไม่ให้โดนแสงแดด นอกจากนี้การวางอัลบั้มจะวางในแนวตั้ง เพื่อไม่ให้กาวของแสตมป์ติดอัลบั้มและป้องกันรอยนูนของแสตมป์เลือนหายไป