ลงทุนตลาดทุนของมนุษย์เงินเดือน

วันที่ 21 ก.ย. 2556 เวลา 12:07 น.
ลงทุนตลาดทุนของมนุษย์เงินเดือน
โดย...เจียรนัย อุตะมะ และ ยินดี ฤตวิรุฬ ภาพโสดรอยเตอร์ส

โสดออมหุ้นกองทุนรวม

สำหรับมนุษย์เงินเดือน เงินลงทุนน้อย ในภาวะตลาดหุ้นปั่นป่วนไร้ทิศทางที่ชัดเจนเช่นนี้ แนะนำให้ออมหุ้นและออมกองทุนรวม เนื่องมาจาก

ประการแรก ใช้เงินลงทุนน้อย เพราะเป็นการทยอยลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน

ประการที่สอง เป็นการสร้างวินัยในการลงทุน โดยไม่ต้องคิดมากเรื่องจังหวะเวลา ไม่เน้นกำไรสั้นๆ แต่มองอนาคตยาว

เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน

ประการที่สาม ช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากไม่รู้ว่าภาวะผันผวนที่เกิดขึ้นจะผ่านไปเมื่อไร

การจับจังหวะลงทุนเพื่อหวังซื้อราคาถูกจึงทำได้ไม่ง่ายนัก ดังนั้นจึงต้องใช้ความมีวินัยสม่ำเสมอและระยะเวลายาวนานในการลงทุน

ผลที่ได้คือ ถ้าราคาหุ้นหรือกองทุนรวมตกในวันที่เข้าซื้อ ก็จะได้จำนวนหุ้นหรือจำนวนหน่วยลงทุนเยอะขึ้น ถ้าราคาขึ้น ก็จะซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุนในจำนวนน้อยลง การลงทุนแบบสม่ำเสมอเช่นนี้จึงเท่ากับเป็นการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน เริ่มต้นอย่างไร

ลักษณะการออม

1.การเปิดบัญชีแบบเท่ากันทุกเดือนกับผู้ให้บริการ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ สำหรับการเปิดบัญชีลงทุนในหุ้น

ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สำหรับการเปิดบัญชีลงทุนในกองทุนรวม

2.กำหนดจำนวนเงินที่จะลงทุน เพื่อให้ผู้ให้บริการตัดเงินจากบัญชีของคุณนำไปลงทุน

3.กำหนดช่วงเวลาในการตัดจ่ายบัญชีที่เหมาะสมกับกระแสรายได้ เช่น ทุกวันที่ 5 ของเดือน

4.กรณีลงทุนในหุ้น บริษัทหลักทรัพย์จะคัดกรองหุ้นขนาดใหญ่ พื้นฐานดี มีแนวโน้มของธุรกิจที่เติบโต และมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงเป็นข้อมูลให้ผู้ลงทุนใช้เป็นตัวช่วยในการเลือกหุ้นที่จะลงทุนได้อย่างสะดวก

กรณีลงทุนในกองทุนรวม ธนาคาร หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนก็มีการจัดกลุ่มกองทุนรวมแต่ละแบบตามนโยบายการลงทุนให้เหมาะกับผู้ลงทุน โดยมีการทำแบบทดสอบ เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกลงทุนเช่นกัน

ทั้งนี้ สามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้ตามที่ต้องการ หากเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ จะมีความเสี่ยงน้อยและได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าการลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าด้วยตัวอย่างการลงทุนแบบออมหุ้น

 

หมายเหตุ : โดยปกติการซื้อขายหุ้นต้องเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 100 หุ้น แต่การลงทุนแบบออมหุ้น

บริษัทหลักทรัพย์จะรวมคำสั่งซื้อของลูกค้าหลายราย และส่งคำสั่งครั้งเดียว แล้วจึงจัดสรรให้กับลูกค้าแต่ละรายตามจำนวนเงินที่ซื้อ โดยไม่ต้องเพิ่มขึ้นทีละ 100 หุ้น หากคำนวณแล้วเหลือเศษ จะยกยอดไปรวมกับเงินที่จะซื้อในเดือนถัดไป

ที่มา – สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

เกษียณแบบมีความหวัง

30 ก.ย. 2556 ถือเป็นวันสิ้นปีงบประมาณ และจะเป็นวันที่บุคคลที่ทั้งชีวิตทำงานมาก็ต้องถึงเวลาเข้าสู่วันเกษียณ นั่นหมายถึงอายุครบ 60 ปี และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป เขาเหล่านั้นก็จะกลายเป็นผู้เกษียณอายุ

เมื่อล่วงเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว การใช้ชีวิตหลังเกษียณให้มีความสุขได้อย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องวางแผน “อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร” วัย 68 ปี ได้เกษียณอายุการทำงานที่บริษัท ปตท.มากว่า 7 ปีแล้ว และเป็นประธานกรรมการ บริษัท ซีออยล์

“อภิสิทธิ์” กล่าวว่า คนเราเมื่อถึงวันหนึ่งก็ต้องเข้าสู่วัยเกษียณ แต่การเกษียณแล้วยังใช้ชีวิตให้มีความสุข ต้องผ่านการวางแผน ซึ่งเขาให้ความสำคัญมาก “ผมมีคติว่า การที่เราจะเกษียณแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีคุณภาพ จะต้องวางแผนดังนี้ คือ”

 

ประการแรก จะต้องวางแผนให้เงินทำงานแทน เพราะเมื่อถึงเวลาที่เกษียณจะได้มีเงินในการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งได้คิดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ผมอายุ 41 และตอนนั้นตัดสินใจนำเงินส่วนหนึ่งเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น

“ผมเลือกหุ้นดูพื้นฐาน ดูความเป็นไปเป็นมาของธุรกิจ และผมก็รู้ว่าผมชอบและเลือกลงทุนในหุ้นประเภทประกันภัย เพราะมองว่าเป็นธุรกิจไม่เสี่ยง มีเงินสดเข้าตลอดเวลา และในการลงทุนของผมไม่เคยขายหุ้นออกเลย ผมถือยาวเป็นปี ปีหนึ่งผมก็รับเงินปันผล”

“อภิสิทธิ์” ยกตัวอย่าง กรณีของบริษัท เมืองไทยประกันภัย และบริษัท ภัทรประกันภัย ที่ถือหุ้นอยู่มีการควบรวมกัน ก่อนการควบรวมก็จ่ายปันผลก้อนใหญ่ ซึ่งได้รับและไม่เคยคิดที่จะขายหุ้นที่ถือออกเลย บางตัวถือมาตั้งแต่เข้าลงทุนในหุ้นครั้งแรกนานกว่า 27 ปี ก็ยังอยู่ ระหว่างทางที่ลงทุนก็รับปันผลไป

“การที่ผมจะขายหุ้น ผมก็ต้องคิดก่อนว่าจะเอาเงินไปใช้อะไร ถ้ายังมีเงินเพียงพอและอยู่ได้สบาย ก็ไม่จำเป็นต้องขาย ซึ่งคิดอย่างนี้ ดังนั้นหุ้นทุกตัวที่ผมถือก็จะเป็นการถือลงทุนยาว ถือเพื่อให้เงินทำงานแทนเรานั่นเอง”

ประการที่สอง จะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และอาหารการกิน

“เช้ามาผมต้องเดินขึ้นภูกระดึงทุกวัน คือผมจะเดินบนลู่วิ่งทุกๆ เช้า วันละ 2 ชั่วโมง โดยเลือกระดับความชันที่ระดับ 14 ซึ่งเปรียบเหมือนการเดินขึ้นภู ซึ่งผมใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน”

ประการที่สาม การกินผมก็เลือกอาหารที่มีประโยชน์และสำคัญ ผมค้นพบสูตรลับน้ำหมัก ซึ่งผมทำเอง ผมทานน้ำหมักมานานกว่า 5 ปีแล้ว และเห็นผลมาก เมื่อก่อนริ้วรอยรอบดวงตาเยอะมาก แต่หลังจากทานน้ำหมักทุกวันก็จางหายไป

“ผมทำเองด้วยวิธีการง่ายๆ คือซื้อน้ำขวด 1 ลิตรมาและผสมน้ำผึ้งโครงการหลวงและหยอดหัวเชื้อน้ำหมักเข้าไป ทั้งไว้ 2 เดือน แต่ระหว่างนั้นก็จะต้องคอยเปิดฝาและเมื่อถึงเวลาก็จะเทน้ำใส่ด้านบนออกมารวมกันและทานทุกๆ เช้า ซึ่งมันทำให้ผมสดชื่นจริงๆ”

ประการที่สี่ เมื่อคนเรามีสุขภาพที่ดี ยังคงสามารถทำงานที่ชอบและรักอยู่ได้ตลอดเวลา ตอนนี้ผมก็ยังทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจน้ำมันซึ่งเป็นงานที่ชอบ แม้จะเกษียณจาก ปตท.มา 7 ปีแล้วก็ตาม ซึ่งทุกวันนี้ทำงานที่ซีออยล์ ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจค้าขายน้ำมันและด้วยประสบการณ์ที่มีอยู่ก็สามารถสานต่อและทำงานในวันที่อยู่ในวัยเกษียณได้อย่างมีความสุขและยังสนุกทุกวัน

ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับชั้นเยี่ยมจากชายวัยเกษียณที่กระชุ่มกระชวยกว่าวัยทำงาน