‘นักสะสม’ คู่บุญศิลปิน

วันที่ 14 ก.ย. 2556 เวลา 11:07 น.
‘นักสะสม’ คู่บุญศิลปิน
โดย...เจียรนัย อุตะมะ ภาพบริษัท และวีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

โซเดอบี และคริสตี้ส์ นักประมูลงานที่ฟันกำไรจากงานศิลป์ทั่วโลก ต้องถอยไป เมื่อเผชิญกับนักสะสมศิลปะชาวไทยที่ไม่ได้หวังดอกออกผล แต่หวังชื่มชมด้วยใจที่ประเมินคุณค่ามิได้

นักสะสมงานศิลปะเหล่านี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทหลงใหลในงานศิลปะ และประเภทนักบุญที่ส่งเสริมศิลปินมาอย่างต่อเนื่อง วันดีคืนดี นักสะสมประเภทแรกก็กลายร่างเป็นนักบุญ เมื่อซึมซับงานศิลปะจนได้ที่

ถ้าขาดซึ่งนักสะสมเหล่านี้แล้ว รับรองว่า ศิลปินไทยต้องไส้แห้งกันถ้วนหน้า

 

หลงใหลจนเป็นนักบุญ

“ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ใครๆ เรียกเขาว่านักสะสมศิลปะตัวพ่อ ที่สะสมศิลปะภาพเขียนศิลปินไทยเกือบ 300 รูป งานปั้นเนื้อโลหะสำริดนอก (บรอนซ์) ของศิลปินดังต่างชาติอีก 50-60 ชิ้น เป็นงานบรอนซ์ อาทิ ของจอห์น เรนโซ และยังมีงานพิมพ์ของปิกัสโซ และบริสโต

งานเหล่านี้เก็บไว้ตามบ้าน อพาร์ตเมนต์ บ้านที่ลอนดอน รวมถึงสะสมเป็นแกลเลอรีไว้ในตึก 7 ชั้น โครงการไพร์มสเตท ที่ซื้อไว้เป็นสำนักงานบริษัทประชาสัมพันธ์ของภรรยา

งานเขียนของศิลปินที่โด่งดังในไทยอยู่ในมือเขาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นงานของ ถวัลย์ ดัชนี เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ประเทือง เอมเจริญ อวบ สาณะเสน สุรสิทธิ์ เสาว์คง และชลูด นิ่มเสมอ อังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นต้น

โบรกเกอร์ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่มคนนี้เริ่มสะสมงานศิลป์ตั้งแต่วัยเริ่มต้นทำงาน

แรงบันดาลใจของการสะสมงานเหล่านี้เกิดจากการบ่มเพาะของ “ไพจิตร” ผู้เป็นบิดาที่เสียชีวิตไปแล้ว

“พ่อผมเป็นนักถ่ายภาพมือรางวัลระดับแนวหน้าของโลก ตอนผม 67 ขวบ พ่อพาไปชมงานภาพถ่ายของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้ตามพ่อที่เป็นกรรมการพิพิธภัณฑ์ถ่ายภาพจีนโพ้นทะเลไปตัดสินงานนับสองร้อยครั้ง พ่อสะสมแสตมป์และซื้อเอ็นไซโคบีเดียแสตมป์ให้ผมอ่านตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ จำได้ว่าสนุกมาก”

สมัยเรียนต่างประเทศที่วอร์ตัน สคูล มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐ เป็นนักเรียนทุนตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก หนุ่มน้อยคนนี้ตระเวนชมงานศิลปะทั่วทั้งทวีปยุโรปและสหรัฐ

เมื่อจบปริญญาเอกกลับมาใช้ทุนธนาคารกสิกรไทยด้วยวัย 28 ปี ในยุคที่ “บัญชา ล่ำซำ” บิดา “บัณฑูร ล่ำซำ” เป็นประธานบริษัท ยุคนั้นกสิกรไทยชอบสะสมงานศิลป์ ทำให้เขาได้เรียนรู้เพิ่มเติมและสะสมงานมาตั้งแต่นั้น

 

ภายหลังใช้ทุนหมด 4 ปี เขาลาออกมาเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท แบริ่ง รีเสิร์ช (ประเทศไทย) และได้สะสมงานศิลป์เรื่อยมา

“มีคนเชิญไปเปิดงานนิทรรศการภาพเขียนของเด็กรุ่นใหม่ แล้วประทับใจและเห็นใจคนเขียนภาพ จึงซื้องานเขียนเรื่อยมา”

เขารู้จัก 2 ศิลปินดังชาวเชียงราย คือ ถวัลย์และเฉลิมชัย ครั้งแรกเมื่อ 30 ปีก่อนเพราะได้รับเชิญจากโรงแรมริเวอร์ซิตี้ ให้ไปสัมมนาเรื่องศิลปะกับธุรกิจร่วมกัน

หลังจากนั้นเริ่มติดต่อขอซื้อภาพเมื่อ 5 ปีถัดมา และสะสมงานของ 2 ศิลปินนี้เรื่อยมา จนกระทั่งมีโอกาสไปเปิดงานนิทรรศการงานเขียนของศิลปินรุ่นใหม่หลายสิบงาน จึงมีความคิดว่าอยากสนับสนุนจัดตั้งเป็นสถาบันเอเซีย พลัส จัดประกวดงานศิลปะทุกปี และเพิ่งจบปีที่ 3 ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในชื่อว่าโครงการจิตรกรรมเอเซีย พลัส ที่จัดประกวดภาพงานศิลปะ

จนถึงขณะนี้ บล.เอเซีย พลัส มีการซื้อภาพวาดจากโครงการดังกล่าว จำนวน 33 ภาพ และมีการซื้อขายภาพในงานจากบุคคลภายนอก จำนวน 11 ภาพ

“งานของศิลปินจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นก็ต่อเนื่องมีงานเขียนสม่ำเสมอทำให้เกิดพัฒนาการในงาน และทำให้งานเก่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้น ศิลปินมีช่วงรุ่งเรืองที่สุด งานแพงที่สุด หลังจากนั้นถดถอย สายตาไม่ดี มือสั่น แต่ถ้าศิลปินไหนมีเอกลักษณ์สร้างผลงานมามาก ราคาน่าจะไปได้”

“ก้องเกียรติ” กล่าวว่า เท่าที่คุยกับ “เฉลิมชัย” พบว่า ไม่เฉพาะคนร่ำรวยรุ่นเขาเท่านั้นที่สนใจสะสมศิลปะงานบรอนซ์ คนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดที่ร่ำรวยยอมจ่ายเป็นหลักล้านบาทเพื่อซื้องานของ “เฉลิมชัย” ที่ผลิตงานบรอนซ์ออกมา 99 ชิ้น และขายหมดไม่มีเหลือ

 

องค์กรอุ้มศิลปิน

กลุ่มทิสโก้นับว่าเป็นสถาบันการเงินเก่าแก่ที่สะสมและสนับสนุนศิลปินมานานนับ 43 ปี เกือบเท่าอายุขององค์กร โดยเริ่มต้นจากการที่ “ศิวะพร ทรรทรานนท์” ผู้บริหารสูงสุดในเวลานั้น ริเริ่มนำผลงานศิลปะมาตกแต่งสำนักงาน ด้วยการจัดซื้อผลงานเพื่อสนับสนุนศิลปิน จนเป็นต้นกำเนิดของคลังศิลปะสะสม อันเป็นที่รู้จักกันต่อมาในนาม “ทิสโก้ อาร์ต คอลเลกชัน”

ปัจจุบันมีผลงานกว่า 400 ชิ้น และยังซื้องานอย่างต่อเนื่อง

“อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า เริ่มสะสมศิลปินแห่งชาติตั้งแต่ยุคแรกจนกระทั่งศิลปินเหล่านี้มีชื่อเสียงขึ้นมา และล้วนเป็นศิลปินแห่งชาติทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ถวัลย์ ดัชนี จักรพันธุ์ โปษยกฤต ช่วง มูลพินิจ พิชัย นิรันต์

ผลงานของศิลปินหลายคนที่ทิสโก้สะสมประเมินมูลค่างานมิได้

ทิสโก้ถึงกับมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาเป็นที่ปรึกษาคลังศิลปะสะสม ได้แก่ อาจารย์พิทักษ์พล วิสุทธิ์อัมพร ผู้อำนวยการมูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9

 

เศรษฐีใจบุญ

สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง กรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเข้าไปประมูลงานศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะของศิลปินแห่งชาติในมูลนิธิ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ร่วมกับกรมศิลปากร ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่เขาจะต้องได้งานศิลป์ติดไม้ติดมือกลับบ้านทุกครั้งไป

“ถ้าจะให้วิจารณ์งานศิลปะต้องติดต่อคริสตี้ส์และโซเดอบี ไม่ใช่ผม ผมทำบุญช่วยเหลือศิลปินแห่งชาติ ผมไปประมูลทุกปีเกือบ 20 ปีแล้ว”

เขามีมุมมองว่านักเขียนภาพที่เรียนสาขานี้อับโชค ผู้ใหญ่ไม่ค่อยดูแลกัน ไม่เหมือนในอังกฤษและยุโรปที่เห็นคุณค่าในงานศิลปะ

ที่ลอนดอน อังกฤษ บริเวณหอนาฬิกามีศิลปินเขียนภาพริมถนนที่บรรดาศิลปินจะมาวางภาพขายและเป็นที่นิยมของนักสะสมภาพอย่างมาก

“สวัสดิ์” ตั้งใจว่าจะทำแกลเลอรีรถยนต์โบราณที่เขาชอบสะสมมาแต่ไหนแต่ไร ตอนนี้มีอยู่กว่าร้อยคัน ถ้าสร้างเสร็จจะหามุมหนึ่งให้ศิลปินรุ่นเด็กโชว์ภาพเขียน ถ้าขายงานได้ก็แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้แกลเลอรี

“ต้องมีที่ให้เด็กเกิด คนที่จะเป็นดาวินชี ปิกัสโซ กว่าจะรวยก็ตายไปแล้ว แต่เด็กเหล่านี้ต้องมีพรรคพวก มีสายสัมพันธ์ 510 ปี มีคนมาหา มาซื้องานเขา ตอนนี้เด็กมีพรสวรรค์ไม่มีโอกาส”

ปัจจุบันเขามีผลงานที่ประมูลอยู่ในมือร่วมร้อยชิ้น หลายชิ้นแขวนไว้ที่ตึกยูเอ็ม ทาวเวอร์ ที่ตั้งของบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน เมื่อมีต่างชาติมาติดต่องาน เห็นเข้าประทับใจ เขายกให้ฟรี

ผลงานล่าสุดที่เขาประมูลได้เป็นภาพในหลวงพระราชทานอ้อยให้ช้าง ของ “ไทยศรี แสง” มูลค่า 9 ล้านบาท เป็นภาพที่เขียนได้เหมือนภาพถ่ายอย่างมาก

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ

บุญชัย เบญจรงคกุล เศรษฐีอีกคนเพิ่งเปิดตัว “พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย” ที่รวบรวมมา 35 ปี นับพันชิ้น ครอบคลุมประมาณ 98% ของศิลปินไทยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ

“ผมสะสมงานศิลปะมา 35 ปี รวมๆ แล้วก็อยากจะคืนสิ่งที่งดงามให้กับแผ่นดิน ที่นี่จะแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยอยู่ในช่วงชีวิตของพวกเรา รวมทั้งถอยหลังไปประมาณ 5060 ปี เรามีพื้นที่ประมาณ 2 หมื่นตารางเมตร เรียกได้ว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกก็ไม่ได้ใหญ่กว่านี้มากนัก”

นักสะสมได้ทวีจำนวนเพิ่มขึ้น ตามความเจริญเติบโตของประเทศ ที่ขณะนี้ไทยเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับแนวหน้า ที่เริ่มมีเศรษฐีรุ่นใหม่ตามต่างจังหวัดเริ่มสะสมงานให้เห็นบ้างแล้ว นอกเหนือไปจากเศรษฐีในกรุง

หวังว่าสักวันงานศิลปินชาวไทยจะซื้อง่ายขายคล่องดังเช่นอังกฤษ สักวันหนึ่ง

บทความแนะนำ