คู่ชีวิตคู่แชร์ริง ธุรกิจแฟรนไชส์ร้อยล้าน

วันที่ 24 ส.ค. 2556 เวลา 13:01 น.
คู่ชีวิตคู่แชร์ริง ธุรกิจแฟรนไชส์ร้อยล้าน
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

มีหลายคู่รักที่ถูกลิขิตให้มาเจอะเจอกันในแวดวงการทำงาน เช่นเดียวกับ พัชราวดี (พลศักดิ์) หมื่นนิกร อดีตผู้บริหารสาว บริษัท กรุงไทย ไอแมกซ์ ในเครือเมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ กรุ๊ป ที่มาพบกับหุ้นส่วนชีวิต สุภัค หมื่นนิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ เจ้าของธุรกิจร้านอาหารอีซี่ส์ คิทเช่น ไส้กรอกสไตล์เยอรมันอีซี่ (EZ’s) และร้านอาหารสยามสเต็ก ที่เหล่านักศึกษาต่างรู้จักกันดี

ปัจจุบันทั้งคู่ได้กลายมาเป็นพาร์ตเนอร์กัน ทั้งในชีวิตครอบครัวและคู่คิดการทำงาน เพื่อร่วมขยายธุรกิจแฟรนไชส์ อีซี่ส์ คิทเช่น และมอร์เก้น ที่เปิดให้บริการกว่า 50 สาขาในศูนย์อาหารต่างๆ ทั่วประเทศในเวลานี้

‘คู่’ ที่ต้องเดินไปพร้อมกัน

สุภัค บอกว่า ประทับใจในบุคลิกคุณอ้อ (ภรรยา) ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีโอกาสได้ประสานงานการจัดกิจกรรมการตลาดร่วมกันระหว่างโรงหนังไอแมกซ์และไส้กรอกอีซี่ส์ เมื่อเกือบ 10 ปีก่อนหน้านี้ ที่นอกจากจะพูดคุยกันเรื่องงานแล้ว ในช่วงเบรกจากการประชุมก็ได้มีโอกาสได้รู้จักในอีกหนึ่งมุมของว่าที่ภรรยาในอนาคต ว่าชื่นชอบการดูคอนเสิร์ตเป็นที่สุด และมักชักชวนใครต่อใครให้ไปดูเป็นเพื่อน

และทุกครั้งที่คุณอ้อมีบัตรคอนเสิร์ตใหม่ๆ หากไม่มีใครไปเป็นเพื่อน คุณสุภัคก็มักจะอาสาตัวเองไปเป็นเพื่อนคุณอ้อ ไปดูคอนเสิร์ตด้วยแทบทุกครั้ง จากเพื่อนไปดูคอนเสิร์ตบ่อยๆ ก็ค่อยๆ ขยับชั้นขึ้นไปเป็นการประชุมนอกสถานที่ และรับประทานข้าวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ พร้อมพาไปแนะนำในกลุ่มเพื่อน กระทั่งตกลงเป็นแฟนกันเพื่อศึกษาดูใจกันนานถึง 5 ปี

จากนั้นเขาจึงตัดสินใจเตรียมขอคุณอ้อแต่งงาน โดยใช้สถานที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในเมืองกาญจนบุรี ที่กำลังจัดงานส่งท้ายปีเก่าฉลองปีใหม่ 2545 ร่วมกันทั้งระหว่างกลุ่มเพื่อนๆ และแขกที่พักในรีสอร์ท ที่เจ้าตัววางแผนเป็นอย่างดีว่าจะต้องเชิญคุณอ้อขึ้นมาบนเวทีให้ได้ และจะต้อง “เซย์ เยส” ได้ทัน ก่อนที่จะถึงเวลาจุดพลุปีใหม่ ซึ่งเป็นบรรยากาศไฮไลต์ของงานในคืนนั้น

“ตอนแรกใจตุ๊มๆ ต้อมๆ ว่า คุณอ้อจะรับแต่งผมหรือเปล่า เพราะพอคุณอ้อขึ้นเวทีก็หยิบไมค์ไปเล่น และถามแขกข้างล่างที่ไม่รู้จักเลยนอกจากกลุ่มเพื่อนๆ ด้วยกันเองว่า จะตกลงรับแต่งดีหรือไม่ แต่สุดท้ายคุณอ้อก็ตอบตกลง เลยโล่งใจ” สุภัค ย้อนฉากหลัง

จากนั้นในเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน สุภัคและพัชราวดีจึงได้กลายมาเป็นคู่ชีวิตซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะคู่คิดทางธุรกิจ ที่ได้คุณอ้อเข้ามาช่วยดูกิจการร้านอาหารของครอบครัว ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแฟรนไชส์ บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ ซึ่งก่อนหน้าที่จะคุณอ้อจะตัดสินใจทิ้งงานประจำที่ตัวเองรัก เพื่อมาช่วยงานธุรกิจครอบครัวนั้น ก็ได้มีการพูดคุยกันและวางแผนไปจนถึงชีวิตบั้นปลายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อน

สุภัค บอกว่า ตัดสินใจเลือกคู่ชีวิตและคู่คิดธุรกิจได้ไม่ผิด เพราะพื้นฐานคุณอ้อเป็นทั้งคนดีและคนเก่งพร้อมกันในคนเดียว ซึ่งส่วนตัวมีหลักปรัชญาว่า ถ้าจะหาคู่ชีวิต ก็จะต้องมาเป็นคู่ที่แชร์ริง ที่พร้อมแบ่งปันทุกเรื่องราวด้วยกัน

เรามีอะไรก็ปรึกษาหารือกัน ไม่มีใครเดินไปข้างหน้าหรืออยู่ข้างหลัง แต่จะเดินไปพร้อมกัน อย่างตอนนี้งานขยายธุรกิจแฟรนไชส์ อีซี่ส์ คิทเช่น ก็ได้ภรรยาเข้ามาบริหารจัดการ และหากมีปัญหาก็จะมาหารือ แลกเปลี่ยนความเห็นด้วยกันตลอด

มุมส่วนตัว ต้องมี

พัชราวดี บอกว่า ประทับใจในตัวคุณสุภัค ด้วยคุณสมบัติเด่นๆ คือ มีความเป็นผู้นำสูง ช่วยแนะ ช่วยตัดสินใจได้ว่าเรื่องนี้ เรื่องนั้น จะต้องคิด จะต้องทำอย่างไร มีความเป็นนักบริหารจัดการที่ดีมาก และอื่นๆ อีกจิปาถะ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้หญิงเกือบทุกคนต้องการ สำหรับผู้ชายที่จะเข้ามาเป็นผู้คู่ชีวิต ซึ่งเธอบอกว่า “เขา” คนนี้มีครบ

หลังจากตัดสินใจเข้ามาใช้ชีวิตคู่ในครอบครัว “หมื่นนิกร” แล้ว ทำให้ต้องเลิกงานประจำและหันมาช่วยกิจการของสามีอย่างเต็มตัว ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่ได้สามีเข้ามาไกด์แนวทางการทำธุรกิจ รวมถึงการประยุกต์รูปแบบจากการบริหารจัดการงานพีอาร์ในงานเดิม มาปรับใช้กับธุรกิจครอบครัว

ที่สำคัญยังมีความสุขกับงานมากขึ้นด้วยสำนักงานและบ้านอยู่ใกล้กัน ทำให้มีเวลาว่างให้กับครอบครัวเพิ่มขึ้นไปด้วย

“พอมาทำธุรกิจเอง เพื่อช่วยกิจการของครอบครัว ทำให้รู้ว่าการเป็นเจ้าของจะต้องมีวิชันมากกว่าเดิม ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราสองคนมีกิจกรรมทำด้วยกันบ่อยๆ คือ การหมั่นเติมความรู้ใหม่ๆ ให้ตัวเองด้วยกันสม่ำเสมอ อย่างไปงานสัมมนาที่น่าสนใจ ซึ่งในแวดวงธุรกิจแฟรนไชส์ตอนนี้จะทราบว่า ถ้าเห็นคุณสุภัคที่ไหน ก็จะต้องเห็นอ้อด้วย” พัชราวดี เล่า

จากจุดเริ่มต้นก่อนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต พัชราวดี เล่าว่า เป็นเพราะแฟรนไชส์ที่ทำให้รู้จักกัน และกลายมาเป็นแฟนกัน จนกระทั่งถึงจุดแต่งงานเป็นครอบครัวเดียวกันมาถึง 10 ปีในปัจจุบัน ที่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าจะอยู่ด้วยกันแทบ 24 ชั่วโมง เพราะต้องทำงานด้วยกัน

แต่ทั้งคู่ก็ยังมอบพื้นที่ส่วนตัวให้ระหว่างกัน เพื่อไม่ให้พื้นที่ร่วมนี้ดูอึดอัด โดยเลือกวันเสาร์ให้เป็นวันฟรีเดย์ ที่แต่ละคนจะมีมุมของตัวเองเพื่อทำกิจกรรมส่วนตัว อย่างไปช็อปปิ้ง เสริมสวย ฯลฯ

ส่วนในวันอาทิตย์จะเป็นวันครอบครัว และของลูกทั้งสองที่จะต้องมีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน โดยเฉพาะการสรรหาร้านอาหารอร่อยๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมโปรดของทั้งคู่ ที่มักทำด้วยกันเสมอเมื่อมีโอกาส

ปัจจุบันบริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ เปิดให้บริการร้านสาขาแฟรนไชส์ 3 แบรนด์หลัก คือ อีซี่ส์ คิทเช่น มอร์เก้น บายอีซี่ส์ และมอร์เก้นแคชชวล เรสเตอรองท์ และอยู่ระหว่างเตรียมพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์ใหม่ออกมาเร็วๆ นี้ ซึ่งแต่ละปีธุรกิจของบริษัททำรายได้เกือบ 200 ล้านบาท

คุณสุภัคและภรรยานับเป็นคู่ที่ส่งเสริมกันทั้งด้านชีวิตส่วนตัวและธุรกิจอย่างน่าประทับใจ