‘แรงปรารถนาในแฟชั่น’ กิ่งกานต์ สลากรธนวัฒน์

วันที่ 24 ก.ค. 2556 เวลา 09:28 น.
‘แรงปรารถนาในแฟชั่น’ กิ่งกานต์ สลากรธนวัฒน์
โดย...วราภรณ์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

“กิ่งกานต์” คือแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นน้องใหม่ ฝีมือการออกแบบและผู้สร้างแบรนด์โดย มีมี่กิ่งกานต์ สลากรธนวัฒน์ ที่ทำธุรกิจด้วยใจรักในแฟชั่น ดีกรีศึกษาจบด้านออกแบบแฟชั่นจากประเทศอังกฤษ เปิดร้านไม่ถึง 6 เดือน ส่วนใหญ่ลูกค้ามากกว่า 60% เป็นชาวต่างชาติ ทั้งเอเชียและยุโรป เหล่าเซเลบริตี้แฟนกิ่งกานต์ ได้แก่ อภิษฎา เครือคงคา ปาณิสรา พิมพ์ปรุ พิมรา เจริญภักดี ปิยวดี มาลีนนท์ ฯลฯ ที่ล้วนเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบสไตล์แต่งตัวมิกซ์แอนด์แมตช์ และกล้าแต่งตัวเพราะงานออกแบบเสื้อผ้ามีความขัดแย้งสูง ใส่ชิ้นเดียวแล้วจบไม่ต้องง้อเครื่องประดับ เพราะมีเสน่ห์ตรงลายพิมพ์และแพตเทิร์นที่มีศิลปะอยู่ในตัว

เธอเพิ่งเปิดตัวคอลเลกชั่น Autumn/Winter 2013 โดยใช้ชื่อคอลเลกชั่นว่า “Dawn of the Inner Venom” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงามของงูพิษทั้งภายนอกและภายใน เพื่อสาวมั่นยุคใหม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าที่คล่องตัว แข็งแกร่ง สวยงาม แฝงไว้ด้วยความลึกลับน่าค้นหา

“คอลเลกชั่นโดดเด่นด้วยผิวสัมผัส ลวดลายและสีสันทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับ โดยหยิบเอาเส้นกระดูกสันหลังที่ตามองไม่เห็น องค์ประกอบทั้งหมดก่อให้เกิดความแข็งแกร่งผสานความลึกลับ จุดเด่นอีกจุดก็คือ ความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านแพตเทิร์นที่มีรายละเอียดและความซับซ้อน หลายสิ่งถูกซ่อน ไม่ว่าจะเป็นแพตเทิร์น ช่องกระเป๋า หรือผ้าแต่ละชั้น เพื่อให้ผู้หญิงใส่ได้หลายโอกาส ทั้งนักธุรกิจผู้มีมาดจริงจัง เคร่งขรึม หรือลุคปาร์ตี้”

หากย้อนไปถึงการสร้างแบรนด์ เริ่มจากความชอบและรักในแฟชั่น การศึกษาปริญญาโทด้านครีเอทีฟ อินดัสทรี แมนเนจเมนต์ ที่มหาวิทยาลัยเซ็นทรัล ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย ทำให้เธอมีความรู้ด้านศิลปะมากขึ้น กลับเมืองไทยเธอลองธุรกิจแรก คือ เปิดร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น ชื่อร้าน “Chinez” เพราะอาหารก็คือศิลปะรูปแบบหนึ่ง แต่ความชอบแฟชั่นยังคงอยู่ เธอตัดสินใจไปเรียนด้านออกแบบแฟชั่นที่มหาวิทยาลัยด้านการออกแบบที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ กลับมาเมืองไทยเธอทำแบรนด์เครื่องประดับเป็นแบรนด์แรก และต่อด้วยเสื้อผ้าแบรนด์กิ่งกานต์ โดยมีร้านสาขาแรกอยู่ที่พารากอน

“ที่เซนต์มาร์ตินสอนให้เรากล้าใช้ความคิดทุกอย่างโดยไม่ต้องตามแพตเทิร์น การออกแบบไม่มีทั้งผิดและถูก มี่ฟอร์มร้านและทีมงานครึ่งปี การทำแบรนด์ยากอย่างหนึ่งคือ เราไม่ได้เรียนจบด้านแฟชั่นโดยตรง แต่จบด้านบัญชีและบริหาร มันมีความกล้าๆ กลัวๆ แต่เราอยากทำสิ่งแปลกใหม่ มี่อยากทำเสื้อผ้าใส่ประณีตและราคาเหมาะสม เพื่อให้คนไทยซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ไทยในเมืองไทยได้ เลือกในราคาและคุณภาพใกล้เคียงกับอินเตอร์แบรนด์ ตอนนี้คนไทยหันมาแต่งตัวมากขึ้น ดังนั้นเสื้อผ้าและจิวเวลรี่ตลาดเมืองไทยโตมากขึ้น”

6 เดือนสำหรับการทำแบรนด์ขึ้นห้างสรรพสินค้าเจออุปสรรคมากมาย แต่ทำให้เธอได้เรียนรู้และโตขึ้น เช่น ปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือ แพตเทิร์นที่ประณีตทำยาก ใส่อย่างไรให้เป๊ะสวยงาม

“เราจะเน้นเรื่องคัตติ้งที่เนี้ยบ เวลาทำแต่ละคอลเลกชั่นมี่จะบินไปซื้อผ้าเองที่ญี่ปุ่น เอาโทนสีปกติแล้วเรามาทำลายเองเพื่อป้องกันการซ้ำกันของสีผ้า คอลเลกชั่นนี้โดดเด่นด้วยการต่อลายบนแพตเทิร์น เช่น ชิ้นหน้าชิ้นหลังลายต้องต่อกัน นอกจากเครื่องประดับและเสื้อผ้า ตอนนี้มี่เพิ่มไลน์รองเท้าขึ้นมา อยากทำรองเท้าที่มีคุณภาพเทียบเท่าเมืองนอก แต่ราคาถูกกว่า ตลาดตรงนี้ยังไม่มีใครทำ ทำรองเท้าแพตเทิร์นยาก เราอยากทำ ขึ้นอยู่กับลูกค้าจะให้การสนับสนุนเราแค่ไหน แต่เราใช้หนังแท้ คุณภาพมาก่อน ต้องสวมใส่สบาย อีกทั้งเราเน้นเรื่องงานฝีมือ เราใส่เครื่องประดับรองเท้าเข้าไป ทำให้รองเท้ามีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น”

แบรนด์เสื้อผ้าแข่งขันกันสูงมาก ความยากของการสร้างแบรนด์หนึ่ง กิ่งกานต์ บอกว่า คือต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน เลือกวัสดุที่มีคุณภาพจริงๆ มาตัดเย็บเสื้อผ้า แม้ปัจจุบันจะประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้นก็ตาม

ผลตอบรับตลอดระยะเวลาที่ร้านเปิดดีเกินคาด สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนกำลังใจ และมีความสุขทุกครั้งที่ได้บริหารแบรนด์

“ผลตอบรับดีทำให้เราดีใจที่คนไทยให้การสนับสนุน จากแรกๆ กลัว เพราะแบรนด์ไทยเยอะมาก ก่อนเปิดที่พารากอน เราท้อเหมือนกัน จะทำอย่างไร จะทำแค่รองเท้ากับจิวเวลรี่ดีไหม และทำแค่ไหน เพราะมี่คิดว่าเสื้อผ้าคนทำเยอะแล้ว แต่พอเปิดแบรนด์เสื้อผ้าผลตอบรับดีมาก อาจเป็นเพราะเสื้อผ้าเราค่อนข้างแหวกแนว ไม่โป๊แต่ก็ไม่เรียบจนเกินไป เพราะมี่คิดว่าผู้หญิงควรโชว์ผิว แต่ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด ทุกอย่างเป็นแรงผลักดันให้เราอยากทำคอลเลกชั่นหน้าให้ดีกว่า ตอนนี้เราเหมือนแข่งกับตัวเอง อยากทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพราะงานออกแบบไม่มีจุดสิ้นสุด เรามีแรงบันดาลใจใหม่ๆ ออกมาเสมอ”

หลักการตลาดหนึ่งในการบริหารแบรนด์ คือ มีทางเลือกที่หลากหลายให้ลูกค้าที่มีรูปร่างต่างกันได้เลือกซื้อ และรู้สึกว่าการแต่งตัวเป็นเรื่องสนุก “ยิ่งลูกค้าเยอะขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เพื่อนเรา เหตุที่ลูกค้าเยอะอาจเป็นเพราะเสื้อผ้าเราไม่ได้มีเพื่อคนหุ่นดีเพียงกลุ่มเดียว แต่คนท้วมก็ใส่ของเราได้ มี่อยากให้คนมีทางเลือกสำหรับการแต่งตัว เช่น คนมีเนื้อมีหนังก็ใส่เสื้อผ้าได้สวย หากเลือกแบบให้เหมาะกับตัวเอง มี่อยากให้คนรักตัวเองและสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น คนท้วมก็สามารถใส่เสื้อผ้าแฟชั่นได้ แค่ใส่เสื้อเชิ้ตกับเครื่องประดับ ใส่เดรสก็เลือกเปิดล่างตัวจะได้ดูไม่ตัน โชว์ท่อนล่างจะทำให้ขาดูยาวขึ้น

การออกแบบของมี่เป็นการดึงจุดเด่นกับจุดบกพร่องสอดคล้องลงตัวกัน เรามีถึงไซส์ 16 ซึ่งแบรนด์อื่นไม่ทำ นับเป็นการเปิดกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ เพราะเราฟังเสียงของลูกค้าที่มีมาบ่นว่าเขาอ้วนแต่อยากใส่เสื้อผ้า เราก็ออกแบบให้ พอเขาใส่แล้วสวยเราก็ดีใจ เรียกว่าเราเอาประสบการณ์จากการมาดูลูกค้าเองด้วย ถ้ามี่อยู่เองจะแนะนำการแต่งตัวให้ลูกค้าด้วย คนตัวใหญ่ขอคำแนะนำว่าอยากใส่สร้อย ใส่อย่างไรให้สวย แต่เราจะแนะนำว่า เขาเหมาะสร้อยแบบไหน เขาจะรู้สึกแฮปปี้ เราไม่ได้ฮาร์ดเซลส์อย่างเดียว”

มีมี่กิ่งกานต์ สลากรธนวัฒน์

นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์

การศึกษา : หลังจากศึกษาจบปริญญาตรีด้านบัญชี จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เธอไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านครีเอทีฟ อินดัสทรี แมนเนจเมนต์ ที่เซ็นทรัล ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย แต่ด้วยใจรักในแฟชั่น เธอศึกษาต่อคอร์สด้านครีเอทีฟ อินดัสเทรียล แมนเนจเมนต์ ที่เซ็นทรัล เซนต์มาร์ตินส์ คอลเลจ ออฟ แฟชั่น ประเทศอังกฤษ ในปี 2012 จากนั้นเธอกลับมาเปิดร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์ Kiss De L’amour ปัจจุบันเธอต่อยอดธุรกิจทำร้านเสื้อกิ่งกานต์

แบรนด์เสื้อผ้าที่ชอบ : หากเป็นแบรนด์เสื้อผ้าระดับอินเตอร์ มีมี่ชื่นชอบ อเล็กซานดรา แวง และลองแวง ซึ่งการออกแบบเสื้อผ้ามีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ลองแวงดูสมาร์ท ดูเป็นความแฟมินีน ส่วนอเล็กซานดราสะท้อนออกมาในแบบสาวเท่ เซ็กซี่ เธอคิดว่า 2 แบรนด์ที่ชื่นชอบมีความต่าง ทำให้เธอสามารถนำทั้งสองแบรนด์มามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ เพราะเธอมีหลายบุคลิกเช่นเดียวกับสาวๆ ในสไตล์ของห้องเสื้อกิ่งกานต์

กระเป๋า รองเท้า : แบรนด์นอกเธอชอบกระเป๋าของซิลีน เพราะด้วยบุคลิกของเธอเป็นผู้หญิงทำงานที่ทำงานยุ่งตลอด ซิลีนเป็นกระเป๋าที่ออกแบบมาแล้วใช้งานได้ง่าย ใส่ของได้เยอะ ดูมีดีเทลเก๋ๆ ส่วนรองเท้าต้องแบรนด์กิ่งกานต์ ที่เธอชอบและออกแบบโดยเปลี่ยนหนังไปเรื่อยๆ เช่น หนังงู หนังปลากระเบน และหนังวัว

สไตล์แต่งตัว : ชอบสไตล์เรียบง่าย ในวันสบายชอบใส่แค่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น แต่หากออกมาทำงานต้องพบปะผู้คนต้องแต่งตัวเนี้ยบ หลักง่ายๆ คือให้เหมาะกับกาลเทศะ แนวที่ชื่นชอบจึงเป็นแนวผสมผสาน