ธามไท แพลงศิลป์ เกิดมาเต้น

วันที่ 18 ก.ค. 2556 เวลา 10:10 น.
ธามไท แพลงศิลป์ เกิดมาเต้น
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

คุณเชื่อในพลังของคลิปวิดีโอที่อัพโหลดลงในยูทูบบ้างไหมครับ?

ครั้งหนึ่ง จัสติน ดรูว์ บีเบอร์ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ “จัสติน บีเบอร์” เด็กหนุ่มธรรมดาๆ ที่อาศัยอยู่สแตรทฟอร์ด รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา ได้ประกวดร้องเพลง (ซึ่งประกวดได้ที่สอง) ตอนประกวดแม่ของเขาได้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ เมื่อประกวดเสร็จ แม่ของเขาก็ได้นำวิดีโอที่ถ่ายเก็บไว้ตัดต่อแล้วอัพโหลดลงในยูทูบ เพื่อให้ครอบครัว เพื่อนๆ ของเธอ และเพื่อนๆ ของจัสตินได้เห็นถึงความสามารถและรางวัลที่ได้รับมา ปรากฏว่ามีคนเห็นในความสามารถนั้น ซึ่งไม่ใช่คนในครอบครัวหรือเพื่อนๆ อย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรกเริ่ม แต่กลับกลายเป็นคนที่สามารถพาจัสตินก้าวไปสู่การเป็นศิลปินระดับโลกได้

จากจุดเล็กๆ จุดนั้น วันนี้เขาได้กลายเป็นศิลปินระดับโลกแล้วจริงๆ

พอหันกลับมามองที่เมืองไทยบ้านเรา ครั้งหนึ่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งผู้ซึ่งรักการเต้นและเรียนเต้นอย่างเอาจริงเอาจัง ได้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ โดยเป็นวิดีโอที่เขาได้ออกแบบท่าเต้นประกอบเพลง ซึ่งเขาได้ตัดต่อและอัพโหลดลงในยูทูบ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่งซึ่งอยู่แถวลาดพร้าว ซอย 15 ได้เข้ามาดูและเกิดสนใจในความสามารถด้านการเต้นของเขา จึงได้ติดต่อให้เขามาออดิชั่นและรับเขาเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัด เพื่อฝึกร้องฝึกเต้นเพิ่มเติมเป็นเวลา 1 ปี จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เด็กผู้ชายที่ชื่อ “ธามไท แพลงศิลป์” ก็ได้มีอัลบั้มเพลงเป็นของตัวเองแล้วถึงสองอัลบั้ม โดยมีซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด เจ็บคนเดียวก็พอ (Blame It On Me) และที่สำคัญ เขาได้เข้าประกวดเต้นลีลาศในรายการ Dancing With The Stars Thailand จนได้เป็นผู้ชนะเลิศของรายการในท้ายที่สุด

เห็นไหมว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

“จุดเริ่มต้นมาจากตอนผมอายุ 8 ขวบ ผมดูรายการแข่งเต้นรายการหนึ่งแล้วชอบมาก เลยบอกแม่ว่าช่วยพาผมไปเรียนเต้นฮิปฮอปหน่อย พอได้ไปเรียนเต้น ผมรู้สึกได้เลยว่านี่แหละคือตัวผม ที่สำคัญที่สุดคือ ผมชอบคิดท่าเต้นด้วยตัวเอง เลยถ่ายท่าเต้นของตัวเองลงยูทูบ ซึ่งผมว่ายูทูบเป็นช่องทางที่เจ๋งมากๆ มันทำให้เราได้ฝึกฝนเพื่อที่จะโชว์ความสามารถของเราให้คนอื่นได้เห็นทางช่องทางนี้ แค่เห็นและมีคนมาชื่นชม แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วนะ แต่ถ้ามันเกินความต้องการของเรา อย่างมีคนติดต่อไปเป็นศิลปินจริงๆ เหมือนที่มีค่ายเพลงกามิกาเซ่ติดต่อให้ผมไปเป็นศิลปินฝึกหัด จนได้เป็นนักร้องนักเต้นสมความตั้งใจ มันก็ดีกับชีวิตเราไม่ใช่เหรอครับ”

จากเด็กหนุ่มธรรมดาๆ จนมาเป็นศิลปินที่มีผลงานเพลงถึงสองอัลบั้ม ธามไท ยังคงฝึกฝนด้านการเต้นอยู่ตลอดเวลา

“ผมว่าการเต้นไม่มีวันหยุดครับ เราต้องเรียนรู้และฝึกฝนเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ เวลามีครูสอนเต้นจากต่างประเทศมาเวิร์กช็อปในเมืองไทย ผมก็ไปเวิร์กช็อปอยู่ไม่เคยขาด”

ธามไท เผยว่า การเต้นคือชีวิตของเขา ยิ่งได้ขยับท่าทางไปตามเพลง ยิ่งทำให้เขาได้รู้ว่าการเต้นคือผลงานศิลปะที่เราสร้างสรรค์ได้ด้วยตัวของเราเอง

“เวลาผมเห็นคนขยับท่าทางเป็นท่าเต้นต่างๆ ผมว่ามันสวยงามดีนะ อย่างเวลาที่ผมไปเดินห้าง พอได้ยินเสียงเพลง มันอึดอัด มันอยากลุกขึ้นมาเต้นตอนนั้นเสียให้ได้ ผมว่าการเต้นมันเข้าไปอยู่ในสายเลือดและในจิตวิญญาณของผมแล้ว (หัวเราะ)”

หากเป้าหมายของ ธามไท คือการก้าวไปสู่การเป็นนักร้องนักเต้นระดับอินเตอร์ นี่คงไม่ใช่เป้าหมายที่ใหญ่เกินตัว หากแต่เป็นเป้าหมายที่ช่วยทำให้เขาได้เรียนรู้ว่ากว่าจะไปถึงตรงนั้น ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด

“ผมขอเอาชนะสิ่งที่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อนครับ ค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าวด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ตราบใดที่ผมยังไม่หยุดฝึกฝนการร้องการเต้น ผมเชื่อว่าผมจะเดินทางไปถึงเป้าหมายที่ผมได้วางเอาไว้อย่างแน่นอนครับ”

ถ้าจะไม่ถามถึงเรื่องหัวใจ ก็คงจะกระไรอยู่ เขาเผยว่า มีคนที่คุยๆ อยู่บ้าง แต่ยังไม่ได้จริงจังอะไร

“ตอบแบบไม่เฟกเลยนะครับว่า มีครับ แต่ผมยังไม่คิดจริงจังอะไร ผมก็คุยไปเรื่อยๆ เอาเรื่องเรียนและเรื่องงานให้รอดก่อนดีกว่า อย่างตอนนี้ผมอายุ 17 ปี เรียนใกล้จะจบแล้ว เรียนจบแล้ว ผมคิดว่าคงจะเรียนต่อที่เมืองไทยนี่แหละครับ ซึ่งที่คิดๆ ไว้ ผมคิดว่าผมจะเรียนต่อด้านจิตวิทยา น่าสนุกดีนะ กับการได้เรียนรู้จิตใจตัวเองและจิตใจคนรอบข้าง มันน่าสนใจดี ผมเป็นคนไม่ชอบทำตามคนอื่น ซึ่งอยากเรียนคณะที่จุฬาฯ ก็คงต้องตั้งใจเรียนนะ เพื่อสอบเข้าเรียนต่อให้ได้”

หากเราลองมองที่ดวงตาของเขาให้ลึกถึงข้างใน เราจะพบว่าดวงตาคู่นั้นของธามไท มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความจริงใจที่มาพร้อมกับความขี้เล่นอยู่ในที หรือนี่แหละคือความเป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่ไม่ควรมองข้ามแม้แต่พริบตาเดียว

2554 = ธามไท เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลแรก ในเพลง “รักกว่านี้ไม่มีอีกละ (No More)” พร้อมกับท่าเต้นที่เขามีส่วนร่วมกับทีมงาน

2555 = เพลง “จบมั้ย (The End)” “มีอะไรอีกมั้ยที่ลืมบอก (Top Secret)” และ “ไม่มีทางไม่มีเธอ (Always Da One)” 3 เพลงที่ทำให้ชื่อของ ธามไท แพลงศิลป์ ถูกจัดอันดับให้เป็นคำค้นหามากที่สุดในปี 2555 อันดับที่ 9 ในหมวดคนดัง โดย Google

2556 = Mirror Ball Trophy รางวัลแรกในชีวิตของการเป็นศิลปินจากรายการเรียลิตี้ระดับโลกอย่าง Dancing With The Stars Thailand และเป็นผู้ชนะเลิศที่อายุน้อยที่สุดในโลกอีกด้วย

ธามไท ชอบแต่งตัว ชอบสะสมหมวกในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งหัวเข็มขัดแบบแปลกๆ และหายาก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่เขาสามารถสะสมของหายากได้

นอกจากความสามารถด้านการเต้น ธามไท ยังมีความสามารถด้านดนตรีไทย ไม่ว่าจะเป็นระนาดเอก ระนาดทุ้ม หรือฆ้องวงอีกด้วย