วิลลี่ แมคอินทอช 20 ปี ในวงการบันเทิงไม่ง่าย

วันที่ 16 ก.ค. 2556 เวลา 10:30 น.
วิลลี่ แมคอินทอช 20 ปี ในวงการบันเทิงไม่ง่าย
โดย...นกขุนทอง

“ยาก”“วิลลี่ แมคอินทอช” อดีตพระเอกสุดหล่อตอบทันควัน หลังจบคำถาม “20 ปีที่อยู่ในวงการยากไหม”

แม้จะแจกแจงรายละเอียดเบื้องลึกได้ไม่หมดเปลือก ก็ได้เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของการทำงานในวงการบันเทิง และทำอย่างไรถึงยังอยู่ได้แบบมีคุณภาพ ยังเป็นที่ต้องการของผู้จ้างและผู้ชม แม้ว่าวันนี้จะไม่ได้ยืนอยู่ในตำแหน่ง “พระเอก” แต่การก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารของบริษัท ลักษ์ (666) ผลิตรายการโทรทัศน์หลายรายการ มีหนังสือในเครือหลายเล่ม ก็การันตีคุณภาพของผู้ชายคนนี้ได้ว่า เป็นตัวจริงในวงการบันเทิงไทย

“เดี๋ยวนี้มีการพัฒนาด้านบุคลากรมากขึ้น ด้านการแสดงมีเยอะขึ้นมาก และการพัฒนาด้านหน้าตาของคน (หัวเราะ) เมื่อ 20 ปีก่อน ไม่มีคนหล่อสวยขนาดนี้ ทุกวันนี้เกลื่อนถนนไปหมด แต่หน้าตาบล็อกเดียวกันเยอะ ผมว่าประเทศไทยน่าจะมีคนหน้าตาดีเยอะที่สุดในโลกตอนนี้ และการเปลี่ยนแปลงอีกอย่าง คือ เมื่อก่อนใครมาทำงานในวงการบันเทิง ถือว่าเป็นอาชีพ อย่างนักแสดงรุ่นเก่าๆ แต่ในยุคนี้ถือว่าเป็นที่พึ่งพาได้ กลายเป็นอาชีพที่สั้น คุณต้องทำงานหาเงิน เกษียณอายุภายใน 10 ปีให้ได้ คุณจะไปคาดหวังอนาคตกับการทำงานในวงการบันเทิงไม่ได้แล้ว เพราะจะมีน้องใหม่มาแทน ต้องวางแผนว่า 10 ปี จะทำอะไรต่อไปในรูปแบบอื่น ห้ามยึดติดกับรูปแบบเดิม”

อ้าว! แล้วแบบนี้ดารารุ่นเก่าอย่าง วิลลี่ แมคอินทอช ยึดติดกับความเป็นพระเอก และการทำงานแบบเมื่อก่อนไหม แล้วทำไมไม่เล่นละคร เจอคำถามยาว แต่อดีตพระเอกก็ตอบทันควันว่า

“มันต้องไม่ยึดติด และไม่เคยติดมาด้วย เพราะไม่ค่อยชอบ คือบ้านเราอยู่มาด้วยวัฒนธรรมแบบนี้ อย่างละคนก็เบื่อ เล่นมา 10 กว่าปี ได้แต่บทเดิมทุกอย่าง เหมือนรายการเปลี่ยนมากก็ไม่ได้ คนก็ไม่รับ ชอบแบบเดิมๆ ต้องการความสบายใจแบบนี้ นี่คือพื้นฐานวัฒนธรรมของบ้านเรา”

จากพระเอกผู้โดนแสงไฟสาดส่องใส่ มาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง วิถีชีวิตก็เปลี่ยนไป “ต่างกันมาก สมัยนั้นสบาย กังวลอย่างเดียวคือ เล่นให้ได้ จำบทให้ได้ 2 อย่าง แต่ตอนนี้กังวล 100 กว่าอย่าง แล้วอันนี้ท้าทายกว่า แล้วก็น่ากลัวกว่า แต่มั่นคงกว่า ผมชอบเล่นเกม จะมีโจทย์มาให้ ต้องแก้ตรงนั้นตรงนี้ ชีวิตธุรกิจก็เหมือนกัน แก้ไปเรื่อยๆ ไม่มีใครสามารถบอกอนาคตได้ จังหวะกับโอกาส มันต้องมาเจอกันสักวันหนึ่ง แล้วคุณก็จะเฟื่องฟู”

อดีตพระเอกหลายคนไม่ได้โชคดีอย่างวิลลี่ บางคนจำแค่ชื่อได้รางๆ ส่วนหน้าตาก็หายจากจอไปเลย “มันเป็นเหมือนดาบสองคม มันเซนซิทีฟมาก คนเราอยู่ได้ทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่ด้วยเพราะตัวเอง แต่ด้วยความรักของคนรอบข้าง คนที่ติดตามเรา เห็นหน้าแล้วเขารู้สึกอย่างไร เช่นคนนี้เห็นแล้วอารมณ์ดี สนุก คนนี้อยู่นานกว่า หน้าตาดีนะ แต่คนหน้าตาดี คนนี้หล่ออ่ะ แต่พอผ่านไป 5 ปี คนนั้นหล่อกว่าแล้ว คนนี้ก็จบเลยน่ะ หล่ออย่างเดียวไม่ได้ ต้องหล่อ มีเสน่ห์ ต้องสนุก ต้องอบอุ่น เพื่อให้อยู่ได้นาน”

ทุกคนในวงการบันเทิงล้วนต่างก็ต้องเจอกับวัฏจักรน้ำใหม่ดันน้ำเก่า แต่จะเร็วจะช้า และจะมีวิธีต้านทาน ตั้งรับกันยังไง “ปัญหาที่เรามีอยู่ก็คือ พระเอกนางเอกของเราในวันนี้ เด็กมากซะจนไม่มีโอกาสได้เรียน พอไม่ได้เรียนหนังสือเท่าที่ควรจะเรียน ก็จะไม่มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนชีวิต ไม่มีวุฒิไว้ ดังนั้นคนเหล่านี้ก็จะหมดเร็วด้วย จะสังเกตว่าใน 10 ปีที่ผ่านมา มีพระเอกเด็กๆ เกิดเป็นร้อย เป็นแล้วก็หายจากไปไหนไม่รู้ ไม่มีงาน เงียบหายไปเลย แล้วในระหว่างที่เงียบหาย ก็มีขึ้นมาอีกจนเต็มไปหมด ตอนนี้เหมือนพวกจบนิเทศ จบมาไม่มีงานทำ แล้วคนที่ได้งานทำคือจบพวกศิลปกรรม ทำไมพวกนี้ได้งานกว่าพวกนิเทศ ต้องกลับไปที่ระบบการสอนว่าต้องจบมาใช้งานจริงนะ”

วิลลี่ เล่าย้อนถึงสมัยที่คบหาดูใจกับ เยลหลีเยอราดีน ริคลอเดล ตอนนั้นแบบไม่เปิดตัวจริงจัง แต่เรื่องการแต่งงานก็ต้องเบรกไว้พักใหญ่ เพราะเมื่อก่อนเป็นพระเอกห้ามมีแฟน ไม่อย่างนั้นเรตติ้งตก ต่างจากยุคนี้ที่เปิดเผย ซ้ำยังเปลี่ยนไปมาอีกด้วยซิ

“ตอนนี้สังคมเปลี่ยน ผมก็ไม่รู้ว่าผมผิดหรือถูก ทุกวันนี้เราเปิดสังคมใหม่ขึ้นมา คือสังคมที่สามารถพูดคุย เป็นแฟนกันก่อนเห็นหน้า เพราะมีเทคโนโลยีเข้ามา แล้วคนเหล่านี้พอไปเจอของจริงเข้า ทำไม่เป็น เช่น ขอไลน์คุยกะผู้หญิง คุณจะไม่มีไหวพริบพอที่จะไปเผชิญหน้ากับเขา ณ วันจริง เช่น ในไลน์พิมพ์ว่า น่ารักจัง อยากกินข้าวด้วยจุงเบย ชีวิตจริงพูดอย่างนั้นได้เหรอ สุดท้ายก็จบที่ต้องเจอกัน แล้วไปต่อไม่เป็น นี่คือสังคมที่ทำให้คนเปลี่ยนไป ดาราในยุคนี้ก็ไม่ได้รับคำสอนจากรุ่นพี่มากเหมือนในยุคผม ยุคผมนี่ ผมเมาหน้าพาเลซแล้วมีเรื่อง ตอนนั้นอายุ 17 เป็นนายแบบ พี่ที่ไทยรัฐด่า บอกว่าทำงี้ได้ไง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ลงข่าวด้วยนะ ก็ปล่อยกลับบ้านไป เราก็รู้ว่าผู้ใหญ่สอนเรา ยุคนี้มีเหรอที่จะมีผู้ใหญ่เรียกมาด่าที่โต๊ะ ไม่มีแล้ว แล้วเด็กสมัยนี้ในกองละครทุกคนมีไอแพด ไอโฟนหมด เล่นโลกออนไลน์ ดังนั้นเขาก็จะไม่คุยกับผู้ใหญ่ในกอง ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้คุยกับเด็ก ผู้ใหญ่คุยกันเอง เด็กแค่สวัสดีครับ/ค่ะ แต่ไม่มีการพูดคุย แล้วบ้านเราก็แปลกที่ว่าแจกรางวัลไปเจอกันก็ไม่รู้จักกัน อยู่ในวงการเดียวกันแท้ๆ แต่ไม่รู้จักกัน ต่างฝ่ายต่างดูแลตัวเอง สวยๆ ไปก็จบ ประเทศไทยจึงอยู่แค่นี้ เราเป็นผู้ซื้อ ไม่ได้เป็นผู้ผลิต อย่างเกาหลีเป็นผู้ผลิต ส่งออกมาให้เราตาม เราต้องเอาเงินเพื่อได้ของ มุมมองเราไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ณเดชน์ เบอร์ 1 แล้ว เคน ธีรเดช หายไปไหนแล้วอ่า เขาก็ไม่ได้ทำผิดกับสังคม ทำไมเขาเงียบไป เพราะเราตามสื่อไง ใครดังก็มุ่งแต่คนนั้น”

รักที่จะอยู่ในวงการบันเทิง ต้องสร้างรากฐานที่มั่นคง “อย่างแรก สร้างรากฐานตัวเองให้มั่นคงกับธุรรกิจ ไม่ไปพึ่งพาเขา เหตุผลเดียวที่ผมเปิดช่องสาระแน ไม่ได้อยากรวย หรืออยากเป็นเจ้าของช่อง แต่ยืมจมูกคนอื่นหายใจไม่ไหวแล้ว เคยขอรายการนี้หน่อยครับ โดนปฏิเสธมา พี่ว่าอันนี้ไม่เวิร์ก แต่ 6 เดือนผ่านไป อ้าว รายการที่เราคิดนี่ อ้าว โดนขโมยแล้ว เนี่ยเกิดขึ้นบ่อยๆ คือหมาจนตรอก หมดความมั่นใจ ระบบนี้วันหนึ่งถ้าผมต้องไปบวชแล้วไม่สึกออกมาอีกแล้ว ผมจะเขียนหนังสือ อยากเป็นดาราใช่ไหม ต้องทำอย่างไร เป็นอย่างไรเปิดให้หมดเลย”

ทุกวันนี้เป็นเจ้าของช่องทางเคเบิ้ลทีวีเอง ผลิตรายการ อาทิ สาระแน รัด ชัด นิวส์ นั่งยางโชว์ ฮาจะเกร็ง ไมค์คู่เอก คุยอย่างเฮีย ฯลฯ ก็ใช่จะง่าย แถมคู่แข่งก็เยอะ มีถึง 200 ช่อง

“เหมือนขึ้นหลังเสือ ลงไม่ได้ ลูกน้องชีวิตของพวกเขาออกจากอกพ่อแม่มาพึ่งเรา ก็เครียดอยู่พอสมควร แต่เราบริหารงานกับลูกน้อง เราก็ไม่แสดงความเครียดนั้นออกมา เราแสดงความมั่นใจ มั่นคง ทางแซทเทิลไลท์ (บริษัท ลักษ์ 666 แซทเทิลไลท์) เราก็ทำมาเป็นปีที่ 3 แล้ว จากขาดทุนมา 2 ปีแรก ปีนี้เริ่มมีกำไรแล้ว ดังนั้นต้องเทกำลังใส่ที่นี่ให้สุด และในระหว่างมีการเปลี่ยนแปลงของทีวีบ้านเรา เราต้องดึงสายตาคนดูให้นานสุด และนานขึ้นเรื่อยๆ อันนี้คือเป้าหมาย คนส่วนใหญ่จะไม่เห็นว่าได้ผลในกรุงเทพฯ แต่ในต่างจังหวัดได้ผลมาก เรียกได้ว่าผมอยู่ในวงการบันเทิงมาไม่เคยดังเท่าตอนนี้ และทุกวันนี้มี 200 ช่อง ผมว่าไม่เยอะนะถ้าคุณเป็นตัวจริง ทุกวันนี้ช่อง 3 เรตติ้ง 700 ช่อง 5 300 ช่อง 7 600 โมเดิร์นไนน์ ทีวี 200 เคเบิ้ลทีวี 3400 เรตติ้งไปอยู่ที่นั่นเยอะ

แต่เผอิญช่อง 3 ได้ 700 ไปเต็มๆ แต่เรตติ้ง 3400 มาหาร 200 ช่องในเคเบิ้ล แต่ใน 200 ช่องที่ได้เรตติ้งสูงก็มีเจ้าใหญ่ไม่กี่เจ้า เช่น แกรมมี่ อาร์เอส มีเดีย คือคุณต้องน่าดูจริงๆ ที่เหลืออยู่เดี๋ยวก็ตายหมด และเดี๋ยวก็มีกฎหมายเข้ามาควบคุมผู้บริโภค และเราก็จริงจังตรงนี้มาก คุยกะหอย (เสนาหอย) ว่าปีนี้จะไม่ทำอะไร ไม่ต้องมาชวนทำนู่นนี่นะ คือจะเทกำลังมาทางนี้”

แม้จะบอกว่าวงการบันเทิงอยู่ยาก ทว่า “วิลลี่ แมคอินทอช” ก็ยังคงอยู่ และอยู่ได้อย่างมีความสุข เพราะสิ่งนี้คืออาชีพที่รัก