ธนกฤต ประชัญคดี “รีสตาร์ท” งานใหม่สู่เป้าหมายความสำเร็จ

วันที่ 04 ก.ค. 2556 เวลา 07:38 น.
ธนกฤต ประชัญคดี “รีสตาร์ท” งานใหม่สู่เป้าหมายความสำเร็จ
โดย...ปอย ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

สตาร์ตเริ่มเรื่องการงานครั้งใหม่อีกครั้ง สอดคล้องกับคำกล่าวว่า ชีวิตของผู้ชายเริ่มต้นอย่างจริงจังก็เมื่ออายุ 40 ปี ธนกฤต ประชัญคดี เอ็มดีบริษัท โอปิโม่ โปรเกรสชั่น ซัพพลาย ให้บริการด้านโลจิสติกส์และความปลอดภัยอย่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานขับรถ กล้องวงจรปิด เรียกว่าครบวงจร แล้วเมื่อบริษัทที่เริ่มต้นบุกเบิกมาตั้งแต่ร่ำเรียนจบปริญญาตรีไปได้สวย จึงตัดสินใจเปิดบริษัทที่สองในชื่อว่า ดี เออีซี คอนซัลแทนท์ (DE AEC Consultant) บริษัททำหน้าที่ให้คำปรึกษาวางแผนกลยุทธ์การตลาด ติดต่อประสานงาน และการดำเนินการธุรกิจ โดยร่วมมือกับทีมงานมืออาชีพจากแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งจากบริษัทภายในประเทศไทยและบริษัทข้ามชาติ เพื่อสร้างการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และตอบสนองความต้องการของคู่ค้าอย่างตรงจุด

DE เป็นภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า เดอ ซึ่งมีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษคำว่า By และในภาษาไทยอ่านว่า ดี มีความหมายเหมือนกับคำอ่านคือ ดี หรือ Good

ธนกฤต แจงรายละเอียดว่า ในเร็วๆ นี้กับการรวมตัวของ 10 ชาติอาเซียน ภูมิภาคนี้กำลังจะมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน เศรษฐกิจในย่านนี้จะมีกลุ่มคู่ค้ามากขึ้น ทั้งอำนาจการต่อรอง การนำเข้าส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรีเป็นเงาตามตัว การเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมารองรับจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และท้าทายมากสำหรับนักธุรกิจหนุ่มที่ยังมีไฟแรงลุกโชน

“เมื่อพูดถึงการค้าอาเซียนในอนาคต ดี เออีซี คอนซัลแทนท์ จะเป็นบริษัทแรกๆ เลยนะครับ ที่มีการวางแผนรับมือในเรื่องเออีซีไว้เป็นอย่างดี โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญระดับผู้บริหารในสาขาต่างๆ โดยบริษัทจะทำทั้งเป็นที่ปรึกษาทางด้านการลงทุน และรับดำเนินการประสานงานให้การเจรจาธุรกิจ ผมขอใช้คำว่าตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ดี เออีซี คอนซัลแทนท์ จะเป็นเซ็นเตอร์คอยรับจิ๊กซอว์เชื่อมต่อธุรกิจหลากหลายสาขาเลยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักธุรกิจจากเวียดนามต้องการเปิดตัวสินค้าในรูปแบบงานอีเวนต์ ผมก็จะรับเป็นคนกลางทำหน้าที่ประสานให้กับบริษัทชั้นเยี่ยมของไทยที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้

ถ้าใครต้องการเรือขนส่งขนาดใหญ่ๆ เครื่องบินเจ็ต เฮลิคอปเตอร์ ผมก็จะเป็นคนกลางติดต่อประสานให้เกิดการซื้อขายได้รวดเร็ว หรือในด้านการท่องเที่ยวก็มีการจัดแพ็กเกจโรงแรม 6 ดาวให้ ซึ่งเวลานี้เศรษฐีสิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม ก็ให้ความสนใจในเรื่องคลินิกความงามศัลยกรรมในบ้านเรามากเลยครับ บริษัทเราก็จะเป็นคนกลางจัดแพ็กเกจให้ทั้งโรงพยาบาลคลินิกในระดับไฮเอนด์ รวมไปถึงการท่องเที่ยวก็จะจัดรีสอร์ตหรูๆ ให้พักด้วยนะครับ” ธนกฤต อธิบายรูปแบบธุรกิจในมือเวลานี้

ความเชี่ยวชาญในธุรกิจใหม่ ธนกฤต บอกเล่าเพิ่มเติมว่า ได้นำประสบการณ์ที่ถ้าบอกว่าสะสมมายาวนานก็ว่าได้ จากการทำงานที่เขามีโอกาสทำหลากหลายอย่าง เช่น เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทที่ไปลงทุนในต่างประเทศ แล้วก็ถือเป็นความโชคดีอีกอย่างที่เกิดมาในครอบครัวข้าราชการเก่าแก่ตระกูลประชัญคดี จึงได้รับความไว้วางใจให้รับหน้าที่ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร และยังได้เป็นที่ปรึกษาเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

“การทำงานหลายๆ อย่าง ไม่ยุ่งยากเลยครับ ตอนนี้ก็วางตารางงานคร่าวๆ ว่าวันหนึ่ง 2 บริษัท ก็แบ่งเวลาเช้าบ่าย ช่วงเช้าวันอังคารก็มีการประชุมที่เฮดออฟฟิศที่สุขุมวิท และในแต่ละเดือนก็จะมีการประชุมกำหนด KPI คือ พิจารณาว่าแต่ละแผนกทำงานตรงตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งการทำงานหลายๆ ออฟฟิศ การอัพเดทข้อมูลผ่านกรุ๊ปทางไลน์ก็จะช่วยผมได้มากเลยครับ อย่างเช่นเรื่องการประชุม เลขาก็จะไลน์มาเตือนทั้งการประชุมวันอังคาร และวันพุธผมต้องไปประชุมที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การได้คลุกคลีทำงานการเมือง ผมก็ได้มอตโต้ใหม่ๆ ครับว่า ‘การเมืองไม่ยั่งยืนถาวร เพราะฉะนั้นเมื่อเราจากไปต้องให้ประชาชนคิดถึงเรา’ ผมเห็นด้วยเลยครับ เพราะวันนี้ยังมีคนไทยเราที่เดือดร้อนอีกมากมาย

ผมเน้นการทำงานเป็นทีม ผมบอกลูกน้องเสมอว่าถ้าเขาพลาดก็หมายถึงผมพลาดด้วย จึงทำให้เขามีความระมัดระวังในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะทีมขายที่ต้องมีการอนุมัติเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็จะมีการรายงานผมตลอดเวลา แล้วด้วยคำพูดนี้ทำให้เขารู้สึกว่านายไม่ทิ้งลูกน้องอีกด้วยนะครับ พนักงานก็จะรู้สึกแฮปปี้ในการทำงานมากขึ้น

สไตล์การทำงานของผมไม่ใช่ผู้ชายบ้างานเลยครับ กำหนดเวลา 9 โมงเช้า5 โมงเย็น จากนั้นคือเวลาพักผ่อน ผมเป็น Single Dad (บอกพร้อมรอยยิ้ม) ผมเลี้ยงลูกเองมาตลอด ตอนนี้ผมให้เวลางาน 4 วัน อีก 3 วัน ศุกร์เสาร์อาทิตย์ จะเป็นเวลาที่ผมให้ลูกชายหญิง 2 คนในวัยพรีทีน ผมชอบตีกอล์ฟก็จะพาเขาไปตีกอล์ฟด้วยกันครับ หรือถ้าปิดเทอมก็พาลูกๆ ไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งในตอนนั้นโทรศัพท์ก็จะวางไม่ได้เลย ลูกน้องครับ (หัวเราะ) แทบทุกคนในบริษัทจะโทรเข้ามาตลอดเวลาเลย” ธนกฤต บอกทิ้งท้ายในบุคลิกคุณพ่อนักธุรกิจ