7 บทเรียนชีวิตผู้นำจาก โชค บูลกุล (จบ)

  • วันที่ 24 มิ.ย. 2556 เวลา 16:20 น.

7 บทเรียนชีวิตผู้นำจาก โชค บูลกุล (จบ)

โดย รศ. ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อต้นเดือน มิ.ย.นี้ คุณโชค บูลกุล CEO ของฟาร์มโชคชัยกรุ๊ป ได้หิ้วกีตาร์มาบรรยายและพูดคุยกับนิสิต MBA ของศศินทร์ ในเรื่องของการพัฒนาภาวะผู้นำ โดยคุณโชคได้เปิดโอกาสให้นิสิตศศินทร์ได้ซักถามข้อข้องใจอย่างเต็มที่ ประหนึ่งว่าท่านกำลังทำตัวเป็น “โค้ช” ให้นิสิตของเรากระนั้น นิสิตของเราได้เรียนรู้บทเรียนการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพจากประสบการณ์จริงของคุณโชค นักธุรกิจที่เชื่อในการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทดลองทำด้วยตนเองมากกว่านั่งอ่านตำรา หรือฟังเลกเชอร์ในห้องเรียน สัปดาห์ก่อนผู้เขียนได้นำเสนอแนวคิดเรื่องการสร้างแบรนด์ของตนเอง (Personal Branding) การมีวินัยและการแสวงหาความรู้จากประสบการณ์โดยตรงไปแล้ว คราวนี้โปรดติดตามกันต่อเลยว่าคุณโชคได้แบ่งปันความรู้กับนิสิตศศินทร์ในเรื่องอะไรบ้าง

การบริหารคน คือ การทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีคุณค่า วิธีการทำงานของคุณโชคในฐานะผู้นำ คือต้องทำงานเป็นทีม ผู้นำต้องร่วมทุกข์ร่วมสุข ล่มหัวจมท้ายกับลูกน้อง ต้องทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าหน้าที่งานของเขามีความหมาย สนุก น่าสนใจ และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร แม้ว่าตำแหน่งของเขาอาจเป็นแค่พนักงานรีดนมวัว ซึ่งในอดีตก่อนที่ฟาร์มโชคชัยจะพัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้ (Edutainment Center) เช่นในปัจจุบัน พนักงานรีดนมวัวจะตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น งัวเงียลุกจากที่นอนแบบหัวเป็นกระเซิง เข้าไปรีดนมวัวในความมืดสลัว ไม่มีใครเห็นพวกเขานอกจากคนทำงานด้วยกันที่สภาพหน้าตาก็ไม่ต่างกันมากนัก จึงไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้สวยงามแต่ประการใด แต่เมื่อฟาร์มโชคชัยกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทัศนศึกษา บทบาทหน้าที่งานก็เปลี่ยนไป พนักงานรีดนมกลายเป็น “นักแสดง” คนหนึ่งที่ต้องสาธิตการรีดนมวัวให้ผู้มาเยี่ยมชมได้ดู งานของเขาก็ดูมีสีสันมีความหมายมากขึ้น เช้าขึ้นมาก็ลุกขึ้นอาบน้ำล้างหน้า แต่งหน้า ทำผมให้สวยเพราะมีคนมาดู นี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่คุณโชคยกมาอรรถาธิบายว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้พนักงานรู้สึกสนุกกับงานมากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ากับองค์กรมากขึ้น

นอกจากพนักงานที่มีการปรับลุคตัวเองให้หล่อให้สวยมากขึ้นแล้ว แม้กระทั่งวัวก็ยังได้รับการขัดสีฉวีวรรณให้สะอาดสวยงามน่ารัก กลายเป็น “นายแบบและนางแบบวัว” ด้วย เพราะการสาธิตการรีดนมวัวก็ต้องแสดงในลานที่สะอาดไม่เหม็น วัวก็ต้องสะอาดไม่ขะมุกขะมอม และผลพลอยได้จากการที่ฟาร์มมีวัวที่ดูสวยงามทำให้ชาวไทย และชาวต่างประเทศสนใจมาดูกิจการการบริหารฟาร์ม มีการสั่งซื้อวัวพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จากฟาร์มมากขึ้นเพราะมั่นใจในคุณภาพของปศุสัตว์

เป็นผู้นำและ HR ต้องฟังเสียงพนักงาน คุณโชคเน้นเรื่องของการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้นำกับพนักงาน และความสัมพันธ์ระหว่างแผนก HR กับพนักงาน ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเพราะการฟังถือเป็นทักษะที่สำคัญของผู้บริหารทุกระดับและทุกแผนก เพราะถ้าไม่สนใจอยากฟังว่าลูกน้องมีความคิดอย่างไรต่องานและต่อองค์กร มีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง มีความคับข้องใจในเรื่องใด ผู้นำและ HR จะไม่มีวันทราบเลยว่าเหตุใดลูกน้องจึงอยากจากองค์กรไป ไม่มีวันได้ฟังข้อเสนอแนะดีๆ จากผู้ที่อยู่หน้างานจริง คุณโชคเล่าว่า “ผมยิ้มให้พนักงานระดับล่างมากกว่ายิ้มให้ผู้บริหาร” เพราะพนักงานระดับล่างเป็นกลุ่มคนที่คุณโชคให้ความสำคัญเสมอมา

กล้าท้าทายแบบคำนวณไว้แล้ว มีประเด็นเรื่องนี้ที่ผู้เขียน “สกัด” ออกมาเองจากการฟังการสนทนาโต้ตอบระหว่างคุณโชคกับนิสิต แม้ว่าคุณโชคจะไม่พูดประโยคนี้ออกมาตรงๆ แต่เมื่อฟังคุณโชคพูดในภาพรวมจะรู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณของคุณโชค คือ “นักผจญภัย” ที่ชอบทดลองในสิ่งใหม่ๆ ชอบความท้าทาย ไม่ชอบทำอะไรตามกฎเกณฑ์ตามกรอบ ทั้งนี้มิได้หมายความว่าเป็นคนไม่มีระเบียบนะคะ คนที่ไม่ชอบทำอะไรตามกฎเกณฑ์ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนไม่มีระเบียบ หรือขวางโลก แต่เป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ต้องพิสูจน์ทราบและทดลองด้วยตนเอง และก็ไม่ได้กล้าอย่างบ้าบิ่นขาดความระมัดระวังอันสมควร ท่านพูดเสมอว่าในเรื่องของการบริหารธุรกิจนั้น ท่านชอบเริ่มจากโครงการเล็กๆ ก่อน พอมั่นคงจนมั่นใจแล้วค่อยขยายต่อ กระนั้นก็ตามที คุณโชคไม่ชอบผลิตสินค้าหรือให้บริการแบบมากๆ ทำนองสินค้า “mass” (คือมวลรวมสูง) แต่ชอบให้มีคุณภาพดีจำนวนน้อยจนลูกค้าต้องถามหา ท่านชอบสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดก่อน ใครอยากจำเอาสูตรนี้ไปใช้คุณโชคคงไม่หวงห้าม

ธุรกิจคือเกมส์ กล้าได้...ก็ต้องกล้าเสีย มีคำถามสุดท้ายจากนิสิตคนหนึ่งว่า หากดำเนินธุรกิจแล้วประสบปัญหาหรือพบวิกฤต ทำอย่างไรจิตใจจึงไม่ท้อถอย? คุณโชคตอบว่าไม่เคยท้อถอยเวลาบริหารธุรกิจ เพราะคิดเสียว่าธุรกิจก็คือ “เกมส์” เหมือนกับการเล่นเกมส์ เล่นกีฬา ไม่มีใครชนะหรือสมหวังทุกครั้งไป มีแพ้ก็ต้องมีชนะ อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรประมาท ควรใช้ความระมัดระวังรอบคอบในการทำงาน CEO ท่านอื่นๆ ที่ใครๆ มองว่าเป็นคนกล้าเสี่ยง ผาดโผน อย่างคุณวิลเลียม ไฮเนคกี CEO เจ้าของกลุ่ม เดอะ ไมเนอร์ ก็เคยให้คำตอบทำนองนี้แก่ผู้เขียนเมื่อเข้าสัมภาษณ์ท่านเช่นกัน แม้ว่าคุณบิลล์จะชอบขับรถแข่ง ชอบขับเครื่องบิน แต่คุณบิลล์บอกว่าผมใช้ความระมัดระวังทุกครั้งเพราะผมต้องดูแลชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง เรื่องที่จะเสี่ยงอย่างไม่คิดน่ะไม่ใช่แน่

ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการธุรกิจมากว่า 20 ปีแล้ว สูตรบริหารของคุณโชคในปีนี้รสชาติแซ่บขึ้นๆ เรื่อย จริงไหมคะ ?

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ