นอนไม่หลับหลับผิดปกติ อันตรายถึงชีวิต

วันที่ 08 มิ.ย. 2556 เวลา 07:54 น.
นอนไม่หลับหลับผิดปกติ อันตรายถึงชีวิต
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

คนเรานี้ช่างเปราะบาง นอนไม่หลับมากๆ ตายเอาได้ง่ายๆ

เชื่อหรือไม่? การนอนหลับต้องหลับอย่างมีคุณภาพ... ถ้าไม่มีคุณภาพ อันตรายถึงชีวิต

อาการนอนไม่หลับ เรียกตามภาษาทางวิชาการคือ Insomnia กล่าวโดยง่าย หมายถึงจำพวกนอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ สะดุ้งโหยง ตื่นมาแล้วรู้สึกนอนไม่อิ่ม อ่อนเพลีย เผละผละตลอดทั้งวัน

ปัญหาการนอนไม่หลับ เกิดขึ้นประมาณ 3040% ของประชากร ในจำนวนนี้มี 10% ที่เรื้อรัง

อาการนอนไม่หลับ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ หนึ่งคือ นอนไม่หลับเป็นบางครั้ง (Transient Insomnia) อีกหนึ่งคือ นอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia)

สาเหตุของการนอนไม่หลับเป็นบางครั้ง เกี่ยวพันกับอารมณ์และความเครียด บ้างเชื่อมโยงกับการเจ็บป่วยทางกาย หรือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม

สำหรับการนอนไม่หลับเรื้อรัง คือการนอนไม่หลับแม้ว่าเหตุข้างต้นจะเกิดหรือไม่เกิดก็ตาม ส่งผลกระทบต่อการแสดงออกทางจิตใจ เรียกว่า Psychophysiological Insomnia

เบื้องต้นผู้ป่วยจะมีความกังวลหรือครุ่นคิดตลอดเวลาว่าคืนนี้จะนอนหลับได้หรือไม่ ยิ่งเวลานอนใกล้เข้ามาก็จะยิ่งกลัวและหวาดวิตกเกี่ยวกับการนอนมากขึ้น เมื่อเข้านอนก็มีความพยายามอย่างมากที่จะนอนหลับให้ได้ ทำให้มีภาวะ HyperArousal ซึ่งทำให้ความสามารถที่จะนอนหลับลดลง

“ทุกคนจำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงความสำคัญของการนอนหลับให้สนิท และต้องเข้าใจว่าการนอนหลับมีความสำคัญเหลือเกินต่อสุขภาพของคนเรา” วิลเลี่ยม เดอเมนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด บอกไว้เช่นนี้

ความต้องการในการนอนหลับของคนมีไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับอายุ ทารกต้องนอนละวันละ 16 ชั่วโมง วัยรุ่นต้องการวันละ 9 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ต้องการวันละ 78 ชั่วโมง แต่บางคนอาจจะต้องการนอนน้อยเหลือเพียงวันละ 5 ชั่วโมง

สัญญาณเตือนที่ทำให้ทราบได้ว่านอนไม่พออาจสังเกตได้จากอาการต่างๆ ได้แก่ อาการง่วงซึมตลอดทั้งวัน อารมณ์แกว่งโกรธง่ายโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอกับครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงาน หลับภายใน 5 นาทีหลังจากนอน และอาจจะหลับขณะตื่นโดยที่ไม่รู้ตัว หรือเข้าทำนองหลับใน

อาการนอนไม่หลับ คือหนึ่งในอาการของ “การนอนหลับผิดปกติ” นอกจากนี้ยังรวมถึงการนอนกรน ภาวะหยุดหายใจ

หากไม่ได้รับการรักษาอาการดังกล่าวสามารถพัฒนาไปสู่โรคอื่นๆ

ข้อมูลประเทศไทย พบว่า เพศชายราว 60% มีอาการนอนกรน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคน ส่วนเพศหญิงมีประมาณ 30% ส่วนมากอยู่ในวัยหมดประจำเดือน

แม้ว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับจะมีมากมาย แต่โรคที่พบเห็นได้บ่อยครั้งคือ “โรคนอนหยุดหายใจแบบอุดกั้น” ซึ่งพบประมาณ 11.4% โดยมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ระหว่างการนอนหลับ เป็นอาการผิดปกติที่เกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจระหว่างหลับ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหายใจและพัฒนาเป็นโรคอื่นๆ ที่รุนแรงหรืออันตรายถึงชีวิต

แนวทางแก้ไข 1.พยายามเข้านอนเวลาเดียวกันทุกคืน และตื่นในเวลาเดียวกันทุกเช้า 2.หลีกเลี่ยงกาเฟอีน นิโคติน และแอลกอฮอล์ 3.ออกกำลังกายเป็นประจำ 4.อย่ารับประทานอาหารมื้อใหญ่ก่อนเข้านอน 5.ปรับปรุงห้องนอนให้ชวนนอน

6.ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายก่อนเข้านอน 7.หลีกเลี่ยงการใช้เตียงเพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากการนอนหลับและเซ็กซ์ 8.ถ้าคุณนอนไม่หลับไม่รู้สึกง่วง อย่าเสียเวลานอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือหรือทำอย่างอื่นที่ไม่ต้องใช้แรงงานมากนัก จนกว่าคุณจะเริ่มตาปรือ 9.ลดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องโน้นเรื่องนี้ 10.หากมีอาการหลับผิดปกติ ให้พบแพทย์เพื่อรักษา เช่น ยา ผ่าตัด ฯลฯ