ส่องคุณค่านครศรีธรรมราช ผ่านพิพิธภัณฑ์

วันที่ 03 มี.ค. 2556 เวลา 08:49 น.
ส่องคุณค่านครศรีธรรมราช ผ่านพิพิธภัณฑ์
นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี)

โดย...องค์ชายห้า

นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี) ในอดีตนั้นมีชื่อเรียกดินแดนแถบนี้หลายชื่อด้วยกัน ในคัมภีร์มหานิเทศของอินเดีย ที่เขียนขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 78 เรียกว่า “ตามพรลิงก์” ส่วนบันทึกโบราณของเมืองจีนเรียกว่า “เซี้ยะ-โท้ว (ถู-กวั่ว)”, “รักตะมฤติกา” (จารึกภาษาสันสกฤต) ซึ่งล้วนหมายถึง “ดินแดนที่มีดินสีแดง”

ด้านตะวันตกนิยมเรียกกันมาจนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ว่า “ลิกอร์” สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นเป็นผู้เรียกก่อน โดยเพี้ยนมาจากคำว่า “นคร”

ส่วนชื่อ “นครศรีธรรมราช” มาจากพระนามของกษัตริย์ผู้ครองนครในอดีต ทรงมีพระนามว่า “พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช” (ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช) มีความหมายว่า “นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม” หรือ “เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่”

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองนครศรีธรรมราชมีฐานะเป็นเมืองชั้นเอก คู่กับเมืองพิษณุโลก มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าพระยาเป็นเจ้าเมือง มีบรรดาศักดิ์ตามพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหารหัวเมืองว่า เจ้าพระยาศรีธรรมราชชาติเดโชไชยมไหยสุริยาธิบดีอภัยพิรียบรากรมภาหุ ซึ่งถึงวันนี้แล้วนครศรีธรรมราชนั้นมีอายุอานามกว่า 1,000 ปีมาแล้ว และมีเรื่องราวในประวัติศาสตร์อันคุณค่าที่น่าบันทึกและจดจำมากมาย

ส่องคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ผ่านพิพิธภัณฑ์

การจะค้นหาประวัติความเป็นมาของ จ.นครศรีธรรมราช ให้ครบถ้วนนั้น อาจต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่ถ้าเราเข้าไปสัมผัสประวัติศาสตร์ผ่านพิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราชแล้วล่ะก็ เราจะลึกซึ้งกับจังหวัดนี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว

พิพิธภัณฑ์นครศรีธรรมราชนั้น ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยดีเด่น ประจำปี 2551 Thailand Tourism Awards 2008 เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2551

พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราชแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาคารวีรไทย ในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดแสดงเกี่ยวกับเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคปัจจุบัน ความรู้เรื่องชื่อเมือง ตรา 12 นักษัตร (ตราประจำเมือง) การตั้งถิ่นฐานของผู้คน การรับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมจากต่างแดน ความสำคัญของนครฯ ในฐานะเมืองท่า ประวัติสังเขปของบุคคลสำคัญเมืองนครศรีธรรมราชเรื่องราวทางศาสนา เช่น ศาสนสถานต่างๆ เรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี การละเล่น เหตุการณ์สำคัญของชาวเมืองนครศรีธรรมราชและนิทรรศการหมุนเวียน

อาคารวีรไทยจัดแสดงแบ่งเป็น 2 ชั้น เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะมีโต๊ะทราย แสดงภูมิประเทศเมืองนครศรีธรรมราช ถัดไปเป็นจอกลมสำหรับชมวีดิทัศน์ ประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช ด้านขวาและด้านซ้ายจะมีภาพปูชนียบุคคล ผู้ร่วมสร้างบ้านแปลงเมือง ทั้งกษัตริย์ นักปกครอง พระภิกษุ ผู้นำทางศาสนา เพื่อระลึกถึงบุญคุณ ที่มานะพยายามทำความรุ่งเรืองให้แก่บ้านเมืองนี้ ชั้นล่างจัดแสดงประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราชตามหลักฐานที่ค้นพบในที่ต่างๆ ตั้งแต่สมัยยุคหิน แสดงแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ใน จ.นครศรีธรรมราช ด้วยแผนที่และรูปกราฟฟิกโบราณวัตถุ นอกจากนั้นจัดเป็นบอร์ดแสดงประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ตั้งแต่การตั้งถิ่นฐาน ร่องรอยของชุมชนเมืองโบราณ ชื่อเมืองนครศรีธรรมราชในอดีตสถานีการค้าแห่งคาบสมุทรมลายู จนกระทั่งถึงนครศรีธรรมราชสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ส่วนชั้นบนของอาคารวีรไทยเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับศาสนาโดยเน้นวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร แนะนำสถานที่สำคัญภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ประเพณีสำคัญคู่วัดพระมหาธาตุ ตำนานการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์และนำเสนอองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมพระบรมธาตุ ด้วยสื่อ MagicVision เพียงกดปุ่มด้านหน้า ภาพและเสียงก็จะปรากฏบรรยาย ให้ความรู้ได้น่าสนใจอย่างยิ่ง อีกด้านหนึ่งจะมีนิทรรศการศาสนาอื่นในเมืองนครศรีธรรมราชมีศาสนาอิสลามและศาสนาพราหมณ์ ให้เห็นถึงความหลากหลายที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

ตามพรลิงก์ ท่าการค้าสำคัญในคาบสมุทร

หลังจากออกจากอาคารวีรไทยจะไปยังอาคารเทิดไท้ราชินี ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น โถงทางเข้าชั้นล่างจัดจำลองเหมือนผู้ชมนั่งอยู่ภายในเรือสมุทรโบราณและกำลังนำผู้ชมล่องเรือย้อนอดีตผ่านเมืองท่าต่างๆ ไปยังเมืองตามพรลิงก์เมืองท่าค้าขายทางทะเลที่สำคัญของคาบสมุทรไทยช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 การนำเสนอใช้สื่อผสม Animation และวีดิทัศน์เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ ด้วยการนั่งเรือ ซึ่งจะโยกโคลงเหมือนโดนคลื่นในระหว่างการเดินทาง

นอกจากนี้ เมืองนครศรีธรรมราชในอดีตจัดแสดงหุ่นลอยตัวแสดงการติดต่อซื้อขายทั้งสินค้า เครื่องเทศของเมืองตามพรลิงก์ และสินค้าเข้าโดยสื่อ Magic Vision แสดงสมมติให้เป็นนักเดินเรือชาวจีนโบราณออกมาเล่าสิ่งที่เขาพบเห็นในเมืองนครศรีธรรมราช โดยอ้างอิงหลักฐานบันทึกของ หวังต้าหยวน และ เจาจูกัว นักเดินทางชาวจีน

ผ่านท่าเรือติดต่อซื้อขายเข้าเขตนครศรีธรรมราช ศูนย์กลางทางศาสนา จัดแสดงด้วยสื่อวีดิทัศน์จอกลมอยู่ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ บรรยายถึงความเชื่อดั้งเดิม จนกระทั่งมีศาสนาต่างๆ เข้ามา ทั้งพราหมณ์ พุทธ อิสลาม คริสต์ เน้นประเด็นที่แม้ต่างศาสนาแต่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขร่มเย็น ถัดจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไป มีการจัดแสดงพัฒนาการเมืองนครศรีธรรมราชกับเงินนโม หลักฐานที่ยืนยันความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของนครศรีธรรมราชในอดีต การจัดแสดงบริเวณภูมิศาสตร์ กับวิถีชีวิต การแสดงมรดกวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน มีมโนราห์ หนังตะลุง ลิเกป่า เพลงบอก อีกด้วย

ตะลุมพุก การสูญเสียที่น่าจดจำ

ชั้น 2 ของอาคารเทิดไท้ราชินีจัดแสดงเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง คือเหตุการณ์ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่นครศรีธรรมราช 8 ธ.ค. 2484 และเหตุการณ์วาตภัยแหลมตะลุมพุก เมื่อ พ.ศ. 2505 ณ จุดนี้นำเสนอโดยจัดที่นั่งชมให้ผู้ชมได้ระลึกเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงที่สร้างความสูญเสียแก่เมืองนครศรีธรรมราชเป็นอย่างมาก โดยนำเสนอด้วยวีดิทัศน์จอยักษ์ประกอบหุ่นจำลองแสดงภูมิประเทศแหลมตะลุมพุก ก่อนเกิดวาตภัยและพลิกเป็นสภาพความหายนะโดยใช้เทคนิคสายลม ละอองฝน และฟ้าแลบ เสริมบรรยากาศตามบทบรรยายทำให้ผู้ชมได้สัมผัสเกิดจินตนาการตาม รับรู้เรื่องราวได้อย่างชัดเจน จบด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและทรงปัดเป่าความทุกข์ยากของราษฎรชาวแหลมตะลุมพุก และเหตุการณ์แห่งการก่อกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์

พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราชจึงเป็นปฐมบทอันสำคัญที่ให้เราได้รับรู้เรื่องราวอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งเมืองตามพรลิงก์ได้อย่างเต็มตาเต็มใจกันเลยทีเดียว

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00-17.00 น.