วรอัศว์ ฉัตรวัฒนลักษณ์ มั่นใจในความเรียบง่าย

  • วันที่ 23 ม.ค. 2556 เวลา 09:13 น.

วรอัศว์ ฉัตรวัฒนลักษณ์ มั่นใจในความเรียบง่าย

โดย...ปอย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

นักธุรกิจยังบลัดมาดนิ่ม บุคลิกเรียบร้อย วรอัศว์ ฉัตรวัฒนลักษณ์ เล่าให้ฟังถึงหน้าที่การงานที่รับผิดชอบมากมายถึง 6 บริษัท และหลากหลายธุรกิจตั้งแต่วงการบิวตี้ เฌอแตมรีเทล บริษัทค้าปลีกเครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งจากยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลี มี 4 สาขากระจายตามช็อปปิ้งมอลล์ และวางแผนจะขยายสาขาเพิ่มเติมให้เป็น 20 สาขา ภายในสองปีข้างหน้า นอกจากเป็นเจ้าของธุรกิจรีเทลในวงการเครื่องสำอาง อีกบริษัทในวงการบิวตี้คือ สไปก้า คอสเมติก (ไทยแลนด์) ผลิตเครื่องสำอาง 2 ยี่ห้อ คือ เนทัส (Natus) เคียว (Qure) และยังรับผลิตเครื่องสำอางพรีเมียมแบบครบวงจร ทั้งการวิจัยพัฒนาสูตรให้คำปรึกษาแนวทางการทำธุรกิจ ไปถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์อีกด้วยอย่างครบวงจร

และด้วยความเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่รักสัตว์ จึงใช้นิกเนมของตัวเองเป็นชื่อกิจการ “ฟาร์มปลาคุณแชมป์” เพาะพันธุ์ปลากระเบนน้ำจืดจากอเมริกาใต้ระดับต้นๆ ของประเทศไทย ด้วยมาตรฐานการเพาะพันธุ์ระดับสากล

บริษัทอันดับที่ 4 แอ็กชัน มังกี รับสร้างสรรค์อีเวนต์ต่างๆ และแน่นอนว่าด้วยความกว้างขวางทางธุรกิจ การเป็นเจ้าของร้านอาหาร เฟลโล่ บิสโทร แอนด์ บาร์ เน้นคุณภาพของรสชาติอาหารไทยฟิวชัน จึงเป็นธุรกิจที่น่าเข้ามาลองชิมลาง และบริษัทอันดับที่ 6 ห้างทองคุณฮั้ว (หล่อ) เป็นกิจการค้าส่งทองคำและจิวเวลรี งานนี้เป็นการสานต่อกิจการของครอบครัวในฐานะลูกชายคนโตที่เป็นแรงผลักดันให้เขาเลือกรับผิดชอบด้วยงานหลากหลาย

“กิจการทั้งหมดเป็นกิจการที่ผมก่อตั้งขึ้นมาด้วยตัวเองครับ ในช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ยกเว้นห้างทองคุณฮั้ว (หล่อ) ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวทางคุณแม่ ซึ่งผมได้เข้ามาช่วยบริหารและพัฒนาธุรกิจให้ โดยสมัยรุ่นบุกเบิกไม่มีชื่อแบรนด์ เพราะเป็นการขายส่งเพชรและอัญมณีทุกชนิด และในตอนนี้คุณแม่ผมเกษียณไปจากวงการนี้แล้ว

ผมในฐานะที่เป็นลูกชายคนโตจึงอยากเข้ามาช่วยสืบทอดธุรกิจ เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ และไปเรียนคอร์สสั้นๆ จนได้ประกาศนียบัตรที่สถาบันอัญมณีศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเริ่มต้นธุรกิจร้านจิวเวลรีชื่อ “เพชร บาย คุณแชมป์” เป็นการค้าส่งและค้าปลีกเพชรเต็มรูปแบบครับ ในเร็วๆ นี้ก็จะสตาร์ตธุรกิจนี้เป็นธุรกิจไลน์ที่สาม นอกจากฟาร์มปลากระเบนน้ำจืดและค้าปลีกเครื่องสำอาง

ส่วนการทำบริษัทเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ผมเลือกธุรกิจนี้เพราะเราเป็นผู้ใช้ก่อนครับ ผมบำรุงผิวพรรณมาตั้งแต่เด็ก แล้วนโยบายในการทำธุรกิจนี้ก็คือ เราเลือกใช้สกินแคร์ทุกตัวที่เราผลิตขึ้น แม้ว่าผมจะใช้มอยส์เจอไรเซอร์ของลาแมร์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว (บอกพร้อมรอยยิ้ม) แต่เวลานี้ผมก็จะใช้ครีมเนทัส ซึ่งเป็นยี่ห้อของเราด้วยครับ” วรอัศว์ เริ่มต้นสนทนาโดยคุยกันในเรื่องหน้าที่การงานเป็นอันดับแรก

ธุรกิจความงามเป็นเรื่องที่ท้าทายในภาวะการแข่งขันสูง วรอัศว์ กล่าวว่า เวลานี้นอกจากเครื่องสำอางฝั่งอเมริกา ยุโรป ที่เน้นคุณภาพพรีเมียมทำให้ผู้ใช้เชื่อมั่นในแบรนด์ จึงขายดีสม่ำเสมอแล้ว เครื่องสำอางเกาหลีก็ยังมาแรงไม่แผ่วในกลุ่มผู้ซื้อระดับกลาง และล่าสุดเครื่องสำอางจากไต้หวันก็น่าจับตามองมาก

“ในคุณภาพเท่าๆ กัน แต่ไต้หวันทำราคาถูกกว่า ทำให้คนหันมาใช้กันเยอะขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมแนะนำใครไปเที่ยวไต้หวันลองเลือกใช้เครื่องสำอางของเขาแล้วไม่ผิดหวังครับ แต่ถ้าไม่ได้ไปเที่ยวถึงที่นั่นก็ลองมาซื้อที่เฌอแตมรีเทล ผมนำเข้ามาหลายยี่ห้อเลยนะครับ” วรอัศว์ บอกพลางหัวเราะแก้เขินกับการชักชวนประโยคสุดท้าย และบอกสไตล์การแต่งกายในสไตล์ผู้บริหารรุ่นใหม่

“ผมเลือกที่จะไม่อินเทรนด์นะครับ ถ้าแฟชั่นสไตล์นั้นไม่เหมาะสมกับเรา ผมไม่เหมาะกับการสวมหมวก หมวกหูแมวสไตล์เกาหลีที่เพิ่งอินกันไปเมื่อเร็วๆ นี้ ก็เลยเป็นแฟชั่นที่ไม่ให้ความสนใจเลย ถ้าเป็นเรื่องเสื้อผ้าผมไม่ได้เน้นยี่ห้ออะไรมากนัก แต่ก็จะเลือกในแบรนด์ที่เหมาะกับเรามากกว่า ส่วนใหญ่ผมชอบใส่เสื้อยืดเพราะผมเป็นคนสบายๆ แล้วเราเป็นเจ้าของบริษัทเมื่อเข้าออฟฟิศจึงตามใจตัวเองได้นะครับ ก็เลือกสไตล์ที่เราชอบ สะดวกสบายกับการแต่งตัวได้

ถึงแม้ว่าผมจะเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายเป็นหลัก แต่ในวันทำงานผมไม่เคยใส่กางเกงขาสั้นเข้าออฟฟิศเลยนะครับ เพราะเราต้องทำงานกับลูกน้องหลายๆ คน จึงต้องมีการจำกัดรูปแบบการแต่งกายด้วย เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกน้อง คงไม่ดีนะครับถ้าในออฟฟิศมีคนใส่ขาสั้นเดินกันเต็มไปหมด นอกจากเสื้อยืดโปโลมีคอปกรูปทรงตรงที่ดูเหมาะสำหรับผู้ชาย ผมก็จะเลือกเชิ้ตในวันที่ต้องเป็นทางการขึ้นมาครับ เฟรด เพอรรี คือเเบรนด์ที่มีแพตเทิร์นเรียบๆ ง่ายๆ แบบสตรีตไม่เป็นทางการนัก แต่ก็มีลุคในสไตล์อังกฤษ รูปทรงพอดีกับสรีระของผมมาก คือไหล่ไม่ตกและแขนพอดีตัว เชิ้ตทางการๆ จ๋าๆ ผมก็ไม่ใส่นะครับเพราะจะดูสูงวัยเกินไป หรือเสื้อแปลกคอจีนอะไรแบบนั้นผมก็คิดว่าไม่เหมาะกับวัยผมนะครับ

ส่วนแอกเซสซอรี เช่น กระเป๋า นาฬิกา การเลือกของแต่งตัวที่ส่วนใหญ่ผมเน้นแบรนด์เนมไว้ก่อน เพราะผมมองในมุมที่ว่าความมียี่ห้อ เราได้ทั้งใช้งานและเมื่อเราต้องการเปลี่ยนมูลค่าของชิ้นนั้นเป็นเงินก็ทำได้ไม่ยาก ดีกว่าใช้แล้วก็ทิ้งเปล่านะครับ แล้วบางชิ้นก็กลายเป็นของสะสมที่บ่งบอกบุคลิกของเราก็ได้อีกด้วย” วรอัศว์ กล่าว

ซึ่งนี่ก็คืองานอดิเรกอย่างหนึ่งของหนุ่มน้อยนักธุรกิจมาดนิ่มคนนี้อีกด้วย วรอัศว์ สะสมทั้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมและสะสมนาฬิกา ส่วนมากจะเป็น Patek Philippe, Panerai, Rolex และ Audemars Piguet

“แอกเซสซอรีค่อนข้างเยอะ และหลายแบบหลายสไตล์ตามการแต่งตัวที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน เพราะผมเป็นคนชอบการแต่งตัว แต่คงไม่ใช่แฟชั่นนิสตาอะไรนะครับ เพราะเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองดีกว่า กระเป๋าทุกใบจึงเน้นซูเปอร์แบรนด์ทั้งกุชชี่ ซึ่งใบล่าสุดหยิบมาใช้ได้ทั้งวันทำงานไปดูฟาร์มปลา และในวันไปท่องเที่ยวไหว้พระต่างจังหวัดก็ใช้กระเป๋าใบเดียวกันนี้ได้เลยครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสุดยอดของการดีไซน์อย่างหนึ่งนะครับกับการออกแบบกระเป๋า 1 ใบ แต่ใช้ได้หลากหลายกาลเทศะ

ส่วนแบรนด์ที่ผมกำลังโปรดปรานมากในเวลานี้คือ บอตเตกา เวเนตา ที่คอลเลกชันล่าสุดมีการเปลี่ยนดีไซเนอร์ชุดใหม่ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนการดีไซน์ให้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น ใช้หนังลูกวัวและหนังนกกระจอกเทศมาย้อมสีโกโก้มาสานทำให้ดูมีลูกเล่น ทั้งกระเป๋าสตางค์ เข็มขัด หรือหนังถักรัดข้อมือ หนังสีโกโก้ใส่กับเสื้อผ้าได้หลายโทนเลยครับ จึงหยิบมาใช้บ่อยๆ แทบทุกวัน แหล่งช็อปปิ้งที่สนุก สิงคโปร์ ฮ่องกง ยังเป็นประเทศปลอดภาษีที่ทำราคาแบรนด์ได้น่าซื้อที่สุดครับ” วรอัศว์ กล่าวด้วยสายตานักช็อปและนักธุรกิจ

แบรนด์เนมมีมูลค่าเสมอ

เสื้อยืดอีวีซุ แบรนด์ดังของญี่ปุ่น วรอัศว์ บอกว่า ใส่เสื้อยืดบ่อยที่สุด การเลือกเนื้อผ้าอย่างดี นุ่ม จึงเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนที่สุด ส่วนแอกเซสซอรีแบรนด์ บอตเตกา เวเนตา ที่บอกว่าหยิบมาใช้ได้บ่อยๆ เหลือเกินในช่วงนี้ เพราะสีโกโก้ที่ดูทันสมัย

วันทำงานยุ่งๆ ถ้าอยากแก้เครียดด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส เข็มขัดหนังนกกระจอกเทศเส้นนี้ก็หยิบมาเบรกโทนสีสดได้ หรือวันที่แต่งตัวเสื้อผ้าโทนขรึมก็หยิบมาแมตชิงได้เช่นกัน ส่วนกระเป๋ากุชชี่ซื้อมาใส่มินิไอแพด กระเป๋าใบนี้ใช้งานง่ายที่สุด ทั้งสะพายข้าง หรือคาดเอวก็ดูเท่ ทะมัดทะแมง “แบรนด์เนมใช้งานได้คุ้มค่าครับ และเป็นของใช้มีมูลค่าในตัวของมันเองเสมอ” วรอัศว์ ย้ำ

ส่วนลำโพง Bose ไร้สายต่อด้วยระบบบลูทูธ สะดวกกับการปาร์ตี้นอกบ้านหรือสถานที่อันปลั๊ก วรอัศว์ บอกเสียงดีสมราคาแตะ 2 หมื่นบาทมาก เปิดฟังตั้งแต่เช้าตรู่กับบทสวดมนต์สุดโปรด และฟังเพลงโปรดช่วงบ่าย เพลงจดหมายจากความเหงา ของพี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก ชอบมากๆ เพราะเนื้อหาให้กำลังใจได้ดีที่สุด

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ