ภาณุพงศ์ ลาภเสถียร มั่นในหัวใจโพธิสัตว์

วันที่ 11 ธ.ค. 2555 เวลา 08:28 น.
ภาณุพงศ์ ลาภเสถียร มั่นในหัวใจโพธิสัตว์
เพิ่งเข้ารับรางวัล “ข้าราชการไทยใจสีขาว” ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

เพิ่งเข้ารับรางวัล “ข้าราชการไทยใจสีขาว” ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม ไปเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมา สำหรับ “ภาณุพงศ์ ลาภเสถียร” ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งนักจัดการงานในพระองค์ ฝ่ายกรมวังที่ประทับ ประจำวังสระปทุม

ที่มาที่ไปของการได้รับรางวัลในครั้งนี้มาจากการที่เขาทำงานอาสาสมัครหน่วยแพทย์กู้ชีวิต ช่วยเหลือคนเจ็บคนป่วยมาเป็นเวลา 12 ปีกว่าๆ ซึ่งรวม 4 ปีของการเป็นราชการ คือ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนจิตรลดา จนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กระทั่งรับราชการในปัจจุบัน โดยใช้เวลาหลังเลิกเรียนและหลังเลิกงาน

“ตอนเรียนหนังสือผมก็จะใช้เวลาหลังเลิกเรียน พอมาเป็นข้าราชการก็จะใช้เวลาว่างหลังเลิกงานตอนเย็นไปทำงานอาสาช่วยชีวิตคนบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ รวมถึงคนป่วยที่อยู่ตามบ้านเรือนตลอด อาจจะไม่ทุกวันครับ เพราะบางวันก็มีงานราชการต้องออกไปต่างจังหวัดบ้าง แต่ก็ทำมาตลอด ไม่ได้ทิ้งและทิ้งไม่ได้ เพราะสิ่งที่ผมทำอยู่นี้คือชีวิตและเป็นวิถีชีวิตของผมไปแล้ว” ข้าราชการหนุ่มวัย 26 เปิดใจถึงงานอาสาที่ทำ

ต้องบอกว่า การเป็นอาสาสมัครหน่วยแพทย์กู้ชีวิตของภาณุพงศ์นั้น ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มาจากความตั้งใจของเขาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนจิตรลดา เมื่อเขาเห็นคนประสบอุบัติเหตุถูกรถชนแล้วรู้สึกสงสารและอยากช่วยเหลือขึ้นมาทันที

“ที่ผมอยากช่วยเขานั้น ผมไม่ได้มองไปที่ผู้บาดเจ็บคนเดียวเท่านั้น แต่มองลึกไปถึงคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย เช่น สมมติมีคนคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส แล้วเขาเป็นกำลังหลักของครอบครัว ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว ส่งเสียลูกเรียนหนังสือ หรือลูกกำลังป่วย ภรรยาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คิดดูว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปลูกเมียจะอยู่อย่างไร กินอะไร ใครจะช่วย ผมคิดอย่างนี้”

เมื่อมีความคิดในการช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยและบาดเจ็บเกิดขึ้น ทว่าไม่มีอุปกรณ์และเครื่องมือช่วยเหลือ และยังไม่รู้วิธีการที่ถูกต้องในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้ปลอดภัย เขาจึงไปสมัครเป็นอาสาสมัครหน่วยแพทย์กู้ชีวิตวชิรพยาบาล เข้ารับการอบรมในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เรียนรู้การใช้เครื่องมือช่วยเหลือต่างๆ และตั้งแต่นั้นไม่ว่าจะมีการอบรมเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยประเภทไหน หน่วยงานใดจัด จะต้องไปอบรมด้วยทุกครั้ง จนตอนนี้มีใบประกาศนียบัตรรับรองมากมาย

“มีอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ไหน ผมไปหมด อย่างสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดอบรมหลักสูตรช่วยชีวิตขั้นสูง ผมก็ไปอบรมมาแล้ว และได้รับประกาศนียบัตรด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จำเป็น เราต้องรู้ เพราะถ้าไม่รู้จะไปทำไม่ได้” เขาเล่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

น่าสนใจกว่านี้ก็คือ ทั้งยานพาหนะที่ใช้ในงานอาสาสมัคร ทั้งเครื่องมือในการช่วยชีวิตต่างๆ ของภาณุพงศ์นั้นมีแทบจะครบถ้วนทุกอย่าง ขาดแต่เพียงเครื่องกระตุ้นหัวใจและยาฉีด ซึ่งนั่นก็มีข้อห้ามไม่ให้ใช้เท่านั้น

“สมัยแรกๆ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ผมใช้เงินที่ผมเก็บจากส่วนที่แม่ให้เป็นค่าเรียนเอาไปซื้อ เริ่มจากค่อยๆ เก็บ ค่อยๆ ซื้อๆ สะสมไปเรื่อยๆ เวลาไปก็เอาใส่เป้สะพายไป ต่อมาของเริ่มเยอะสะพายไม่ไหว ก็ซื้อจักรยาน ซึ่งเปลี่ยนถึง 3 คัน จากเป้ก็เปลี่ยนเป็นกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมบรรจุเครื่องมือใส่จักรยานปั่นไป ต่อมาก็เปลี่ยนจักรยานเป็นรถพยาบาลพร้อมซื้อเครื่องมือทุกอย่างเข้ารถด้วยเงินที่ได้จากการแข่งขันเกมอัจฉริยะข้ามคืน ชนะเลิศล้านที่ 10 แต่คันที่ผมใช้ในปัจจุบันเป็นคันใหม่ แต่ย้ายอุปกรณ์จากคันเก่าและซื้ออุปกรณ์ใหม่ ตกแต่งภายในรถให้เป็นสีชมพูเพื่อให้ดูสดใส ประดับด้วยคิตตีน่ารักๆ” ภาณุพงศ์ เล่าไปยิ้มไป

นี่คืองานอาสาที่เขารักและทำมาตลอด 12 ปี และจะทำต่อไปตราบเท่าที่กำลังอำนวย ซึ่งหากใครอยากรู้จักก็ไปพบได้หลังเวลาเลิกงานที่ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนาคารแห่งประเทศไทย เขาจะอยู่ที่นั่นพร้อมรถพยาบาลคู่กาย

รับประกันว่าเกิดอุบัติเหตุที่ไหน อย่างไร เขารู้หมด เพราะในรถพยาบาลมีวิทยุสื่อสารมากมายสามารถติดต่อกับหน่วยช่วยชีวิตของโรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยต่างๆ ได้หมด

ว่าแล้ว ก็ขอคารวะในหัวใจพระโพธิสัตว์ของข้าราชการไทยหัวใจสีขาวผู้นี้ไว้ ณ ที่นี้