‘เจียระไนตัวเองให้เหมือนเพชร’ ภากรณ์ ทิวเจริญ

  • วันที่ 26 พ.ย. 2555 เวลา 09:04 น.

‘เจียระไนตัวเองให้เหมือนเพชร’ ภากรณ์ ทิวเจริญ

โดย...วราภรณ์

คำสอนเรื่องการทำงานแบบง่ายๆ ให้ประสบความสำเร็จของนักการตลาด ภากรณ์ ทิวเจริญ ปัจจุบันรั้งตำแหน่งใหญ่สายการขาย บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท ในแวดวงการตลาด เขาคือนักขายมากฝีมือที่การันตีด้วยประสบการณ์ทำงานด้านการตลาดบริษัทใหญ่ๆ อย่าง ปูนซิเมนต์ไทย มานานกว่า 15 ปี ที่เป็นเหมือนเบ้าหลอมให้เขาเป็นนักการตลาดที่เก่ง เป็นนักการตลาดที่มีความคิดที่แตกต่าง เช่น แนวความคิดที่ส่งให้เขาก้าวหน้าในอาชีพ คือการคิดแบบ “อยากเป็นคนธรรมดา หรืออยากเติบโต” หรือ “ทำแต่เรื่องยากๆ แล้วจะเก่งเอง” และอีกหลากหลายคำสอนที่น่าเรียนรู้ในการทำงาน

หน้าที่หลักๆ ของภากรณ์ ในเอส แอนด์ พี คือ ดูแลด้านการตลาดของขนมที่มีแพ็กเกจ เช่น คุกกี้นานาชนิด รวมทั้งอาหารแช่แข็ง ที่วางจำหน่ายอยู่ในร้านอาหาร และเบเกอรีของเอส แอนด์ พี ร้านค้าปลีกต่างๆ ทั่วประเทศ ร้านอาหารซิกเนเจอร์ ภัทรา ในต่างประเทศ และการขายนอกร้านทั้งหมด ทั้งห้างสรรพสินค้าต่างๆ เรียกว่าดูด้านมาร์เก็ตติง เซลส์ ทั้งหมด รวมเวลา 4 ปีแล้วที่ภากรณ์ทำงานอยู่ในองค์กรเอส แอนด์ พี แต่ก่อนหน้านั้นเขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการตลาดมานานกว่า 15 ปี ในองค์กรใหญ่ๆ อย่าง ปูนซิเมนต์ไทย ด้วยมีผลการทำงานที่ดีเลิศ เขายังได้รับทุนไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการตลาดที่สหรัฐด้วย

ประสบการณ์ทำงานด้านการขายที่ปูนซิเมนต์หล่อหลอมให้เขาเป็นนักขายที่เก่งติดอันดับต้นๆ ขององค์กร

“หน่วยงานแรกที่ผมได้ไปโชว์ฝีมือ คือดูการส่งออกสินค้าที่มียอดขายน้อยที่สุด หากผมทำไม่ได้ก็ไม่พ้นโปร ซึ่งพอผมมาทำงานที่เอส แอนด์ พี ผมก็ได้โจทย์หินอีก คือดูในส่วนสินค้าที่ไม่ทำกำไร

หลักคิดง่ายๆ ในการเป็นนักการตลาดที่เก่งที่เป็นแรงผลักดันที่พิเศษสุด คือ ให้คิดเสมอว่าหากเราอยู่ในองค์กรที่มีคนเก่งและคนทำงานเยอะๆ ให้ถามตัวเองว่า อยากเป็นคนธรรมดา หรืออยากเติบโต ผมเริ่มชีวิตการทำงานที่ได้โจทย์อันท้าทายทั้งนั้น เช่น ทำสินค้าตลาดใหม่ ซึ่งเจ้านายเคยล้มเหลวจากการทำการตลาดมาก่อน แล้วเราทำอย่างไรเมื่อสินค้าที่มีอยู่ในมือไม่เวิร์ก ผมวิ่งเต้นเปลี่ยนสินค้าก็ไม่มีใครยอมเปลี่ยน

ผมจึงหันมาหากลยุทธ์ด้วยตัวเอง โดยหาแรงบันดาลใจจากเดวิด โอกิลวี นักโฆษณาที่เก่งมากคนหนึ่งของโลก ซึ่งเขาทำทุกอาชีพก็รุ่งหมด เพราะเดวิดใช้หลัก คือ เข้าใจถึงจิตใจของคน พอเดวิดเบื่อทำนาก็มาสมัครงานในบริษัทโฆษณา แม้ไม่รู้หลักการเขียน แต่มีคนจ้าง และเขาก็ประสบความสำเร็จมาก จนมาตั้งบริษัทเอเยนซีของตัวเอง”

 

คำสอนของเดวิดที่ติดอยู่ในใจภากรณ์มาโดยตลอด คือ การทำงานหนักไม่เคยทำให้คนตายได้ แต่ความเบื่อหน่ายในการทำงานทำให้คนตายมาเยอะแล้ว และผู้นำที่ประสบความสำเร็จ คือ ผู้นำที่เข้าถึงจิตใจผู้คน เข้าใจจิตใจและรู้วิธีสื่อสารกับเขา

“ผมคิดว่าทำงานให้ประสบความสำเร็จต้องทุ่มเท มาทำงานเช้ากลับบ้านเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ก็มาทำงาน ทำให้เรามีเวลาทำงานมากกว่าคนอื่น งานเลยออกมาดี เพราะอึดและมุมานะ” ทุกสิ่งในชีวิตเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้เสมอ ภากรณ์ประสบอุบัติเหตุเกือบเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตเมื่ออายุเพียง 32 ปี ต้องพักฟื้นร่างกาย แต่โชคดีที่กำลังใจดีและมีธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เขาจึงกลับมายืนได้อีกครั้งหนึ่ง

“ธรรมะช่วยผมได้มาก ทำให้ผมนิ่งขึ้น สงบขึ้น เพราะได้นั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ ทำให้ผมปล่อยวางกับลาภยศสรรเสริญ แม่ชีกับหลวงพ่อจรัลสอนให้ผมปรับทัศนคติให้ดี สอนให้ผมทำตัวเป็นฝอยขัดหม้อ ใช้ธรรมะเป็นเหมือนฝอยขัดก้นกระทะ ถ้าเราแก้ไขปรับนิสัยไม่ดีให้เป็นคนดี เราจะเป็นยอดคนที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย”

สำหรับหลักในการทำงาน ภากรณ์อยากให้ข้อคิดว่า ทุกคนแม้ไม่พอใจในความสวยหล่อและความเก่งของตัวเอง แต่ควรพอใจในความสามารถของตัวเองที่มีอยู่ คนทำงานยังควรรู้จักหน้าที่ของตัวเองในทุกๆ ด้าน เช่น หน้าที่ลูก พ่อ แม่ พี่น้อง หากมีหน้าที่ในฐานะอะไรก็ควรทำ และให้นึกย้อนถามตนเองเสมอว่า ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่หรือยัง และควรเป็นเจ้านายที่ดูแลลูกน้อง และต้องไม่เอาเปรียบคน และคนจะนับถือในผลงานของเรา ทำงานอย่างตั้งใจและเต็มที่ แล้วตำแหน่งจะมาหาเอง ที่สำคัญคือหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ กล่าวคือ ลดข้อบกพร่องของตัวเองให้ได้มากที่สุด เช่น หากมีอีโก้ก็ต้องลดความเป็นตัวตนลง ไม่มั่นใจในตัวเองก็หาความมั่นใจให้ตัวเอง เปรียบเจียระไนตัวเองให้เหมือนเพชร

“อย่างที่บอก ประสบการณ์การทำงานของผมเจอโจทย์ยากๆ มาโดยตลอด เช่น ที่เอส แอนด์ พี มอบให้ผมดูแลบริษัท จอยต์เวนเจอร์ ที่มีผลขาดทุนมา 3 ปี แต่โชคดีที่ผมไปดูเพียง 6 เดือน และสามารถทำกำไรได้ จากอาหารแพ็กเกจที่ไม่มีกำไร แต่ตอนนี้ยอดขายเติบโตดับเบิลทุกปี มีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดเป็นที่น่าพอใจมาก อีกสิ่งหนึ่งคือเรามีการปรับแพ็กเกจจิงให้ดูทันสมัยขึ้น ซึ่งผมก็ได้แนวคิดจากเดวิด โอกิลวี คือยอดขายจะดีหากมีการวางจำหน่ายสินค้าในตำแหน่งที่ดี

วิธีคิดของผม ได้เรียนรู้ตัวอย่างมาจากต้นแบบนายหลายคน อย่างคุณดุสิตรักลูกน้องและดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิด ผมจำวิธีแล้วผมเข้าไปดูตัวเลข และพยายามหาสาเหตุว่าสินค้าตัวนั้นๆ ขาดทุนเพราะอะไร ผมลงลึกขนาดเข้าไปดูในครัว ดูออร์เดอร์การสั่งผัก สั่งมาครั้งละกี่กิโล สั่งมาเยอะแล้วเน่าเสียไหม ตักข้าวแต่ละจานปริมาณเท่ากันหรือไม่ เวลาล้างจานเปิดน้ำทิ้งไหม

เมื่อมองเห็นปัญหาแล้วหาทางแก้ไข คิดอย่างเป็นระบบ ตัดความกลัวว่ากลัวทำไม่ได้ทิ้งไป ให้กำลังใจพนักงาน ถ้ากลัวบริษัทที่ไม่ทำกำไรจะปิดตัว แล้วตัวเองต้องว่างงาน ให้หันมาร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหา จากขาดทุนเดือนละ 1 ล้านบาท ก็กลับมามีกำไร”

นักการตลาดคนเก่งแห่งเอส แอนด์ พี ทิ้งท้ายว่า แม้บางคนจะมีโอกาสพร้อมที่ไม่เท่ากัน แต่ก็มีวิธีที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน คือต้องทุ่มเท มีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ยิ่งเป็นหัวหน้าคนต้องพัฒนาคน ทำให้คนประสบความสำเร็จเหมือนเราที่เคยเป็นมา ต้องฝึกคนให้เก่งกว่าเรา

 

&<2288;

&<2288;

 

ข่าวอื่นๆ