แอบดูเบื้องหลังสตรีเหล็ก นาฏ ฟองสมุทร

วันที่ 05 พ.ย. 2555 เวลา 09:04 น.
แอบดูเบื้องหลังสตรีเหล็ก นาฏ ฟองสมุทร
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ ณัฐพงษ์ แตงอ่อน

สังคมไทยเป็นสังคมสูงอายุไปแล้วเรียบร้อย สินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุนับวันจะมีมากขึ้น นอกเหนือไปจากสินค้าและบริการทั่วไป ก็อย่าลืมสินค้าประเภทโครงการที่อยู่อาศัย ที่นับวันจะกลายเป็นเทรนด์ สว. โครงการที่เรียกได้ว่าต้นแบบคือ สวางคนิเวศของสภากาชาดไทย ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิทสายเก่า ติดชายทะเลบางปู จ.สมุทรปราการ

โครงการเป็นที่อยู่อาศัยคุณภาพทั้งสภาพแวดล้อมและการดูแลสุขภาพกายใจของผู้สูงอายุ โดยประสบความสำเร็จอย่างมาก ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2539 ต่อมาปีนี้เปิดโครงการระยะที่ 2 ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ เตรียมจะเข้าอยู่อาศัยได้ หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลัง คือ พญ.นาฏ ฟองสมุทร อนุกรรมการบริหารโครงการที่พักผู้สูงอายุสวางคนิเวศ สภากาชาดไทย ซึ่งคุณลุงคุณป้าแถวนี้เรียกกันติดปากว่าคุณหมอนาฏนั่นเอง

“โครงการประสบความสำเร็จเนื่องจากการออกแบบที่เน้นความเป็นมิตรต่อผู้ทรงด้วยวัยวุฒิดังกล่าว ที่นี่คือที่พักที่มีวิถีชีวิตอบอุ่น ปลอดภัย ไม่เหงา ทุกคนมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน มีความชอบและกิจกรรมใกล้เคียงกัน ภายใต้แนวคิดชีวิตอิสระ มีคุณค่า พึ่งพาตัวเอง” คุณหมอ เล่า

สำหรับโครงการสวางคนิเวศ สภากาชาดไทย เป็นโครงการต้นแบบสำหรับที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ภายใต้การดำเนินงานของสภากาชาดไทย ปัจจุบันเปิดจองซื้อในส่วนต่อขยาย ซึ่งเป็นอาคาร 6 ชั้น 8 อาคาร รวม 300 ยูนิต ยูนิตละ 40 ตารางเมตร

 

คุณหมอเล่าว่า คุณสมบัติของผู้มีสิทธิพักอาศัยจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 55 ปีขึ้นไป กำหนดค่าสิทธิการเข้าอยู่ยูนิตละ 8 แสนบาท แต่ไม่สามารถสืบทอดสิทธิ์การพักอาศัยในอาคารได้ แต่ละยูนิตต้องชำระค่าบำรุงเดือนละ 2,500 บาท ปัจจุบันเปิดจองซื้อแล้ว ใครสนใจชมห้องตัวอย่างได้ที่สำนักงานขาย หรือเข้าไปดูทางเว็บไซต์ sawangkanives.com

นาฏ ฟองสมุทร จบแพทยศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 38 จากนั้นในปี 25342535 ไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการบริหารจัดการที่บอสตัน แมสซาชูเซตต์ เมื่อกลับประเทศไทยได้รับการชักชวนจาก รศ.ดร.พิชิต สุวรรณประกร ผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาดในขณะนั้น เพื่อรับหน้าที่ดูแลโครงการที่พักอาศัยสวางคนิเวศตั้งแต่เริ่มต้นในปี 2539

“เพราะตรงกับความสนใจจึงรับปาก รศ.ดร.พิชิต ทันที แม้ขณะนั้นเทรนด์หรือแนวทางเกี่ยวกับผู้สูงอายุในสังคมไทยจะยังไม่ชัดเจน แต่เทรนด์ที่อยู่ในใจเรา เรามองเห็นแล้วว่าอีกไม่เกิน 10 ปี มาแน่!”ดวงตาสีเหล็กของคุณหมอมุ่งมั่น

การทำงานในช่วงแรกๆ ถือเป็นการสะสมองค์ความรู้ สวางคนิเวศถูกกำหนดโดยเป้าหมายให้เป็นต้นแบบของการจัดการที่พักอาศัยผู้สูงอายุของประเทศไทย ซึ่งก็เป็นธรรมดาของช่วงเริ่มต้น ที่ต้องการการบริหารจัดการค่อนข้างมาก งานหนักแต่เต็มใจ เนื่องจากข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดจะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะในภายหน้า

“งานเปิดโอกาสให้เราเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ สิ่งที่ต้องมีคือทัศนคติและความอึด ขณะเดียวกันก็สอนเราด้วย เพราะในมิติหนึ่งเราก็มีคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน งานทำให้เราเรียนรู้และนำกลับไปปฏิบัติกับคนของเราที่บ้าน”คุณหมอ เล่า

สำหรับโครงการในส่วนต่อขยาย คุณหมอบอกว่า จะเรียกว่าเป็นแพสชันของชีวิตขณะนี้ก็ว่าได้ ทั้งหมดคือความตั้งใจและความทุ่มเทที่ไม่ต้องการเงินทองหรือชื่อเสียงตอบแทน หากเพื่อประเทศชาติจะมีต้นแบบโครงการที่อยู่อาศัยที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต้นแบบมากมาย เช่น ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุดพร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ห้องพระ ห้องประชุม ห้องพยาบาลพร้อมพยาบาลประจำ 24 ชั่วโมง

 

“การดูแลผู้สูงอายุคือการดูแล 360 องศา ตั้งแต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ จิตใจ จิตวิญญาณ คุณภาพชีวิตต้องได้มาตรฐาน โดยเฉพาะส่วนของการบริการสุขภาพเป็นไปภายใต้มาตรฐานสูงสุดของสภากาชาดไทย พยาบาลของเรามีความสามารถในการตัดสินใจเพื่อการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย” คุณหมอ เล่า

สิ่งสำคัญไม่แพ้สุขภาพกายคือสุขภาพใจ ทุกคนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ภายใต้แนวคิดเรสซิเดนท์โฮมที่ผสมผสานกับเนิร์ซซิงโฮม แผนการจัดการดังกล่าวคือต้นทุนที่สูงมาก แต่ที่สุดโครงการก็ผลักดันจนสำเร็จ

สุดท้ายคือเจตนารมย์ที่คุณหมอเล่าว่า อยากดึงศักยภาพของผู้สูงอายุที่หลายคนยังมีความรู้ความสามารถให้ออกมาใช้เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เมื่อถึงจุดหนึ่งของการเดินทางแล้ว ก็ถึงเวลาที่ไม่ได้ต้องการเงินทอง แต่ต้องการทำประโยชน์แก่ส่วนรวม หากสามารถดึงศักยภาพของผู้สูงอายุเหล่านี้ออกมาใช้ได้ก็จะไม่มีใครที่ไม่มีประโยชน์

“สังคมของเราจะพัฒนาไปสู่การเป็นสังคมที่แข็งแรงด้วยความรักความอบอุ่น ความเมตตาอาทร ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น สังคมไทยจะได้ไม่ใช่สังคมไร้รากอย่างทุกวันนี้” คุณหมอเล่าด้วยสายตามุ่งมั่น

ต้นแบบชีวิตอิสระ มีคุณค่า พึ่งพาตัวเอง

1.ศ.พญ.ท่านผู้หญิง ศรีจิตรา บุนนาค

ผู้บุกเบิกด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุของไทย คีย์เวิร์ดของสวางคนิเวศ “ชีวิตอิสระ มีคุณค่า พึ่งพาตัวเอง” ก็ได้คอนเซปต์จากท่าน โดยจะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณค่าของตัวเอง จะให้เป็นอย่างนั้นได้ก็ต้องฝากถึงฝ่ายบริหารว่า ก็ต้องออกนโยบายหรือมาตรการรองรับเพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งตัวเองได้

2.รศ.นพ.พิชิต สุวรรณประกร

หลังจาก ศ.พญ.ท่านผู้หญิงศรีจิตรา วางหลักการไว้แล้ว ก็นำมาสู่ภาคปฏิบัติ โดยขณะนั้น รศ.นพ.พิชิต เป็นรองประธานกรรมการของมูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ ยามยาก ถือเป็นคนแรกๆ ที่นำหลักการดังกล่าวมาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องการพึ่งพาตัวเอง การใช้ชีวิตที่เป็นอิสระ ซึ่งที่สุดแล้วก็จะเป็นชีวิตที่มีคุณค่าของผู้สูงอายุไทยทุกคน

3.ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

นับถือในหลักการทำงานของ ดร.ประสาร ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อีกตั้งอยู่บนความถูกต้อง รวมทั้งทำงานมาหมดแล้วทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งความเป็นตัวของตัวเอง รวมทั้งหลักการความถูกต้องไม่เคยแปรเปลี่ยน

4.พระไพศาล วิสาโล

พระที่มองในมุมของชาวบ้าน มองเห็นโลกของปุถุชน ทั้งในมุมของเศรษฐศาสตร์ ศาสนา และเรียลไลฟ์ชีวิตจริง ปัญหาและการแก้ปัญหาของท่านจึงคือความจริงที่อิงอยู่กับชีวิตจริงๆ ของปุถุชน

5.พระพรหมคุณาภรณ์

งานเขียนของท่านทำให้ได้เห็นมนุษย์ และเห็นความไม่เที่ยงแท้ของมนุษย์ ดังนั้นจะขึ้นสู่จุดสูงสุด และลงในขาลงอย่างมีความสุขได้

บทความแนะนำ