เปรี้ยว เท่ เฮฮา ‘พิสาข์ ไวความดี’

วันที่ 26 ก.ย. 2555 เวลา 09:32 น.
เปรี้ยว เท่ เฮฮา ‘พิสาข์ ไวความดี’
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร/ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงศ์

วันนี้คุยกับสาวหมวยคนเก่ง ดูเป็นคุณหนู อันที่จริงเปรี้ยวเท่ และลุยงานสู้ตาย

ฝ้าย-พิสาข์ ไวความดี เป็นลูกสาวคนโตของบ้าน หลังจากจบอักษรศาสตร์ การละครเกียรตินิยมอันดับ 1 ที่จุฬาฯ ก็ทำงานฟรีแลนซ์เติมประสบการณ์ด้านการจัดการละครอยู่หลายแห่ง ก่อนไปเรียนต่อตรงสายที่นิวยอร์ก แล้วกลับมาทำฟรีแลนซ์ต่อรวมถึงงานประจำในตำแหน่งผู้ช่วยโปรเจกต์เมเนเจอร์ โอเวชันสตูดิโอ

“ส่วนตัวไม่ได้ชอบแสดง แต่ชอบเรื่องการจัดการ เลยอยากทำงานเป็นเบื้องหลังมากกว่า ปัจจุบันฝ้ายช่วยดูแลในโปรเจกต์ต่างๆ บางครั้งโอเวชัน ก็มีนำโชว์จากต่างประเทศเข้ามา บางบริษัทก็จะเป็นทีมเราที่ติดต่อกับต่างประเทศ ทำมาได้ 6 เดือนแล้ว หลังเรียนจบกลับมา ฝ้ายไปฝึกงานจบด้านละครเวทีที่สิงคโปร์ 1 เดือน เพราะตอนที่เราเรียนโทที่นิวยอร์กก็ฝึกงานที่บอร์ดเวย์ ซึ่งพอมีคอนเนกชัน

ช่วงที่ทำงานก่อนไปเรียนต่อประมาณปีหนึ่ง ฝ้ายมีโอกาสได้ทำโปรดักชัน 3-4 ชิ้น มีของเวิร์คพอยท์ เรื่อง ชายกลาง ที่พี่โน้ต อุดม เล่น มีเรื่องคู่กรรม ของดรีมบ็อกซ์ และโอเปรา โมสาร์ต 3 เรื่อง ที่ศูนย์วัฒนธรรม ปริศนา ของดรีมบ็อกซ์ คล้ายๆ เป็นช่วงพิสูจน์ว่าตัวเองชอบทางด้านนี้จริงแน่หรือเปล่า

ปริญญาโทที่ศึกษาได้เป็น มาสเตอร์ ออฟ ไฟน์อาร์ต สาขาสเตจ เมเนจเมนต์ จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก โดยตรงด้านการจัดการละครส่วนที่เป็นเวที ตอนนั้นเป็นการจากบ้านไกลไปอยู่คนเดียวครั้งแรกเลย ค่ำมันก็มีเหงาบ้าง นิวยอร์กเป็นเมืองที่ตื่นตลอด คล้ายๆ กรุงเทพฯ อยากไปไหน ตอนไหนก็ได้ เพราะซับเวย์เปิด 24 ชม.

 

วิชาการและการเรียนรู้ คือ ไม่มีเลกเชอร์ มันจะเป็นหารือกัน พูดคุย และระดมความเห็นกันส่วนใหญ่ ดีใจที่เราเป็นไทยคนแรกที่เรียนที่นี่ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเอเชียคนแรกหรือเปล่า ได้เรียนรู้ระบบการทำละครที่โน่นเหมือนอย่างด้านสเตจ เมเนจเมนต์ ไม่มีใครเรียนมาโดยตรง ที่โน่นเขาทำเป็นอาชีพ มีระบบมาก ชัดเจนว่าเวลานักแสดงซ้อมกี่ชั่วโมง ต้องพักกี่นาที ได้เรื่องระบบ และฝึกความรับผิดชอบ มาก่อนเวลาล่วงหน้าครึ่งชั่วโมง กลับทีหลังสุด ฝึกวินัยเราเยอะ”

พื้นฐานครอบครัวพ่อเป็นลูกครึ่งจีน แม่เป็นคนไทย อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ เธอมีน้องชายหนึ่งคนห่างกัน 5 ปี เรียนปริญญาตรีด้านแฟชั่น อยู่ที่พาร์สัน สคูล นิวยอร์กตอนนี้ พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งกิริยามารยาท การแต่งตัว และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะตายายของเธอที่เรียบง่ายแต่ร่วมสมัย

“ที่บ้านครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่ มีกันหลายหลังอยู่บริเวณเดียวกัน สนิทกับคุณตาคุณยายมาก ที่บ้านค่อนข้างสมัยใหม่ อยากทำอะไร เรียนอะไร ไม่เคยบังคับ คุณพ่อเป็นหมอ แต่ไม่เคยจะให้เราเรียนหมอ พ่อมีหัวศิลปะ ตาก็ชอบเล่นดนตรี คุณพ่อเป็นสูตินรีแพทย์ แม่เคยทำการบินไทย พอมีน้องก็เลยออกมา ตอนนี้ดูแลเรื่องอสังหาริมทรัพย์ของที่บ้านเอง บ้าน คอนโดมิเนียม

ตัวฝ้ายเองก็เหมือนผู้หญิงปกติ ชอบกิน ชอบเมาท์ แต่ที่บ้านไม่ได้คาดหวังสูง เราเอาแต่ใจนิดหนึ่ง เริ่มเรียนที่อักษรฯ ทำงานกับคนหมู่มาก ช่วยให้เราใจเย็นและละเอียดขึ้น ทราบว่าอะไรควรหรือไม่ คุณตาคุณยายก็ตามใจนิดหนึ่ง ฝ้ายอยากทำอะไรเวลาไปเที่ยว ตายายทำด้วย ถ้าเราคิด แถมเรายังยกให้ท่านเป็นไอดอนเรื่องไลฟ์สไตล์ ท่านแต่งตัวดีตลอด ทุกคนรัก วางตัวดี ทันสมัย คุณยายเล่นเฟซบุ๊กด้วยนะ อายุ 70 ปีแล้ว ตอนฝ้ายอยู่จิตรลดา คุณยายขับรถไปส่งที่โรงเรียน ตอนนั้นท่าน 60 ปีแล้วเปรี้ยวมาก ส่วนคุณตานี่ 80 กว่าแล้ว ท่านเคยเป็นตำรวจ แต่ก็เป็นศิลปินมากด้วย วาดรูป เล่นดนตรี กีฬา แข็งแรงมาก ไปไหนๆ ก็เดินเยอะ มีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา ชอบอะไรจะศึกษาจริงจัง เช่น อยากเลี้ยงสุนัขก็จะอ่านและค้นหา ซื้อมาเลี้ยง หรือชอบดำน้ำก็ไปเรียนจริงจัง และจัดทริปไปดำน้ำ ตอนอายุ 70 ปีสุดยอด

ที่บ้านใช้เวลาด้วยกัน วันหยุดก็ไปกินข้าวนอกบ้าน ไปกันเป็นครอบครัวใหญ่เลย หรือถ้าเรากลับเร็วก็เดินไปเยี่ยมคุณตาคุณยาย อย่างเวลาหยุดยาวก็จะมีทริปครอบครัว หรือไปต่างประเทศ สักประมาณหนึ่งสัปดาห์เป็นอย่างน้อย ถ้าสั้นๆ ก็ในเอเชีย

 

ทุกวันนี้พอเราทำงานเอง ก็รู้จักบริหารเงิน ใช้เงินตัวเอง ตอนรับเงินจากพ่ออาจจะช็อปปิ้งบ่อยกว่า ต้องปรับตัว ปรับเนื้องาน ก่อนมาทำงานอีเวนต์คิดว่าง่าย ปั๊บๆ คงเสร็จ จริงๆ ต้องแพลนกันเป็นเดือน ได้สัมผัสจริงๆ ก็รู้สึกชอบอะไรแบบนี้ เพราะมันสนุก ท้าทาย เอาความรู้ที่เรียนมาปรับใช้ จริงๆ ในใจคาดหวังอยากที่จะให้มันมีโรงละครมากขึ้นในเมืองไทย หรือวันหนึ่งอยากมีโอกาสกลับไปทำงานด้านการจัดการเวทีละคร ตอนนี้ก็ยังรับฟรีแลนซ์บ้าง แต่ต้องดูงานออฟฟิศเป็นหลัก

เรื่องสไตล์การแต่งตัวฝ้ายจะค่อนข้างเรียบๆ ไม่แต่งตัวหวาน อาจเปรี้ยวนิดหน่อย แต่ไม่เซ็กซี่ คิดว่าตัวเองเป็นแบบเปรี้ยวเท่ การแต่งตัวของเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่แต่งสีใส่ทุกสี เพลนๆ หรือลายไปเลย ที่บ้านชอบแต่งตัวทุกคน พ่อแม่น้องชายไม่มีใครเบรกกัน ส่วนใหญ่จะเสียตังค์กับการซื้อกระเป๋ามากสุด มองว่ามันไม่สึกหรอ เก็บตังค์ซื้อไปเรื่อยๆ แต่อย่างเสื้อผ้าใส่ได้หมด ไม่ได้ติดแบรนด์ว่าต้องอะไร

ถ้าเป็นคนละก็ ชอบออเดรย์ เฮปเบิร์น เขาไม่แต่งตัวเยอะ เรียบๆ เป็นตัวเอง ไม่ใช่เซ็กซี่หวือหวา ฝ้ายอ่านประวัติชีวิตเขา ผ่านอะไรมาเยอะ เขาเป็นเด็กในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ตัวแกร่งและยืนอยู่ได้ ช่วงหลังๆ มาทำงานการกุศล และก่อนเสียชีวิตเขาป่วย แต่ก็ไม่เคยทำให้ใครต้องกังวล เดือดร้อน น่าสนใจมาก

คนมีสไตล์คือ คนที่แต่งตัวถูกกาลเทศะ เปรี้ยวเท่ได้ หรูๆ เนี้ยบๆ ได้ ชื่นชมคนที่วางตัวดีเป็นพิเศษ ไปไหนดูเป๊ะ พูดคุยกับใครวางตัวถูกต้อง ส่วนคนที่มิกซ์แอนด์แมตช์เก่งเราก็มอง เพราะเขามีเอกลักษณ์เฉพาะ เหมาะสม แต่เราอาจแต่งไม่ได้แบบนั้น”

ชิ้นรักของ ‘ฝ้าย’

รองเท้า “แบรนด์ของเพื่อน เห็นแล้วชอบเลย เวลาทำงานเราเดินเยอะ ส้นเตี้ยดีที่สุด แต่ขอแบบสวยนิดหนึ่ง อุดหนุนเขาหลายคู่เลยค่ะ”

แหวนนพเก้า “ช่วยเรื่องโชค อยากใส่ ไปถามคุณยายว่ามีไหม ของเก่าโบราณจริง แม่เลยไปค้นเจอวงนี้ นับพลอยแล้วได้ 9 ชนิด ตัวเรือนทอง มรดกจากคุณทวด อันนี้พิเศษไม่ได้ทำเรียงรอบวง แต่เกาะกลุ่มกัน ไม่ค่อยเห็น สวยดี”

ลิป และแฮนด์ครีม เบิร์ทส บีส์ เป็นคนดื่มน้ำน้อย เลยทาลิปมันตลอดปากจะไม่แห้ง ยี่ห้อนี้มันชุ่มชื่น มันไม่ค่อยมีเคมี ส่วนครีมทาตลอดเวลา รักษามือให้นุ่มสวย

กระเป๋าช็อปปิ้ง “แบรนด์โกยาร์ด อยากได้มานาน ตอนอยู่อเมริกาเลยไปซื้อที่นิวยอร์ก สั่งทำแถบลายและชื่อตัวเอง ราวเดือนกว่าก็ได้ ถือว่าให้เป็นของขวัญวันเกิดตัวเองในปีนั้นค่ะ”

แว่นกันแดด เรย์แบน “เห็นในเว็บไซต์ ซื้อมาจากอเมริกา ชอบเวย์ฟาเลอร์ ออริจินัล ลายสวยดี แพตเทิร์นลายจะต่าง แต่ละอันไม่เหมือนกันค่ะ ไว้ใส่ตอนลงจากรถ กันแดดสวยๆ”

บทความแนะนำ