สุนันทา อยู่สกุล ธรรมะเปลี่ยนชีวิตและสร้างสุข

วันที่ 18 ก.ย. 2555 เวลา 09:50 น.
สุนันทา อยู่สกุล ธรรมะเปลี่ยนชีวิตและสร้างสุข
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

เป็นผู้หญิงธรรมดาแต่มีงานถ่ายแบบและเล่นหนังต่างประเทศติดต่อเข้ามาทางเฟซบุ๊กบ่อยไม่ใช่เล่น สำหรับ “แจน-สุนันทา อยู่สกุล” ซึ่งน่าสนใจว่าเธออาจมิใช่ดาราที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย หรือเป็นคนที่คอหนังเมืองไทย หรือคนไทยรู้จัก แต่สำหรับคนต่างชาติจำนวนไม่น้อยรู้จักเธอ หลายคนเป็นแฟนคลับที่ชื่นชอบผลงานถ่ายแบบและเล่นหนังของเธอ ไม่เชื่อลองเข้าเฟซบุ๊กเธอ “Jan Yousagoon” และอย่าลืมเข้าไปที่เว็บไซต์ที่แฟนคลับทำให้เธอด้วยที่ www.janyousagoon.com แล้วจะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ก็มีดีเหมือนกัน

แจน...เธอคือใครกันเล่า

ชีวิตในวัยเด็กของแจนต้องอยู่ในความดูแลของพี่ป้าน้าอาที่ จ.หนองบัวลำภู เนื่องจากแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุขณะเธออายุแค่ 7 เดือน จากนั้นพ่อของเธอก็แต่งงานใหม่แล้วย้ายมาอยู่แถว จ.ปทุมธานี ทำให้เธอต้องไปๆ มาๆ ระหว่างปทุมธานีกับหนองบัวลำภู กระทั่งพ่อมีลูกกับแม่ใหม่ ชีวิตของเธอจึงเริ่มห่างจากครอบครัวใหม่ของพ่อ แต่ไม่ถึงขาดการติดต่อ

แจนต้องต่อสู้ชีวิตด้วยลำแข้งตัวเองมาโดยตลอดและมีความฝันอยากประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เพียงลำพังที่เมืองหลวงแห่งนี้ก็ทำให้เธอได้รู้จักกับเพื่อนต่างชาติมากมาย และสังคมของเธอส่วนใหญ่จึงแวดล้อมไปด้วยฝรั่งมังค่า จึงไม่แปลกที่เธอจะใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องทั้งเขียนและพูด

ทั้งนี้ จากการสังคมกับชาวต่างชาตินี่เองได้เป็นจุดเริ่มต้นของงานถ่ายแบบและงานแสดงภาพยนตร์ติดต่อเข้ามาโดยผ่านทางเพื่อนติดต่อให้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะผ่านทางเฟซบุ๊กของเธอเป็นหลัก

“ด้วยความที่แจนสังคมกับเพื่อนต่างชาติ หลายคนรู้จักผู้กำกับหนังต่างประเทศ บางคนเป็นสตันต์แมน พอมีหนังต่างประเทศมาถ่ายทำที่เมืองไทยเพื่อนก็ติดต่อให้ไปแคสติงแล้วก็ผ่านได้เล่น บางเรื่องช่างภาพคนไทยที่ติดตามเฟซบุ๊กของแจนแนะนำผ่านทางเฟซบุ๊กให้ลองไปแคสต์บ้าง ถ้ารวมแล้วก็ประมาณ 5 เรื่องที่รับเล่น ถ่ายทำที่เมืองไทยหมดและเสร็จเรียบร้อย 4 เรื่อง แต่ยังไม่ได้ฉาย ประกอบด้วยเรื่อง Trede of Innocent (ฉายวันที่ 5 ต.ค.นี้) A Stranger in Paradise (ฉายวันที่ 28 ต.ค.) Dragon Wolf (ฉายประมาณ ธ.ค.) และ Up to you (ประมาณต้นปีหน้า) และอีกเรื่องหนึ่ง Change กำลังถ่ายทำ เป็นการร่วมมือระหว่างโปรดักชันไทยและฮอลลีวูด ที่ใช้นักแสดงหน้าใหม่หมด ซึ่งแจนก็ได้รับบทนำในเรื่องด้วย”

 

ไม่เพียงงานด้านภาพยนตร์เท่านั้น งานถ่ายแบบเธอก็รับด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นช่างภาพอิสระและช่างภาพนิตยสารออนไลน์จากต่างประเทศที่เดินทางมาประเทศไทยติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก บางครั้งเพื่อนก็ติดต่อให้ แต่บอกเลยว่าแม้เธอไม่มีประสบการณ์ในการถ่ายแบบมาก่อน แต่เมื่อถ่ายออกมาแล้วก็ดูเซ็กซี่มากๆ

“งานถ่ายแบบส่วนใหญ่ของแจนเป็นฟรีแลนซ์หมด ลักษณะงานออกแนวอาร์ตและดูเซ็กซี่ ถ่ายโดยช่างภาพต่างประเทศ ไม่มีช่างภาพไทยเลย เป็นงานที่สนุกและท้าทายความสามารถของเราจริงๆ เพราะเราไม่มีประสบการณ์ถ่ายแบบมาก่อน แต่เมื่อเห็นงานออกมาแล้วก็รู้สึกพอใจ”

นอกจากนี้ เธอยังรับงานถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับประเทศไทยและบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอ โดยเป็นสารคดีรายการโทรทัศน์จากประเทศอินเดียที่เดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย

“ทางอินเดียติดต่อเข้ามาผ่านทางเฟซบุ๊กเพราะเห็นว่าเราสื่อสารอังกฤษได้ดี ส่วนสารคดีก็ถ่ายทำในสถานที่ต่างๆ ของประเทศไทย เช่น แหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยพิธีกรจะคุยและถามเราไปเรื่อยๆ เกี่ยวกับชีวิตเราบ้าง เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บ้าง ตลอดจนเรื่องทั่วไป ความยาวประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งก็ถือเป็นประสบการณ์อีกแบบของชีวิต”

ชีวิตใหม่สดใสเพราะธรรม

นี่คือความสวยงามของชีวิตของเธอในช่วง 56 ปีมานี้ถึงปัจจุบัน แต่กว่าจะมาถึงวันที่สดใสนี้ได้เธอต้องพบกับอุปสรรค ความยากลำบาก ความทุกข์ และการดำเนินชีวิตที่ไม่มีแก่นสารวันแล้ววันเล่า จนแล้ววันหนึ่งเธอก็ตั้งสติแล้วหันมามองชีวิตที่ผ่านมาไม่มีอะไรดีขึ้น

“เพื่อนก็เก่าๆ การดำเนินชีวิตก็เก่าๆ เวลาเก่าๆ การสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้เดิมๆ ทุกอย่างไม่เป็นแก่นสาร รู้สึกทุกข์มาก และเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตในขณะนั้น จนวันหนึ่งก็คิดถึงธรรมะ คิดถึงการทำบุญ คิดถึงการสร้างบารมีก็ปรึกษาหลวงพ่อ (คุณพ่อได้ออกบวช) ท่านก็แนะนำให้ทำบุญใส่บาตรพระตอนเช้า ในขณะเดียวกันก็อ่านหนังสือธรรมะของพระอาจารย์ต่างๆ ไปด้วย ซึ่งก็ช่วยให้จิตใจดีขึ้นมาก จนต่อมาอยากปฏิบัติธรรมก็ไปปฏิบัติกับพระอาจารย์มิตซูโอะ ที่วัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ซึ่งที่นี่เองทำให้แจนพบกับแสงสว่างแห่งชีวิตและมีวันที่สดใสจนถึงปัจจุบัน”

 

ปัจจุบันเธอกำลังจะเปิดร้านขายกาแฟ ที่คอนโดโรจนกร อินทามระ 29 ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการตกแต่งร้าน ซึ่งออกแนวบูติกเล็กๆ มีสวนสวยงามข้างหน้าร้าน เธอบอกว่าหลังร้านเปิดแล้วจะตั้งชมรมดูหนังวันศุกร์ โดยจะฉายหนังทุกวันศุกร์ให้ลูกค้าดูที่ร้าน นอกจากนี้ก็จะนิมนต์พระมาเทศน์ที่ร้านเดือนละครั้ง

ฟังเธอเล่าแล้วก็ต้องบอกว่าเก๋และเข้าท่าดีแท้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ความสุขของสาวตาคม

อ่านหนังสือ : อ่านทุกชนิด เช่น หนังสือเกี่ยวกับพุทธประวัติ ประวัติของพุทธสาวก อ่านแล้วอยากทำให้ได้อย่างท่าน คือหวังที่จะหลุดพ้น (จากทุกข์) นอกนั้นก็เป็นหนังสือธรรมะของท่าน ว.วชิรเมธี ท่านไพศาล วิสาโล ท่านชยสาโรภิกขุ ท่านอาจารย์มิตซูโอะ ท่านพุทธทาส และหลวงพ่อจรัญ แต่ละเล่มก็มีสาระคำสอนที่แตกต่างกันไป เช่น ของท่านมิตซูโอะ ก็จะสอนให้หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ใช้ในเวลาที่เจอปัญหาเพื่อให้ผ่อนคลายจากปัญหา จากนั้นสติก็จะเกิดขึ้นและเริ่มตั้งมั่น เมื่อสติตั้งมั่นปัญหาก็จะถูกแก้ไขด้วยปัญญา

ทำอาหาร : ถนัดมากคืออาหารอีสาน เช่น ต้มยำ อ่อมเนื้อ อ่อมหมู อ่อมไก่ ทำกินเองบ่อย อย่างแกงอ่อมก็ต้องใส่ผักชีลาว ผักกาดขาว ใส่พริก ตะไคร้ หอม และใส่ปลาร้า ขาดไม่ได้ เคล็ดลับความอร่อยเลย ไม่อย่างงั้นจะไม่รู้รสชาติของแก่งอ่อมอีสาน ส่วนเมนูอาหารต่างชาติไม่ค่อยชอบ

ดำน้ำ : เคยไปเรียนดำน้ำครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่สาธารณรัฐปาเลา (Republic of Palau) ประเทศเป็นเกาะ อยู่ใกล้กับฟิลิปปินส์กับเพื่อนต่างชาติคนหนึ่ง ประเทศนี้ที่มีสถานที่ดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คนที่ชอบดำน้ำจะรู้จัก อีกที่หนึ่งคือที่มัลดีฟส์ ชอบมากเป็นทะเลสาบมีแมงกะพรุนเป็นล้านๆ ตัว มันแปลกตรงที่มันไม่ทำร้ายคน เนื่องจากแมงกะพรุนอยู่ในน้ำจืดไม่ใช่น้ำเค็ม ทำให้มันสูญเสียพิษของมันไป เราสามารถจับมันได้ การดำน้ำก็คล้ายๆ กับการปฏิบัติธรรม คือหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ สนุกมากได้เป็นทัศนียภาพใต้น้ำเป็นอะไรที่สวยมาก

ออกกำลังกาย : ปกติจะออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ที่ฟิตเนส ที่ชอบไปก็จะเป็นที่สุขุมวิท 39 มีที่หนึ่งเป็นที่ออกกำลังกายครบวงจร มีทั้งเล่นแบด ปีนเขา ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ช่วงนี้ไม่ค่อยไป แต่ถ้าว่างก็จะหาโอกาสไป เพราะการออกกำลังกายช่วยให้ผ่อนคลายและทำให้นอนหลับสบาย

นั่งสมาธิ : วันหนึ่งจะนั่งประมาณ 1530 นาที ก่อนนอนหลังจากที่สวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้ว การนั่งสมาธิทำให้จิตใจเราสงบและอยู่กับความดีงาม พอตื่นมาตอนเช้าจิตใจปลอดโปร่ง ช่วยให้เรามีสติมากขึ้น

บทความแนะนำ