พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ วิกิพีเดียดอกไม้แห่งแรก/แห่งเดียวในโลก

วันที่ 29 ส.ค. 2555 เวลา 08:26 น.
พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ วิกิพีเดียดอกไม้แห่งแรก/แห่งเดียวในโลก
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

เพิ่งเปิดตัวไปหยกๆ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ (The Museum of Floral Culture) ที่ว่ากันว่าเป็นพิพิธภัณฑ์อันว่าด้วยเรื่องของวัฒนธรรมของดอกไม้ แห่งแรกและแห่งเดียวของโลกเชียวนา ที่นี่บรรจุชิ้นงานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการจัดดอกไม้จากอดีตถึงปัจจุบัน ทั้งของไทยและนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทั่วเอเชีย ซึ่ง สกุล อินทกุล ศิลปินนักจัดดอกไม้ระดับนานาชาติ ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมดอกไม้ในประเทศไทย และเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ด้วยทรงเป็นนักอนุรักษ์พรรณพืชที่เป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศ

Welcome to... โลกดอกไม้

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ ตั้งอยู่ในซอยองครักษ์ 13 แถวศรีย่าน เป็นบ้านโบราณสไตล์โคโลเนียล อายุราว 100 ปี ที่ร่มรื่นไปด้วยหมู่มวลไม้ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกใช้เป็นห้องจัดนิทรรศการทั้งสองชั้น รวม 7 ห้อง ชั้น 1 ประกอบด้วย ห้องหอภาพดุสิต จัดแสดงภาพถ่ายโบราณของงานดอกไม้ไทยในอดีตที่สืบค้นได้จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร รวมทั้งภาพถ่ายโบราณของวิถีชีวิตของผู้คน และงานสถาปัตยกรรมในอดีตของเขตดุสิต โดยมีงานแสดงชิ้นสำคัญคือภาพวาดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ฝีมือ ม.ล.จิราธร จิรประวัติ

ห้องโลกแห่งวัฒนธรรมดอกไม้ จัดแสดงตัวอย่างของงานวัฒนธรรมดอกไม้ที่สำคัญๆ จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเน้นประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ตั้งแต่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย (บาหลี) ลาว และทิเบต นอกจากนี้ ยังบรรจุเอกสารโบราณเก่าแก่ อาทิ คัมภีร์ลับแห่งการจัดดอกไม้แบบโชกะของอิเคโนโบะ หนังสือม้วนโบราณอายุ 256 ปี จากญี่ปุ่น ปิ่นปักผมดอกไม้ทองคำจากบาหลี เครื่องบูชาชื่อ “ทอร์มา” ในศาสนาพุทธ ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับดอกไม้จากทิเบต

 

ห้องอุโบสถแห่งดอกไม้ เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ป่าไม้ สายน้ำ ชุมชน ผู้คน และวัฒนธรรมดอกไม้ โดยจำลองป่าของอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายและจำลองอุโบสถของวัดศรีโพธิ์ชัย จ.เลย เข้าไว้ด้วยกัน โดยแรงบันดาลใจในห้องนี้เกิดจากการรวมพลังของชาวบ้านจนสามารถอนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรม รวมทั้งวัฒนธรรมดอกไม้ของตัวเองไว้ตราบจนปัจจุบัน ด้วยการต่อต้านการให้สัมปทานตัดไม้ของรัฐในปี พ.ศ. 2525 ที่ทำลายป่าทั้งหมด พื้นที่กว่า 7 หมื่นไร่ ปัจจุบันคืออุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อันเป็นป่าต้นน้ำของชุมชน

ห้องหอมรดกวัฒนธรรมดอกไม้ บรรจุมรดกทางวัฒนธรรมดอกไม้ของไทย ทั้งเรื่องราวของงานมาลัย งานเครื่องแขวน งานพานดอกไม้ งานบายศรี งานดอกไม้เล็ก งานกระทง และงานใบตอง อันเกี่ยวเนื่องด้วยวิถีชีวิตและงานวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยมีตัวอย่างงานทั้งงานวัฒนธรรมดอกไม้ไทยจากอดีต และตัวอย่างงานวัฒนธรรมดอกไม้ไทยร่วมสมัยในปัจจุบัน โดยใช้เนื้อหาบางส่วนจากหนังสือดอกไม้ไทย วัฒนธรรมดอกไม้แห่งชาติ

ห้องปากกาและดินสอ นำเสนอภาพร่างในอดีตบางส่วนของสกุลในแขนงงานต่างๆ โดยมีงานแสดงชิ้นสำคัญที่ถือเป็นไฮไลต์ คือส่วนหนึ่งของภาพร่างของงานตกแต่งดอกไม้สดสำหรับงานพระราชทานเลี้ยงในพระบรมมหาราชวัง ครั้งเฉลิมฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2549 และปิดท้ายด้วยห้องหัวใจแห่งงานจัดดอกไม้สมัยใหม่ จัดแสดงปฐมบททั้ง 9 แห่งงานจัดดอกไม้สมัยใหม่ ซึ่งเจ้าของพิพิธภัณฑ์คิดค้นขึ้น

 

คนหลงรักดอกไม้

กว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ดอกไม้โอ่โถงดั่งเช่นทุกวันนี้ เกิดจากความรักและความฝันของผู้ชายคนหนึ่งที่รักและผูกพันกับดอกไม้มาตั้งแต่เด็ก

“ตั้งแต่เด็กๆ สัก ป.3 ก็จำภาพตัวเองด้วยว่าเป็นคนชอบต้นไม้ ดอกไม้ มาก ประมาณว่าขอแค่ได้สัมผัส ได้กลิ่น ก็มีความสุขแล้ว เด็กๆ เลยมักขันอาสาเป็นคนรดน้ำต้นไม้ทั้งที่ที่บ้านไม่ได้ใช้ เวลาไปบ้านคุณลุงที่หนองจอกก็ชอบไปขอพันธุ์ไม้มาเพาะ พอออกดอกก็ดีใจมาก ความรักและความผูกพันมันคงเริ่มมาตั้งแต่ตรงนั้น”

พอเติบโตขึ้น ด้วยความที่เป็นเด็กหัวดี เรียนเก่ง เส้นทางการเป็นศิลปินจึงไม่อยู่ในตัวเลือกของอนาคต ชายหนุ่มผู้รักดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ จึงเลือกเรียนสายวิศวกรรมศาสตร์ และทำงานสายนี้ จนกระทั่งโชคชะตาพาให้ไปเจอกับโรงเรียนสอนจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่มาเปิดที่ตึกเดียวกับที่ทำงานประจำ นั่นคล้ายเป็นประตูบานเล็กที่พาสกุลสู่โลกแห่งการจัดดอกไม้ กระทั่งก้าวสู่การเป็นนักจัดดอกไม้ระดับนานาชาติในปัจจุบัน

จุดหมายปลายทางแห่งใหม่

สกุล บอกว่า ตั้งเป้าจะดันให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของนักเดินทาง ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้แวะมาชื่นชมความงามแบบไทยและเอเชีย เพราะเรื่องของดอกไม้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามที่รอวันร่วงโรย แต่ในดอกไม้แต่ละดอกมีเรื่องราว มีวัฒนธรรมแฝงอยู่มากมาย

 

“คนไทยน่าภูมิใจที่เรามีวัฒนธรรมดอกไม้ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้วัฒนธรรมใหญ่ของสังคมสมบูรณ์ เพราะใช่ว่าทุกประเทศจะมีวัฒนธรรมดอกไม้เป็นของตัวเองอยู่ แต่คนไทยเราโชคดี ที่สำคัญวัฒนธรรมดอกไม้ของไทยก็สวยงาม ไม่ต่างจากวัฒนธรรมดอกไม้ของชาติใด ไม่ว่าจะเป็นอินเดียหรือญี่ปุ่น”

แน่นอนว่าเมื่อนักท่องเที่ยวมาที่นี่ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปล่อยเกาะให้ชมเรื่องราวของดอกไม้ผ่านฝาผนัง เพราะเจ้าของโปรเจกต์คอนเฟิร์มว่า นิทรรศการแห่งนี้ไม่ได้จัดแสดงเพื่อให้เดินชมเอง แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่พาชม และให้ข้อมูลในแต่ละห้องอย่างลึกซึ้ง

“เดินดูเองไม่ได้หรอก ที่นี่ไม่ได้ออกแบบมาแบบนั้น หรือถ้าเดินดูเอง รับรองแค่ 15 นาที ก็เดินทั่ว แต่ลงมาพร้อมกับคำว่าไม่มีอะไรน่าดูนะ

ดังนั้น ผมจึงพยายามจัดเป็นรอบเพื่อพาชมให้ข้อมูลเล่าเรื่องความเป็นมาของดอกไม้ที่ทรงคุณค่า ซึ่งถ้าผมพาชมนะรอบหนึ่งต้องมีเกือบชั่วโมง กว่าจะจบ แต่คุณจะออกไปด้วยความรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสวยงาม มีความสุข”