รางวัลแด่คน (ไม่) ฝัน กฤษฎา โทษาธรรม

วันที่ 13 ส.ค. 2555 เวลา 09:21 น.
รางวัลแด่คน (ไม่) ฝัน กฤษฎา โทษาธรรม
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

“ไม่ฝัน แต่ลงมือทำ” กฤษฎา โทษาธรรม ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ จ.สระบุรี หรือบริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส วิศวกรผู้ได้รับรางวัลบุคลากรดีเด่นด้านพลังงานปีล่าสุด Thailand Energy Awards 2011 จากกระทรวงพลังงาน วันนี้มาเล่าเบื้องหลังคนทำพลังงาน ที่กล้าลุย กล้าเดินหน้า กล้าวัดดวง

เริ่มจากคุณพ่อ ปรัชญา โทษาธรรม อดีตผู้จัดการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แรงจูงใจที่ทำให้สนใจวิศวกรรมไฟฟ้า ก็ด้วยคลุกคลีอยู่กับอุปกรณ์สายไฟมาตั้งแต่เล็ก กฤษฎาจบปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม จบหมาดๆ ปีแรก บิดาโทร.มาถามก่อน “มาทำงานที่ กฟผ.มั้ย?” เข้าใจว่า คงอดเป็นห่วงไม่ได้(ฮา)

ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน ขณะนั้นอายุเพียง 22 ปี เขาต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ จึงเลือกสมัครงานกับกลุ่มซีพี เป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่กรุงเทพโปรดิ๊วส ต้องขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้โอกาส พยายามมอบหมายงานที่ต้องใช้ความสามารถ ทำอยู่เพียง 1 ปีก็ขึ้นเป็นเป็นวิศวกรโรงงาน

“ผมเป็นวิศวกรโรงงาน ทำตั้งแต่ซ่อมบำรุงทั่วไป และทำทุกอย่างในโรงงาน ไล่ไปตั้งแต่เครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า มีคำเรียกตำแหน่งอย่างผมว่า วิศวกรเป็ด หมายถึงทำทุกอย่าง” กฤษฎาเล่ายิ้มๆ

เป็นวิศวกรเป็ดอยู่ไม่นาน ก็เป็นจังหวะที่บริษัทมีนโยบายผลักดันด้านสิ่งแวดล้อม มีการสนับสนุนให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าระบบพลังความร้อนร่วม หรือโคเจเนอเรชัน ซึ่งให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานกล ที่มีการใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนในขณะเดียวกัน และอาศัยเชื้อเพลิงแหล่งเดียวกัน โครงการแรกของซีพีเกิดขึ้นในปี 2545 โชคดีที่เขาได้รับผิดชอบ

เริ่มแรกล้มลุกคลุกคลานเป็นพื้น โรงงานไก่เดี๋ยวไฟดับ เดี๋ยวไฟตก ทั้งคนทั้งไก่มึนไปหมด เห็นฝนเห็นฟ้าคนวิตกจริตก่อน น้ำฝนมาเมื่อไหร่ต้องรีบกินยารอไว้ เพราะปวดหัวแน่ ต่อมาได้ กฟผ.มาช่วยดู กังหันก๊าซเริ่มเสถียร ไฟฟ้าก็เสถียรขึ้นทันตา จากที่เดี๋ยวดับเดี๋ยวติด (ไฟฟ้า) กลายเป็นโรงงานตัวอย่าง การซิงโครไนซ์หรือการขนานระบบเข้ากับการไฟฟ้าฯ ก็ดีขึ้น ค่อยๆ ปรับจูน จนคราวนี้ฝนตกฟ้าร้องไม่กลัว โรงงานไก่ใกล้ๆ เขาดับมืดเป็นทิว แต่โรงงานไก่กรุงเทพโปรดิ๊วสสว่างจ้า

“ปี 2547 ซีพีประกาศนโยบายประหยัดพลังงาน เป้าหมายต้องลด 20% จากฐานเดิม เพียง 2 ปีจากนั้นคือในปี 2549 โรงงานไก่ของกรุงเทพโปรดิ๊วส ก็ได้รับเกียรติบัตรรางวัลหน่วยงานประหยัดพลังงานดีเด่น จากประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์”

ปัจจุบันกลุ่มซีพีมีแผนขยายโคเจเนอเรชัน โรงที่ 2 ที่สระบุรี และโรงงานอื่นๆ ในกลุ่ม ได้แก่ เมจิ หนองแค มีนบุรี และหนองจอก ซึ่งเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 121 ล้านบาทต่อปี และช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.4 หมื่นตันต่อปี

ในปี 2550 ราคาน้ำมันในตลาดเริ่มดีดตัว กฤษฎาให้ความสนใจไบโอดีเซล เขาหันมาศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเห็นว่ามีความเป็นไปได้ โดยในสายงานผลิตไก่ มีน้ำมันเหลือเฟือจากการปรุง (ทอด) เขาศึกษาเพิ่มเติมทั้งจากสมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จากนั้นก็เดินหน้าโครงการผลิตไบโอดีเซล

วิศวกรคนเก่งรีบเร่งออกแบบเครื่องจักร ปรับปรุงขั้นตอนเพื่อผลิตภายใต้มาตรฐานเชิงพาณิชย์ โดยสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้ถึง 100 ตัน 50% ใช้ในกลุ่มงานฟาร์มและโรงอุตสาหกรรมในเครือ อีก 50% ขายให้ ปตท. ในปี 2551 โครงการฯ ก็ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards ประเภทรางวัลชมเชยโครงการพลังงานหมุนเวียนแบบไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (Off Grid)

“กรุงเทพโปรดิ๊วสเป็นบริษัทเดียวในอุตสาหกรรมอาหาร ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้มาตรฐานในเชิงพาณิชย์ เรามีค่าพลังงานที่ประหยัดได้จากไบโอดีเซลมากกว่า 30 ล้านบาทต่อปี” กฤษฎาเล่า

ต่อมาในปี 2552 โครงการโคเจเนอเรชันของกรุงเทพโปรดิ๊วส ยังได้รับรางวัลเกียรติคุณแห่งความสำเร็จโครงการนำร่องบริษัทจัดการพลังงาน (ESCO Pilot Project) จากกระทรวงพลังงาน และในปี 2553 ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards 2010 ประเภทโรงงานควบคุมดีเด่น จากกระทรวงพลังงาน ล่าสุดปี 2554 กฤษฎาได้รับรางวัล Thailand Energy Awards 2011 บุคลากรดีเด่นด้านพลังงาน ประเภทผู้รับผิดชอบด้านพลังงานโรงงานควบคุม

“ที่มาพร้อมโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมคือ จังหวะและโอกาส รวมทั้งการพัฒนาตัวเองที่ต้องไปด้วยกัน รางวัลหลายรางวัลที่ได้รับ แน่นอนว่าคือความภูมิใจ คือเกียรติประวัติ อย่างไรก็ตาม รางวัลก็ไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญที่สุด โลกเหลือพลังงานจำกัด ถ้าวันนี้ไม่เริ่ม ลูกหลานเราก็น่าเป็นห่วง สำหรับผมแล้วคนทำเรื่องพลังงานทุกคนน่ายกย่อง ถามว่าจะทำต่อไหม ผมทำต่อแน่” กฤษฎา กล่าว