ความคิด ชีวิตและความท้าทาย ของพัชราวดี วีรบวรพงศ์

วันที่ 07 ส.ค. 2555 เวลา 08:47 น.
ความคิด ชีวิตและความท้าทาย ของพัชราวดี วีรบวรพงศ์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ 

“เชื่อมั่นในตนเอง คุณรู้มากกว่าที่คุณคิด” พัชราวดี วีรบวรพงศ์ หรือ กิฟ วัย 24 ปี บุตรสาวคนเล็กของ วรวิทย์ วีรบวรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมิคัลส์ พูดถึงชีวิตและความท้าทายที่กำลังจะเริ่มต้น

สาวน้อยหน้าใสที่วันนี้ดูมั่นสุดๆ ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรทไชน่า มิลเลเนียม (ไทยแลนด์) เจ้าของโครงการใหญ่ย่านประตูน้ำ ศูนย์การค้าเดอะ พาลาเดียม และโครงการเมกะพลาซ่า ตอบอย่างมั่นใจเมื่อถูกถามถึงอนาคต เหมือนไม่กลัวสิ่งใดที่อยู่ข้างหน้า

บุตรสาวคนสวยของมหาเศรษฐีเจ้าของสินทรัพย์ 325 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10,075 ล้านบาท ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 25 จากการจัดอันดับ 40 เศรษฐีรวยที่สุดในประเทศไทยของฟอร์บส์ปีล่าสุด ยิ้มน้อยๆ ชีวิตสำหรับเธอแล้วคือความท้าทายที่จะมาเมื่อใดก็พร้อมรับ

ปัจจุบันเริ่มต้นการทำงานกับธุรกิจของครอบครัว ช่วงแรกก็ต้องค่อยๆ ศึกษา ทำความเข้าใจไปก่อน พัชราวดีเพิ่งจบการศึกษาจากต่างประเทศ ปริญญาโท MA Global Business Management with Finance จาก Regents Business School ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

พัชราวดี เล่าว่า ใช้ชีวิตนักศึกษาอยู่ต่างประเทศทั้งหมดกว่า 10 ปี เพราะไปเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยม ใครที่คิดว่าลูกเศรษฐีไปใช้ชีวิตสุขสบาย ก็ต้องขออนุญาตบอกว่า ไม่ใช่เลย เพราะดอร์เส็ตเป็นเมืองเล็กๆ ถึงเล็กมาก ไม่มีสถานที่เที่ยว หรือสถานที่อำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งเมืองมีซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ 1 แห่ง ซึ่งก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ซื้อ แต่ก็มีข้อดีที่บรรยากาศการศึกษา เมืองเล็กสงบเงียบและสวยงาม นักศึกษาที่ใช้ชีวิตกันอยู่ที่นั่น เรียนหนังสือกันอย่างจริงจัง

“กินอาหารในโรงเรียน เพราะเป็นโรงเรียนประจำ ต่อมัธยมปลายที่ซัมเมอร์เซ็ต A Levels Millfield School, Somerset ซึ่งพอกัน (ฮา) หมายถึงบรรยากาศการเรียนการใช้ชีวิตที่จืดชืด แต่มองย้อนกลับไปตอนนี้ ก็ดีเหมือนกัน ไม่งั้นอาจวอกแวก หรือไปไหนแล้วไม่รู้” สาวน้อยหัวเราะเสียงใส

การเรียนการเลือกแทบไม่ต้องถามทางบ้านที่เมืองไทย อย่าว่าแต่จะขอความเห็นชอบว่าจะเรียนอะไร แค่จะถามก็ไม่ถาม เพราะคุณพ่อคุณแม่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้เรียนว่า จะเรียนอะไรก็ได้ การศึกษาชั้นปริญญาตรีเลือกเรียน Bsc Applied Business Management, Imperial College London จากนั้นจึงต่อปริญญาโทด้านไฟแนนซ์ บริหารจัดการธุรกิจ ซึ่งชอบมากและดีใจที่เรียนด้านนี้

“เพื่อนบอกว่าเรามีบุคลิกเหมือนพวกเรียนศิลปะ เหมือนติสต์หน่อยๆ แต่เอาเข้าจริง ชอบเลขค่ะ (ฮา) ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เล็ก ได้คะแนนดีมาตลอด ชอบวิชานี้เพราะอยากถูก 100% ถ้าทำได้ ฉันได้เต็มร้อย แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ผิดไปเลย ได้ 0 คะแนน จบ ในวิชาเลข ทุกอย่างมีเหตุมีผลลงตัว จะมีอันนี้ได้ ต้องมีอันนี้มาก่อน ผลลัพธ์หรือตัวเลขทุกตัวมีที่มาที่ไป จากเหตุจากผลที่ถูกต้อง เรียนแล้วไม่ฟุ้งซ่านดีนะคะ” พัชราวดี เล่า

วันนี้เริ่มต้นชีวิตการทำงาน ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายทั้งความรู้ความสามารถและภาระพิสูจน์ตัวเอง คุณพ่อก็คุณพ่อ มิได้ลดหย่อนให้หน้าค่าชื่อใดๆ ทั้งสิ้น เมื่ออยู่ในที่ทำงาน สถานะของเธอก็เป็นแค่คนทำงานคนหนึ่ง มาทำงานในฐานะพนักงาน ซึ่งไม่มีสิทธิพิเศษ ที่นี่ทำงานแบบมืออาชีพ ซึ่งตรงกับความต้องการและนิสัยส่วนตัวของเธอเอง เพราะไม่ต้องการให้ใครมาว่าได้ ประกอบกับมีนิสัยตรงไปตรงมา ทำอะไรตรงๆ พูดตรงๆ ซีเรียสกับงาน หรือถึงไม่ใช่เรื่องงาน ก็ซีเรียส (ฮา)

“คุณพ่อเป็นคนซีเรียสค่ะ ถ้าเป็นงานแล้วจริงจัง มาสายไม่ได้นะ ถึงเป็นลูกก็ไม่มีสิทธิ ทุกวันนี้ต้องตั้งนาฬิกาปลุก กลัวมาทำงานสาย” พัชราวดี เล่า

สำหรับงานใหญ่ที่รออยู่ของเกรทไชน่า มิลเลเนียมฯ พัชราวดีเล่าว่า อยากทำให้สำเร็จ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างความพยายามในการหาพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับห้าดาวหรือพันธมิตรศูนย์การค้า ทั้งเดอะพาลาเดียม และเมกะพลาซ่า ทั้งสองโครงการต่างมีจุดแข็ง คือทำเลใจกลางเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจสำคัญ โครงการมีแผนจะพัฒนาเป็นแหล่งหรือศูนย์ค้าส่ง ซึ่งมีช่องว่างและโอกาสทางการตลาดสูง

“โครงการได้รับการตอบรับที่ดีและน่าพอใจมาก อย่างศูนย์การค้าเมกะพลาซ่า จะพัฒนาเต็มพื้นที่ประมาณต้นปีหน้า ก็ขอเชิญชวนทุกท่านให้มาเที่ยวศูนย์การค้าของเรา ซึ่งจะพัฒนาเป็นศูนย์ค้าส่งเสื้อผ้าแฟชั่นและเครื่องประดับ รวมทั้งศูนย์รวมสินค้าประเภทเครื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดในกรุงเทพฯ” พัชราวดี กล่าว

 

บทความแนะนำ