‘ไอซ์สเกต vs ขี่ม้า’ 2 กีฬาไฮโซไม่ธรรมดา!

  • วันที่ 11 ก.ค. 2555 เวลา 08:22 น.

‘ไอซ์สเกต vs ขี่ม้า’ 2 กีฬาไฮโซไม่ธรรมดา!

โดย...มีนา

เทศกาลกีฬาของมวลมนุษยชาติ “โอลิมปิก” กำลังจะเริ่มต้นขึ้นราวปลายเดือนนี้ มี 2 ชนิดกีฬาที่นิยมมากทางฝั่งยุโรป แต่ไม่ได้รับนิยมมากนักในเมืองไทย เช่น “ไอซ์สเกต” และ “ขี่ม้า” ส่วนหนึ่งเพราะเป็นกีฬาที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง! เลยจำต้องฮิตอยู่กลุ่มลูกไฮโซ เนื่องจากไม่มีเงินสนับสนุนจากภาครัฐ จะฝึกซ้อมหรือแข่งขันต้องใช้ทุนของคุณพ่อคุณแม่ล้วนๆ

2 ครอบครัวเซเลบริตี เก๋สุวรรณา ศิลปอาชา ที่ส่งเสริมให้ลูกสาวคนโต น้องเทมส์ ฑีฆรี วัย 10 ขวบ เล่นไอซ์สเกต ปัจจุบันน้องเทมส์ยังเป็นนักกีฬาทีมชาติ “ฟิกเกอร์สเกต” ทีมบีด้วย ส่วน ตี้ลดาริน นันทาภิวัฒน์ ส่งเสริม น้องเกล้า ลรินดา วัย 13 ปี เล่นกีฬาขี่ม้าและกำลังไต่ระดับขึ้นสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ

ทั้งสองชนิดกีฬาที่ใครได้ฟังแล้วต้องตาโต เพราะไม่ใช่กีฬาบ้านๆ แถมมีเสน่ห์น่าสนุก หากฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ลูกอาจกลายเป็นนักกีฬาทีมชาติ นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติและครอบครัวได้อีกด้วย!

‘ไอซ์สเกต’ ลีลาสวยงามบนลานน้ำแข็ง

แม้กีฬาไอซ์สเกตไม่เป็นที่นิยมนักในเมืองไทย เนื่องจากมีอุปสรรคและข้อจำกัดหลายอย่าง อาทิ ความยากของชนิดกีฬาและค่าใช้จ่ายในเรื่องอุปกรณ์ เช่น รองเท้า ค่าสนามฝึกซ้อม รวมทั้งค่าเล่าเรียนค่าจ้างของโค้ชผู้สอนซึ่งแตกต่างกันไป เช่น โค้ชระดับโลกค่าจ้างเดือนละ 3 แสนบาท ไม่รวมค่าอาหารและที่พัก หากจ้างโค้ชไทยระดับนักกีฬาทีมชาติ ค่าสอนชั่วโมงละ 1,500–2,000 บาท เมื่ออยากส่งเสริมให้ลูกเป็นนักกีฬาทีมชาติ ก็ต้องลงทุนด้วยการฝึกซ้อมเกือบทุกวัน เพื่อให้กล้ามเนื้อนั้นชินต่อการเล่นท่วงท่าต่างๆ

 

สำหรับ เก๋-สุวรรณา ศิลปอาชา ที่ปรึกษานายกสมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย โดยมีสามี วราวุธ ศิลปอาชา นั่งแท่นนายกสมาคมฯ ก็ส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกสาว น้องเทมส์-ด.ญ.ฑีฆรี ศิลปอาชา นักเรียนโรงเรียนนานาชาติ วัย 10 ขวบ ที่เล่นกีฬาไอซ์สเกตเป็นประจำ และมุมานะฝึกฝนจนได้เป็นนักกีฬาทีมชาติฟิกเกอร์สเกตรุ่นเล็ก ทีมบี ซึ่งจุดเริ่มต้นของการชอบไอซ์สเกตเกิดขึ้นจากความชอบลีลาการวิ่งบนลานน้ำแข็งของพี่มิกกีเมาส์ จึงขอคุณพ่อคุณแม่เล่นกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบครึ่ง

“การจะปั้นนักกีฬาขึ้นมาหนึ่งคนเป็นเรื่องที่ยาก ต้องได้รับการส่งเสริมจากทั้งพ่อแม่ ตัวนักกีฬาเอง เพราะต้องซ้อมตลอดทั้งปี”

การส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬาชนิดใด ก็ควรปูพื้นฐานที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะได้ไม่ต้องมาแก้ไขในภายหลังซึ่งยากกว่า คุณแม่จึงพิถีพิถันจ้างโค้ชระดับทีมชาติมาสอนลูกสาวตั้งแต่ 4 ขวบจนถึงปัจจุบัน และเสริมด้วยการจ้างโค้ชระดับแชมป์โลกจากต่างประเทศ ทั้งโค้ชจีนและเกาหลีมาเพิ่มทักษะไปเรื่อยๆ ไม่ขาด

น้องเทมส์เล่นไอซ์สเกตมานานกว่า 6 ปี สุวรรณา บอกว่า สิ่งที่ลูกสาวได้จากกีฬาชนิดนี้คือ ได้ฝึกทั้งความรับผิดชอบ จากเด็กที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก คุณแม่ต้องใช้จิตวิทยามากในการสื่อสาร-เข้าถึง แต่ตอนนี้ลูกสาวเป็นเด็กที่รู้หน้าที่ ขยันฝึกซ้อมเพื่อลงแข่ง อีกทั้งยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง กล้ามเนื้อกระชับ มีระเบียบวินัยเรื่องการรับประทานแล้วไม่อ้วน

“ถ้านักกีฬาฟิกเกอร์สเกตรูปร่างอ้วนจะกระโดดไม่ได้ ลูกมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้าในการฝึกซ้อม พัฒนาทำท่ายากๆ ได้ไปเรื่อยๆ ซึ่งพ่อแม่ต้องเข้าใจลูก ที่สำคัญคือลูกรู้จักคำว่า รู้แพ้รู้ชนะ ชนะดีใจ ถ้าแพ้กลับมาซ้อมใหม่”

 

สำหรับการเป็นนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทย น้องเทมส์กำลังคร่ำเคร่งกับการฝึกซ้อมเตรียมตัวลงแข่งเดือน ส.ค.นี้ ในรายการเอเชียน โทฟี่ ที่ไต้หวัน ซึ่งนับว่าเป็นบันไดก้าวแรกในการแข่งขันรายการใหญ่ๆ ระดับนานาชาติ โดยน้องเทมส์มุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมมาก โดยได้โค้ชอดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกระดับโลกชาวเกาหลีมาเป็นโค้ชให้

“การจะเป็นนักกีฬาทีมชาติและแข่งในระดับสูงๆ ต้องฝึกซ้อมอย่างอดทนมาก ต้องซ้อมหนัก ชีวิตต้องมีระเบียบวินัยสุดๆ บางครั้งลูกต้องซ้อมหนัก บางท่าทำไม่ได้ จนลูกเกิดความเครียด แม่ก็จำเป็นต้องหาโค้ชที่มีอุปนิสัยและมีจิตวิทยาในการสอนเด็กให้ได้ คือไม่ทำให้ลูกเครียดจนเกินไปและต้องเข้ากับลูกเราให้ได้ การเรียนการสอนจึงจะมีความสุขกันทั้งสองฝ่าย”

น้องเทมส์ใฝ่ฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติฟิกเกอร์สเกต ซึ่งสมหวังแล้ว ส่วนในอนาคตข้างหน้าน้องเทมส์มุ่งมั่นอยากเป็นโค้ชทีมชาติไทย คุณแม่เก๋เล่าเสริมว่า หากลูกอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีเวลาและทุนทรัพย์ในการพาลูกมาฝึกซ้อม จนเกิดความชำนาญในกีฬาชนิดนั้นๆ

“กีฬาชนิดนี้เด็กๆ จะได้ฝึกทุกส่วนของร่างกายทั้งตา หู แขนขา เพราะต้องเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลง ดังนั้นจึงต้องมีสมาธิ ลูกจะได้เรื่องความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ซึ่งคนเอเชียได้เปรียบมากในการแข่งขันระดับนานาชาติ ที่สำคัญคือคนไทยมีศักยภาพและความเก่ง หากได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง คนไทยก็จะดีเลิศได้”

‘ขี่ม้า’ อิสระบนหลังอาชา

ในรอบ 10 ปีกีฬาขี่ม้าได้รับความนิยมที่มากขึ้น เพราะมีทั้งนักกีฬาและสนามแข่งและขี่ม้าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ปีนี้มีนักกีฬาขี่ม้าไทยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งในกีฬาโอลิมปิก ที่อังกฤษครั้งนี้ด้วย

มาดามตี้-ลดาริน นันทาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรีแอลเอ็น นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มาเธอร์แคร์และรองเท้าแบรนด์ดังฮอลส์เตอร์ จากออสเตรเลีย ด้วยตนเองหลงใหลในกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ลูกสาวคนโต น้องเกล้า-ลรินดา นันทาภิวัฒน์ ซึมซับและขี่ม้าตามคุณแม่ไปด้วย และจริงจังขึ้นเรื่อยๆ โดยน้องเกล้าเริ่มขี่ม้าตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ปัจจุบันอายุ 13 ปี และเคยฝึกซ้อมกับโค้ชชาวสวีเดนด้วย

 

คุณแม่ลดาริน เล่าว่า ลูกสาวอยากเป็นนักกีฬา อยากลงแข่งขันแข่งม้าเพื่อเพิ่มประสบการณ์ เมื่อคุณแม่เห็นความตั้งใจ จึงลงทุนซื้อม้ามาฝึกซ้อมเองจำนวน 3 ตัว เป็นพันธุ์จากอังกฤษ 1 ตัว และจากเยอรมนี 2 ตัว

“กีฬาแข่งม้าต้องอาศัยการฝึกซ้อม แม้น้องเกล้าจะยังไม่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ แต่ก็ต้องฝึกซ้อมเพื่อไต่ให้ไปถึงระดับนั้นในการแข่งขันสนามเล็กๆ ในเมืองไทย น้องเกล้ามุ่งมั่นอยากเป็นนักกีฬาแข่งม้าลีลา ก็ต้องซ้อมอย่างหนัก หากฝึกเยอะๆ การทำงานระหว่างม้ากับคนก็จะเชื่อมถึงกันได้ เข้าใจกันทั้งจังหวะและคำสั่งการเก็บคะแนนก็จะได้ผลที่ดี

กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่พิเศษ แม้สามารถเล่นคนเดียวได้ แต่ประสาทระหว่าง “คน” กับ “ม้า” ต้องความเชื่อมต่อกันให้ได้

“เมื่อเรามีม้าเป็นของตัวเองแล้ว ต้องให้การดูแลสุขภาพม้าเป็นอย่างดี ควรให้อาหารเอง วันเสาร์-อาทิตย์ว่างๆ ตี้กับลูกก็มาทำความสะอาดคอกม้าด้วยตัวเอง เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับม้า ตี้อยากแนะนิดหนึ่งว่า เวลาเลือกซื้อม้ามาต้องคิดว่า ซื้อม้ามาเพื่ออะไร เพื่อแข่งหรือขี่เล่น

ถ้าซื้อมาแข่งต้องซื้อตัวที่ไม่ดื้อ ไม่แกล้งเรา และต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้ขี่ ม้าต้องไม่เก่งเกินความสามารถของผู้ควบคุม แต่ละตัวมีราคาแพงมาก ยิ่งพันธุ์ดีๆ ตัวหนึ่งๆ ราคาไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไปจนถึงหลัก 10 ล้านบาท เลือกม้าสวย ม้าเก่ง แต่เราคุมไม่อยู่ก็ไม่ได้”

 

ลดาริน บอกอีกว่า กีฬาขี่ม้าค่อนข้างใช้ค่าใช้จ่ายมาก มีเงินซื้อม้าแล้ว ยังต้องนำม้ามาฝากเลี้ยงไว้ที่สปอร์ตคลับ ให้คนมาดูแลและเช่าคอกม้าคิดเป็นรายเดือน เดือนละ 2 หมื่นบาท รวมทั้งต้องซื้อยาและหาอาหารเสริมให้ม้ากินด้วย ดูแลตัดขนม้าเป็นอย่างดี ไม่นับรวมค่าโค้ชชาวต่างชาติ นักกีฬาทีมชาติชั่วโมงละ 2,000 บาท เวลานำม้าไปแข่งที่ไหนต้องออกค่าใช้จ่ายในการขนย้ายม้าไปยังสนามแข่งต่างๆ ล่วงหน้าก่อน 1 วัน เพื่อทำการฝึกซ้อมให้ม้าชินกับสนามแข่ง เวลานำม้าลงแข่งก็ต้องกลูมมิ่งถักเปียที่แผงขนคอม้าด้วย เรียกว่าทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ลดาริน บอกต่อว่า ข้อดีของกีฬาขี่ม้า คือ สอนให้ลูกมีความรับผิดชอบ เอื้อเฟื้อมีเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง อีกทั้งช่วยด้านสมาธิ เวลาฝึกม้าต้องมีสมาธิในการบังคับม้าในทิศที่ผู้ขี่ต้องการ “ลูกมีทักษะโดยเฉพาะการขี่แบบลีลา ลูกต้องมีความละเอียดอ่อนในการฝึกซ้อมม้า มีการสื่อถึงม้าที่ละเอียดอ่อน ต้องเข้าใจสัญลักษณ์และอุปนิสัยของม้าเพื่อเก็บคะแนนที่ดีในการแข่งขัน

สิ่งสำคัญคือลูกเรียนรู้จากความผิดพลาดในการแข่ง ผิดแล้วต้องรู้จักปล่อยวาง สิ่งสำคัญคือปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้น เวลานั่งอยู่บนหลังม้าก็ต้องรู้จักทรงตัวให้ดี อกผาย หลังตรง กีฬาขี่ม้าดีตรงสามารถขี่คนเดียวได้ ไม่ต้องเล่นเป็นทีม และการจะเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่ดี ต้องขยันฝึกซ้อม 6 วันต่อสัปดาห์ทีเดียว

“กีฬาขี่ม้าเหมาะกับเด็กผู้หญิงที่มีจิตใจที่รักสัตว์ บางครั้งการขี่ม้าอาจเกิดอุบัติเหตุในการขี่ม้า เช่น ม้าพยศอาจทำให้เด็กตกม้าได้ ฉะนั้นพ่อแม่ต้องทำใจและอย่าสปอยลูกมากเกิน” ลดาริน ทิ้งท้าย

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ