พงษ์ปณต องค์วัฒนา กับเป้าหมายที่สูงกว่า

  • วันที่ 21 ก.พ. 2555 เวลา 08:48 น.

“ชื่อของผมเขียนเป็นภาษาจีน อ่านว่า เสี่ยววง แปลว่าตี๋น้อย แต่เวลาอยู่เมืองนอกเพื่อนๆ

โดย..วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

“ชื่อของผมเขียนเป็นภาษาจีน อ่านว่า เสี่ยววง แปลว่าตี๋น้อย แต่เวลาอยู่เมืองนอกเพื่อนๆ เรียก ทอมมี่” พงษ์ปณต องค์วัฒนา หนุ่มนักเรียนนอกทุนยุโรปวัย 28 ปี เขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาจีน ก่อนเล่าให้ฟังถึงชีวิตนักเรียนทุนที่ครึ่งหนึ่งของชีวิต 15 ปีเศษต้องไปเรียนและใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ เริ่มจากระดับประถมและมัธยมที่ประเทศสิงคโปร์ (Cambridge Primary School และ MHSS School) ก่อนจะชิงทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศญี่ปุ่น คณะบริหารธุรกิจ (Ritsumeikan Asia Pacific University)

“คนชอบพูดว่า เด็กเรียนน่าเบื่อ เพราะเครียด คิดแต่จะเรียนอะไรแบบนี้ แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมคิดแต่ว่าถ้าผมมีเป้าหมาย ผมก็ใส่ความพยายาม แล้วทำให้ได้ นั่นแหละผม”

หลังจบปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น หนุ่มน้อยเสี่ยววง ก็ได้รับทุนจากสหภาพยุโรป อีราสมุส มุนดุส ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทอีก 3 ใบ ใน 3 ประเทศ คือ อังกฤษ อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ นับเป็นเด็กเรียนที่มุ่งมั่นและประสบความสำเร็จไม่น้อย ปริญญาโทใบแรก HeriotWatt University, Edinburgh, United Kingdom โดยเป็นโปรเจกต์แมนเนจเมนต์ ที่เน้นการศึกษาด้านงานบริหาร MSc in Strategic Project Management (European)

ทอมมี่ เล่าว่า เขาสนใจการบริหารธุรกิจ ดังนั้นการเรียนจึงเน้นไปในด้านนี้ โดยปริญญาโทอีก 2 ใบ คือ MIP Politecnico di Milano Business School, Milan, Italy และ Umea School of Business, Sweden ซึ่งก็เป็นการต่อยอดจากการบริหารสู่การใช้กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือทางธุรกิจ และการวางแผนงานสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น และสูงขึ้นเรื่อยๆ การเรียนจะแตกต่างไปจากเอ็มบีเอทั่วไป ที่เป็นการเรียนเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ ที่ดำเนินไปตาม “เลย์เอาต์” หรือบล็อกที่มีมาอยู่ก่อน

“การที่ผมสนใจงานด้านบริหารอาจเป็นเพราะผมรู้ว่าวันหนึ่งผมต้องรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว” ทอมมี่ เล่า

ครอบครัวของทอมมี่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายแว่นตา บิดาของเขารับถ่ายทอดธุรกิจจากรุ่นต่อรุ่น ปัจจุบันคือโรงงานผลิตเลนส์และอุปกรณ์แว่นตาอินเตอร์โกลด์ และบริษัท โกลเด้น ออพติคอล หรือ “แว่นทอง” ที่คนในแวดวงแว่นตารู้จักดี สำหรับแว่นทองถือเป็นกิจการบุกเบิกของชาวจีนรุ่นแรกๆ ในไทย โดยที่ตั้งของห้างตั้งอยู่ตรงใจกลางวงเวียนโอเดียน ย่านเยาวราช ใครไปใครมาแถวนั้นเชื่อว่าคงคุ้นตากันเป็นอย่างดี

 

สำหรับเป้าหมายของชายหนุ่ม ทอมมี่ บอกว่า คือการต่อยอดธุรกิจแว่นตา การสร้างแบรนด์ และการนำโกลเด้น ออพติคอล ไปสู่ทศวรรษแห่งความนำสมัย ความรู้และโนว์ฮาวด้านเทคโนโลยีที่จะต้องนำมาใช้มากขึ้น ผลิตภัณฑ์แว่นตาที่จะต้องตอบโจทย์ของความเป็นแฟชั่นและสุขภาพ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่

ทอมมี่วางแผนงานด้านการตลาดและการผลิตที่สอดรับกัน เขาเน้นไปที่แว่นตาแฟชั่นชั้นสูง การดีไซน์ที่ทันสมัย และออกแบบมาเพื่อรูปหน้าของคนเอเชีย ขณะเดียวกันก็เน้นที่การพัฒนาเทคโนโลยี ออกแบบนวัตกรรมแว่นตาที่ควบคู่กับสุขภาพ นอกจากนี้ยังนำเข้าแว่นตาต่างประเทศที่สามารถตอบโจทย์ไปในทิศทางเดียวกับกลยุทธ์หลัก ได้แก่ แว่นตายี่ห้อซาฟารี (Safari) ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น

“ซาฟารี เป็นแว่นตาแฟชั่น ที่ดูแลสุขภาพตาผู้สวมใส่ โดยเป็นนวัตกรรมนาโน โพลาไรซ์ ที่ปกป้องดวงตาจากแสงยูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) ได้ 100% สามารถตัดแสงที่ตกกระทบเลนส์ ลดความสว่างของแสง ที่สำคัญเป็นเลนส์ป้องกันแบคทีเรีย ที่ปกติเกิดขึ้นได้กับแว่นตา” ทอมมี่ เล่า

นอกจากนั้น ยังมีแบรนด์ อาโอโปส (Aopoess) และโซดา (Soda) รวมทั้งการรับผลิตแว่นตาให้แบรนด์แฟชั่นทั้งเสื้อผ้า กางเกงยีนส์ รวมถึงแว่นตาคอลเลกชันพิเศษของรถยนต์แบรนด์หรูก็ทำมาแล้ว ล่าสุดบริษัทยังได้รับลิขสิทธิ์จากบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ ผลิตแว่นตารุ่นทรานฟอร์เมอร์ และแฮร์รี่ พอตเตอร์ ด้วย

 

ปัจจุบันทอมมี่พูดสื่อสารได้คล่องแคล่วใน 5 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และภาษาอิตาเลียน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับชายหนุ่มในวัยเดียวกัน ทอมมี่ก็น่าจะเป็นต่อ เพราะในโลกการแข่งขัน เครื่องมือที่นำตัวเองไปสู่อันดับที่ดีกว่าย่อมเป็นข้อได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม ทอมมี่ยิ้มอายๆ บอกว่า ก็คงไม่ได้คิดจะเปรียบเทียบกับใคร เพราะเปรียบเทียบกับตัวเอง แข่งกับตัวเองนั้นดีที่สุด

“นอกจากจะแข่งกับตัวเองแล้ว ก็ต้องมีความสุขกับตัวเอง เป้าหมายที่สูงกว่าเป้าหมาย นั่นคือรู้จักตัวของตัว รู้จักทั้งจุดอ่อน รู้จักทั้งจุดแข็ง รู้จักที่จะใช้ชีวิตให้ได้ ใช้ชีวิตให้เป็น และมีความสุขกับทุกวินาทีของชีวิต”

ไลฟ์สไตล์แห่งความสุข

ใช้เวลากับครอบครัว

เพราะใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเป็นส่วนใหญ่ การได้กลับมาอยู่เมืองไทย ได้มาใช้เวลากับครอบครัวพ่อแม่พี่น้อง จึงเป็นความสุขสำหรับหนุ่มนักเรียนทุนคนนี้อย่างมาก ทำงานเสร็จแล้วก็จะนัดกันออกไปรับประทานข้าว รวมทั้งควงแขนคุณพ่อคุณแม่ ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสด้วยกันเป็นประจำ

แว่นตา

แพชชันในยามนี้คงหนีไม่พ้นธุรกิจแว่นตาที่ทำอยู่ ไม่อยากให้เสียทีที่ร่ำเรียนมาเยอะ ยิ่งไปกว่านั้น แว่นตากับทอมมี่ก็มีอะไรที่มากกว่าเรื่องของธุรกิจ เนื่องจากเกิดและเติบโตมาในบ้านที่ทำแว่นตา เห็นและคลุกคลีอยู่ด้วยมาแต่เด็ก

Love To Cook

เพราะอยู่เมืองนอกก็ต้องทำอาหารกินเองเป็นพื้น ชอบที่สุดคืออาหารอิตาเลียน แรกๆ ก็หัดทำจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะได้ฝึกปรือจนฝีไม้ลายมือแก่กล้า ก็เมื่อตอนมาเรียนที่มิลาน อิตาลีนั่นเอง เห็นอย่างนี้อร่อยนะจะบอกให้

Love To Play

ขึ้นชื่อว่ากีฬาแล้ว ชอบหมด หากกีฬาที่ชอบและถนัดเป็นพิเศษ คือ เวกบอร์ด ซึ่งทำให้ได้ออกกำลังเต็มที่ และได้ใช้ชีวิตเต็มที่ สุดๆ ดี

เทคโนโลยี & แฟชั่น

เมื่ออยู่ในแวดวงของธุรกิจแว่นตา ก็ต้องถือเป็นหน้าที่ในการอัพเดตตัวเองให้ทันกับเทคโนโลยีและแฟชั่น ส่วนใหญ่ติดตามจากแมกกาซีนต่างประเทศ

&<2288;

&<2288; 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ