เกาะติดไปกับนวัตกรรมในแบบ อนันต์ ตรีสิริเกษม

วันที่ 12 ม.ค. 2555 เวลา 09:44 น.
เกาะติดไปกับนวัตกรรมในแบบ อนันต์ ตรีสิริเกษม
ปัจจุบันบริษัทผลิตสื่อโฆษณามัลติมีเดียอันทันสมัยในเมืองไทยมีอยู่ไม่กี่บริษัท

โดย..วราภรณ์

ปัจจุบันบริษัทผลิตสื่อโฆษณามัลติมีเดียอันทันสมัยในเมืองไทยมีอยู่ไม่กี่บริษัท หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เอ็กซ์ตรีม พลัส ที่มี อนันต์ ตรีสิริเกษม ซีอีโอ นั่งแท่นเป็นผู้บริหาร ซึ่งในโลกอนาคตสื่ออินเตอร์แอคทีฟจะมีบทบาทกับการใช้ชีวิตของผู้คนมากขึ้น เนื่องจากสื่ออินเตอร์แอคทีฟดูน่าสนใจ เมื่อคนใช้สื่ออินเตอร์แอคทีฟแล้ว จะมีฟีดแบ็กตอบกลับมาทันที ทำให้การเรียนรู้หรือการรับข่าวสารเป็นเรื่องสนุกสนานและสะดวกสบายมากขึ้น เช่น การใช้สมาร์ตโฟน หน้าจอทัชสกรีน รวมไปถึงฟังก์ชันการสั่งงานด้วยเสียง เป็นต้น

ในฐานะทำงานด้านสื่ออินเตอร์แอคทีฟ จำเป็นที่ต้องก้าวตามทันเทคโนโลยีอยู่เสมอ จากเด็กชายช่างคิด มีจินตนาการ ชอบค้นคว้า ชอบทดลอง และเป็นเด็กช่างสงสัย อนันต์จึงเปิดบริษัททำงานด้านพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขึ้น จนปัจจุบันกลายเป็นบริษัทผลิตสื่ออินเตอร์แอคทีฟติดอันดับต้นๆ ของประเทศ สำหรับงานอีเวนต์ในโลกอนาคต อนันต์บอกว่าสื่ออินเตอร์แอคทีฟมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เช่น งานโชว์รูมโชว์สินค้า งานนิทรรศการในโรงเรียน อีกทั้งใช้ในการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ดึงความสนใจของผู้คนได้มากขึ้น

ด้วยเป็นผู้บริหารบริษัทพัฒนาสื่ออินเตอร์แอคทีฟ ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของอนันต์คือ บริหารด้านนวัตกรรม หาเทรนด์ใหม่ๆ มานำเสนอให้ลูกค้าได้เลือกสรร รวมทั้งคิดหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ เขาจึงไม่หยุดนิ่งในการเรียนรู้หานวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อเช็กว่านวัตกรรมในแต่ละประเทศจะไปในแนวทางไหน

“ในแต่ละปีผมต้องเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อศึกษาสื่อโฆษณาต่างๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อการจับเทรนด์มาใช้ในเมืองไทย ประเทศที่พัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำที่สุด นักพัฒนาคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มานำเสนอ ไม่ไปไม่ได้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ สวีเดน

เรื่องเทรนด์นวัตกรรมอันไหนจะมา ผมศึกษาจากพฤติกรรมของผู้ใช้ แต่งานของเราเน้นไปที่อินเตอร์แอคทีฟ ดิสเพลย์ ตอนนี้คำว่า อินเตอร์แอคทีฟ ถูกใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และอยู่ในชีวิตประจำทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว เช่น ไอโฟน ไอแพด จอภาพทัชสกรีน สามารถโต้ตอบกับเราได้โดยใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ต่อไปอย่างไอโฟน 4เอส คือการสั่งการด้วยเสียง ก็คือการอินเตอร์แอคทีฟอย่างหนึ่ง เมื่อมีการใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนไป เมื่อเห็นจอภาพอะไรก็ชอบเอาปลายนิ้วไปสัมผัส คนจึงยอมรับและเคยชินกับเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น โปรดักต์อินเตอร์แอคทีฟของบริษัทจึงเติบโตมากขึ้นทุกปีมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์”

เมื่อชอบไอทีและได้ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อนันต์จึงมีความสุขกับการไปดูงาน ซึ่งไม่เหมือนทำงาน เพราะสนุกและเป็นงานที่ตนเองรัก

“การทำงานด้านไอทีสนุก เหมือนเป็นงานอดิเรก ไปดูเทคโนโลยี ซึ่งคือการไปทำงานแต่เราเหมือนไปเที่ยว ไปดูความแปลกใหม่ เรามีความสุขกับการคิดและทำ หน้าที่ของผมคือคิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาตอบสนองความต้องการ อย่างมีลูกค้ามาหาเราพร้อมกับไอเดีย อยากได้อะไร เราก็จะช่วยคิดว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันและในโลก มีอะไร ถ้าไม่มีเราจะสามารถพัฒนาสิ่งที่เขาต้องการด้วยทีมวิศวกรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ไหม และได้อย่างไร ใครรู้ว่าสวีเดนเป็นประเทศที่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ค่อนข้างเยอะ เรามีพาร์ตเนอร์อยู่ในหลายประเทศ ทุกปีผมต้องไปดูงานนิทรรศการ การจัดงานในหลายๆ ประเทศ ผมชอบเข้าไปในห้าง พิพิธภัณฑ์ เพื่อดูเทรนด์ ดูเทคโนโลยีที่เขานำมาใช้ในการนำเสนอเพื่อสื่อไปถึงผู้ชม มีอะไรที่แปลกใหม่ น่าสนใจ แนวความคิดของเขาเป็นอย่างไร”

ในชีวิตการทำงานและชีวิตพักผ่อน นักพัฒนาด้านอินโนเวทีฟอย่างอนันต์ ขาดไม่ได้เลย คือ กล้องวิดีโอ ไอโฟน ไอแพด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แมค เวลาเดินทางต้องจีพีเอส กล้องถ่ายภาพดิจิตอล ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตทั้งสิ้น

การเป็นนักพัฒนาด้านนวัตกรรมที่ดี อนันต์ บอกว่า ต้องศึกษาหาความรู้เยอะๆ ต้องติดตามเทรนด์ให้ทัน มีวิสัยทัศน์ที่ดี สามารถมองไปข้างหน้าได้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร โดยนำประสบการณ์ในปัจจุบันประกอบกับเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานนำมาผสมผสาน และมองไปข้างหน้า เทรนด์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และต้องหางานของนักวิจัยอนาคตมานั่งศึกษา เรียกว่าทำงานด้านนี้เอาต์ไม่ได้

“ผมชอบดูหนังประเภทหนังไซไฟ หนังวิทยาศาสตร์มาก เพราะเป็นหนังของโลกอนาคต อย่างหนังเรื่อง ไมนอริตี รีพอร์ต หน่วยสกัดอาชญากรรม ล่าอนาคต หนังเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ฉากหนึ่งพระเอกยืนอยู่หน้าจอใสๆ แล้วเอามือไปแตะกับจอภาพใสๆ จอภาพและข้อมูลก็เปลี่ยน ซึ่งเมื่อก่อนคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สามารถเป็นไปได้แล้ว ซึ่งน่าทึ่งมาก”

5 ชิ้นคู่ใจหนุ่มไอที

ไอโฟน 4 : ผมใช้โทร.เข้า โทร.ออกปกติ แต่แอปสำหรับสนทนาผมใช้วอทส์แอป เพื่อใช้ติดต่อกับพนักงาน ลูกค้าบางคน รวมทั้งซัพพลายเออร์ เพราะสะดวกดี บางครั้งก็เล่มเกมบนโทรศัพท์ แต่เป็นเกมที่ใช้เชาวน์ปัญญา การเล่นเกมช่วยให้เรามีจินตนาการมากขึ้น

ไอแพด : ไอโฟนหน้าจอเล็ก แต่เวลาใช้งาน หน้าจอใหญ่ ผมใช้งานอินเทอร์เน็ต อย่างเวลาไปรอที่สนามบินผมนิยมหยิบไอแพดมาใช้ สะดวก ใช้เขียนอีเมล โปรแกรมเอ็กเซล เป็นต้น

แมคบุ๊ก แอร์ : ผมใช้ในการทำงาน เช็กเมล สั่งงาน คิดงาน พรีเซนต์งาน เพื่อเอาไว้ประชุมงาน รวมทั้งคุยอธิบายงานกับพนักงานของเราด้วย

กล้อง : กล้องผมใช้ 2 ชนิด คือ กล้องคอมแพกต์ กับกล้องวิดีโอแคนนอน เอ็กซ์ แอฟ 100 กล้องคอมแพกต์ ผมพกไปดูงานต่างประเทศ เพราะพกง่าย ถ่ายภาพได้สะดวก เก็บภาพเพื่อมาเปิดให้ทีมงานได้ดู เพื่อพัฒนางานของเรา ส่วนกล้องวิดีโอตัวใหญ่ของแคนนอนเป็นฟูลเอชดี ผมจะใช้ในงานที่ต้องพรีเซนต์ผลงานของเรา ผมจะใช้กล้องตัวนี้บันทึกภาพในมุมมองที่เราเห็นว่าเป็นมุมกล้องที่ดี เพื่อใช้ในการพรีเซนต์งานให้ลูกค้าได้เห็นว่านวัตกรรมชิ้นนี้จะให้ผลงานออกมาแบบนี้ คนจะได้เข้าใจว่าโปรดักต์ของเราคืออะไร มีการใช้อย่างไร ผู้คนมีปฏิกิริยากับงานของเราอย่างไร

จีพีเอส : ผมใช้ในการเดินทางต่างจังหวัดในกรณีที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง แต่ตอนนี้ใช้น้อยเพราะใช้ในไอแพดแทนได้ จีพีเอสผมใช้ของการ์มิน การใช้จีพีเอสทำให้เราไปถึงที่หมายรวดเร็ว ประหยัดเวลา