เพ็ญศศิธร จำปาพันธุ์ เรียนรู้อยู่เสมอเพื่องานที่ดี

วันที่ 12 ธ.ค. 2554 เวลา 08:27 น.
เพ็ญศศิธร จำปาพันธุ์ เรียนรู้อยู่เสมอเพื่องานที่ดี
หลังจากจบจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นุ่นเพ็ญศศิธร จำปาพันธุ์ ก็เข้าทำงานเป็นนักข่าวและผู้ประกาศ

โดย...อณุศรา ทองอุไร

หลังจากจบจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นุ่นเพ็ญศศิธร จำปาพันธุ์ ก็เข้าทำงานเป็นนักข่าวและผู้ประกาศ

ของเคเบิลทีวีแห่งหนึ่งกว่า 3 ปี และล่าสุดก็ได้ย้ายมาทำงานในตำแหน่งผู้ควบคุมการผลิตให้กับทีวีประจำองค์กรของธนาคารธนชาต ดูแลในส่วนทีวีภายในของธนชาต ดูแล Content การผลิต และเป็นพิธีกรด้วย

เธอเล่าว่า เมื่อก่อนจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง แต่มาค้นพบว่าชอบเรียนและทำงานด้านนี้ ก็เลยชัดเจนว่าเป็นทางสายที่ชอบก็พยายามฝึกพูดฝึกอ่านให้พูดจาชัดเจนคล่องแคล่ว อะไรที่เป็นจุดอ่อนก็พยายามเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ริเริ่มอะไรใหม่ๆ “ตอนเด็กๆ คิดว่าตัวเองภาษาอังกฤษไม่ดี ถ้าจะให้ดีก็ต้องไปต่างประเทศเพื่อให้เราได้ใช้ภาษาทุกวัน ก็ฝึกปรือจนสอบได้ทุน AFS ไปเรียนภาษาที่สหรัฐอเมริกา 1 ปี การได้ไปอยู่กับครอบครัวชาวอเมริกัน ทำให้เราได้พูดอย่างเข้าถึงจริงๆ แถมยังได้ความกล้า มีความรับผิดชอบตัวเองมากยิ่งขึ้น เป็นพื้นฐานในการกล้าพูด กล้าแสดงออก จนมาทำงานด้านนี้ได้อย่างมั่นใจ

งานของเธอเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และพิธีกร ในบางครั้งถือเป็นงานที่มีความสุขและได้มีความรู้เรื่องการเงินใหม่ๆ อยู่เสมอ เวลาที่ธนาคารออกธุรกรรมทางการเงินอะไรใหม่ๆ ก็จะนำมาทำรายการเพื่อเผยแพร่ให้ความรู้กับลูกค้าของธนาคาร รวมทั้งเรื่องให้ความรู้ทั่วๆ ไปเกี่ยวกับการเงินและการออมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะออกอากาศช่วงเวลาทำการของธนาคาร โดยเปิดทุกสาขาของธนาคารที่มีอยู่กว่า 800 สาขาทั่วประเทศ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับการให้ความรู้กับพนักงานของธนาคารในเรื่องสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งจะออกอากาศช่วงเช้าและช่วงเย็นหลังจากธนาคารปิดทำการแล้ว

“ช่วงนี้เพิ่งผ่านน้ำท่วมใหญ่มาเราก็จะให้ข้อมูลเรื่องประกันรถ ประกันบ้าน หรือให้ความรู้เรื่องดูแลรถหลังน้ำท่วม เนื้อหาก็จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ว่ามีอะไรเหมาะสมที่ควรจะพูดถึง ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งไม่ค่อยมีธนาคารไหนทำแบบนี้ที่เป็นทีวีวงจรปิดของตัวเอง”

สำหรับอนาคตที่มองไว้ในระยะอันใกล้นี้ก็คือ ทำสิ่งที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด รวมทั้งเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้และเริ่มอะไรใหม่ๆ อยู่เสมออะไรที่ยังไม่รู้ก็จะไปเรียนเพิ่มเติม อะไรที่ยังไม่เคยทำ หากมีโอกาสก็จะลองทำดูว่าเป็นทางที่เราชอบและใช่สำหรับเราหรือไม่

สำคัญในการงาน

1.หนังสือเสริมสร้างความรู้และจินตนาการ

หนังสือที่ชอบและกระตุ้นต่อมคิดของเธอที่ชอบมี 2 เล่ม คือ คิดถึงทุกปี ของบินหลา สันกลาคีรี เป็นรวมเรื่องสั้น 9 เรื่อง แต่ที่ถูกใจมากคือ เรื่องคิดถึงทุกปี ที่เน้นการพูดถึงการทะนุถนอมความรักความรู้สึกของคนที่เรารักและเราไม่ได้รัก รวมถึงการรักษาระยะห่างของคนที่เราต้องปฏิสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อน แฟน ใช้ได้ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เนื้อหาก็อ่านง่ายสบายๆ

อีกเล่มคือ นายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา ของ ทรงกรด บางยี่ขัน ที่พูดถึงคนเราที่มีความเป็นเด็กและเป็นผู้ใหญ่ในตัวเอง แต่ต้องเลือกใช้ในเวลาที่เหมาะสมว่า ตอนไหนควรเป็นเด็ก ตอนไหนควรเป็นผู้ใหญ่ อย่าทำผิดที่ผิดเวลา อ่านแล้วชอบโดนใจมาก และสามารถเอามาใช้ได้จริงในบางครั้ง

2.กล้อง

โพลาลอยด์ของฟูจิ ถ่ายแล้วรูปออกมาได้เลยภายใน 5 นาที เหมาะกับคนคิดด่วนคิดไว้ เวลาไปเห็นอะไร หรือถ่ายรายการอยู่ก็อัดออกมาดูว่า แต่งหน้า ทำผม ดียัง แอ็กติงดีหรือยังจะได้ปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ในฉับพลัน เพราะในเรื่องงานบางครั้งมีหลายสถานการณ์ที่เราอาจควบคุมไม่ได้ การได้เช็กเบื้องต้นก่อนก็ช่วยได้เยอะ

3.นาฬิกา

คุณแม่ให้เป็นของขวัญวันเกิดใส่แล้วก็นึกถึงคุณแม่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคำที่ท่านสั่งสอน และในการทำงานเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนมีเวลาเท่าๆ กันเสมออยู่ที่จะบริหารจัดการได้ดีมากน้อยเพียงไร เปรียบชีวิตการทำงานของเราตอนจบใหม่ๆ เราก็เป็นเข็มวินาที ทำงานไปสักพักก็เป็นเข็มนาที นานวันขึ้นรับผิดชอบมากโตขึ้นเปรียบเหมือนเข็มชั่วโมง แต่ไม่ว่าจะเป็นเข็มวินาที นาที หรือเข็มชั่วโมง ทุกคนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ขาดเข็มใดเข็มหนึ่งไปไม่ได้

4.สมุดบันทึก

เทคโนโลยีจะก้าวไกลไปเพียงใด แต่วิธีการบ้านๆ พื้นๆ อย่างการเขียนบันทึกก็ยังถือว่ามีเสน่ห์อยู่เสมอ เป็นคนชอบจดมีโน้ตแปะไว้เสมอเป็นการเตือนความจำ วันนี้ทำอะไรไปบ้างโอเคแล้วหรือยัง พรุ่งนี้ต้องทำอะไร ทำครบไหม ปล่อยงานค้างเป็นดินพอกหางหมูไว้หรือเปล่า ทำให้ครบตามที่ต้องการในแต่ละวัน การเขียนเป็นการกระตุ้นผ่านทั้งการเขียนและการอ่านต้องมีสมุดติดกระเป๋าไว้เสมอ

5.โทรศัพท์

บีบีใช้ได้ดีทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวขาดไม่ได้ เพราะงานต้องติดต่อสื่อสารอยู่เสมอ แต่พยายามจะใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารเท่าที่จำเป็น ไม่อยากให้มากเกินไป แต่เอาเข้าจริงๆ ก็อดไม่ได้ แต่ก็พยายามไม่ให้มากเกิน