อรรถพล วิจิตเกษมกิจ บริหารงานแบบรุ่นที่ 2

วันที่ 14 พ.ย. 2554 เวลา 08:21 น.
อรรถพล วิจิตเกษมกิจ บริหารงานแบบรุ่นที่ 2
ผู้ชายวัย 30 ปลายๆ นักอัญมณีศาสตร์ และทายาทรุ่นที่ 2 ของร้านเพชรการัต ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี

โดย..อณุศรา ทองอุไร

ผู้ชายวัย 30 ปลายๆ นักอัญมณีศาสตร์ และทายาทรุ่นที่ 2 ของร้านเพชรการัต ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี นอกจากนี้เขายังแบ่งเวลาไปช่วยงานบ้านงานเมืองด้วยการเป็นคณะกรรมาธิการวุฒิสภามาได้เกือบ 3 ปี อรรถพล วิจิตเกษมกิจ เจ้าของร้านเพชรการัต ซึ่งมีอยู่ 2 สาขา คือ ที่เอ็มโพเรียม และพารากอน ซึ่งสาขาที่เขาดูแลนั้นคือพารากอน ส่วนเอ็มโพเรียมนั้นพี่สาวเป็นผู้ดูแล

ทางด้านการศึกษานั้น เขาจบปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) และไปจบปริญญาโทด้านบริหารและการตลาดจากสหรัฐอเมริกา ครอบครัวของเขาทำธุรกิจด้านจิวเวลรีมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ซึ่งใช้ชื่อว่าร้านเพชรนายเอี๋ยว บุกเบิกมาตั้งแต่ยุคบ้านหม้อ จนมาอยู่ที่ถนนสุขุมวิท จนคุณพ่อของเขาแยกมาตั้งแบรนด์เองชื่อว่า การัต และในรุ่นของเขานั้นก็เตรียมจะสร้างแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก ในชื่อว่า Karatise ซึ่งเขากับน้องชายจะเป็นผู้ดูแล โดยจะเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล พระราม 9 ที่จะเปิดปลายปีนี้

เขากล่าวว่า เดิมแบรนด์การัตจะจับกลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมียม เน้นงานฝีมือ ของจะชิ้นใหญ่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทขึ้นไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทำงานจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่แบรนด์ใหม่จะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เด็กลงอาจจะเป็นวัยนักศึกษาหรือวัยเริ่มต้นทำงาน หรือผู้ใหญ่ที่ชอบอะไรที่ทันสมัย การออกแบบจะทันสมัย ชิ้นเล็กลง เพื่อใส่ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้สึกเยอะหรือเวอร์เกินไป ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 34 หมื่นบาท

แม้ธุรกิจเครื่องประดับเพชร หลายคนอาจจะมองว่าเป็นของหรูหราฟุ่มเฟือย แต่สำหรับเขาคิดว่าเพชรและเครื่องประดับทองถือว่าเป็นทรัพย์สมบัติที่มีค่าได้อีกรูปแบบหนึ่ง ถือว่าเป็นการลงทุนที่ดี และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น ที่สำคัญราคาก็จะไม่ตกมาก หากเป็นเพชรเม็ดใหญ่ขนาด 1 กะรัต ก็มักจะราคาไม่ตก อย่างน้อยราคาจะขึ้นปีละ 5-10% เสมอ อีกทั้งยังเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดให้กับลูกหลานเป็นอย่างดี แถมเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงรสนิยมได้เป็นอย่างดี

“ถือเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งที่ไม่เสื่อมราคา เสื้อผ้า รองเท้า นานวันอาจจะเสื่อมค่า ใส่ไป 56 ครั้งก็เบื่อก็เก่า แต่เครื่องเพชรนี่ยิ่งเก่ายิ่งคลาสสิก เมื่อเบื่อก็มารื้อเปลี่ยนแบบทำตัวเรือนใหม่ได้ราคาถูกกว่าที่จะไปซื้อวงใหม่ จ่ายแค่ครึ่งเดียวแต่ได้แหวนเม็ดใหญ่กว่าเดิม”

ส่วนหลักการทำงานของเขานั้นก็คือ ทำงานอย่างมีจรรยาบรรณ คือ ซื่อสัตย์และจริงใจต่อลูกค้า การทำจิวเวลรีลูกค้ามักจะผูกพันกันมาอย่างนาน ซื้อกันตั้งแต่รุ่นคุณแม่จนมาถึงรุ่นลูก บางคนซื้อกันมาเป็น 2030 ปี ชื่อเสียงและภาพพจน์เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ซื่อสัตย์ลูกค้าซื้อครั้งสองครั้งก็ไม่มาอีก เพราะฉะนั้นปากต่อปากเป็นเรื่องสำคัญ ที่สามารถทำให้ลูกค้าเชื่อใจได้ ยิ่งร้านเก่าแก่มีชื่อเสียงก็ต้องรักษาคุณภาพไว้ให้อยู่คงที่ยาวนานตลอดไป

แรงบันดาลใจ

1.หนังสือหน้าที่น่าทำ ของท่าน ว.วชิรเมธี เป็นเรื่องจริยธรรมมาตรฐานของคนทำงาน อ่านง่ายๆ สบายๆ ถือเป็นธรรมะที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ทันสมัย อ่านเข้าใจง่าย และหนังสือของท่านพุทธทาสก็เป็นหนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่ง เป็นปรัชญาการใช้ชีวิต ที่อ่านเข้าใจง่าย ไม่ยากเกิน การได้อ่านหนังสือธรรมะดีๆ ทำให้จิตใจเบาสบาย มีมุมมองที่แปลกใหม่มากขึ้น รวมถึงชอบสะสมพระที่ได้จากผู้ใหญ่ที่เคารพหลายท่าน เป็นคุณค่าทางใจที่ดีอย่างหนึ่ง

2.หนังสือเจฟฟรีย์ อาร์เชอร์ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 36 เรื่องที่เป็นแนวสืบสวนสอบสวนหักมุม อ่านแล้วสนุก ชวนให้คิดตาม ได้ฝึกคิดฝึกสมอง

3.หนังสือสนุกคิดแล้วบิดขี้เกียจ ของ หนุ่มเมืองจันท์ หนังสือของเขาเป็นแนวธุรกิจที่อ่านง่ายไม่ซ้ำซ้อน มีสำนวนการเขียนที่มีมุมมองเชิงบวก แถมมีมุขขำๆ แทรกอยู่ให้ได้มีรอยยิ้ม ตัวอย่างที่เขายกมาหลายคนประสบความสำเร็จด้วยการทำงานแบบไม่เครียด ถือเป็นหนังสือฮาวทูที่ดีเล่มหนึ่ง

4.นาฬิกาโรเล็กซ์ เป็นของสะสมของเขา เป็นยี่ห้อที่ชอบ ในแต่ละปีเขาจะเก็บเงินซื้อ 1 เรือน ถ้าเทียบเรื่องคุณภาพและราคา กับแบรนด์อื่นถือว่ายี่ห้อนี้ไม่แพงจนเกินไป ใส่ได้ทนทาน ยิ่งถ้ารุ่นพิเศษก็เป็นสมบัติที่ดีเก็บไว้ขายในอนาคตราคาก็ไม่ตก

5.แหวนรุ่นใหม่ที่เขาเพิ่งทำออกมา ชื่อรุ่น illusion ถือเป็นการทดลองตลาดจากแบรนด์การัต ที่ต้องการผลิตของชิ้นเล็กลง แต่คงคุณภาพที่ดีไว้ แต่คุมราคาที่ไม่แพงเกินไปอยู่ในระดับ 45 หมื่นบาท หลังจากลองตลาดมาได้ประมาณ 56 เดือน ปรากฏว่าได้รับการต้อนรับจากตลาดได้เป็นอย่างดี จนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเปิดแบรนด์ใหม่ที่เด็กลงอย่างเป็นทางการชื่อว่า คาราทีสส์ ในสิ้นปีนี้อีก 1 แบรนด์