เมื่อกลไกแห่งจักรวาลทำงาน ปิยนุช ประสพสงค์

วันที่ 31 ต.ค. 2554 เวลา 07:54 น.
เมื่อกลไกแห่งจักรวาลทำงาน ปิยนุช ประสพสงค์
หัวอกลูกจ้างประจำ เชื่อว่าจะต้องมีสักครั้ง ที่คิดอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เรื่องของแอนนี “ปิยนุช ประสพสงค์”

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

หัวอกลูกจ้างประจำ เชื่อว่าจะต้องมีสักครั้ง ที่คิดอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เรื่องของแอนนี “ปิยนุช ประสพสงค์” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อพันล้าน “บิลเลี่ยน บีฟ” คือตัวอย่างของคนทำงานประจำ ซึ่งกล้าคว้าโอกาส ก่อร่างสร้างธุรกิจ จนกลายเป็นเอสเอ็มอี “พันล้าน” ตัวอย่างของคนที่ทำความฝันให้เป็นจริง

ความเบื่อความกล้ามาพร้อมกัน

“ไม่ได้อยู่ในสมองเลยว่า วันหนึ่งจะต้องมาเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว” แอนนี เล่า

กว่าจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจ คิดว่าง่ายก็ง่าย คิดว่าไม่ก็ไม่ ตัวเธอเองบอกถึงแรงบันดาลใจก็คือความฝัน แต่ถ้าแค่ฝันมันก็จะแค่นั้น เพราะความฝันถ้าไม่ทำ มันก็จะลอยห่างไปเรื่อยๆ ชีวิตวันนี้ต้องขอบคุณคนหลายคน ไม่ว่าจะญาติสนิทมิตรคอยเชียร์ เจ้านาย พี่สาว โดยเฉพาะสามี ที่ต่างมีส่วนผลักดัน ทั้งกระตุ้นเตือน หรือแม้กระทั่งคิดสูตร (ก๋วยเตี๋ยว)

แอนนีเรียนจบมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยไปเรียนปริญญาโทเกี่ยวกับคอมมูนิเคชันอาร์ต คอมพิวเตอร์กราฟฟิก อยู่เมืองไทยอ่อนไหวได้ แต่เมื่ออยู่เมืองนอก ต้องหัดตัวเองให้แกร่ง เป็นสาวแกร่งหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็รอดปลอดภัยและเรียนจบกลับเมืองไทยได้ก็แล้วกัน

 

เข้าทำงานที่บริษัทโฆษณาชื่อดัง ก่อนจะย้ายไปทำงานกับ DTAC บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น รับผิดชอบด้านสปอนเซอร์ชิป และแพลนเนอร์ชิป ทำงานอยู่ที่ดีแทค 6 ปี โดยในช่วงปีท้ายๆ ของการทำงานนั่นเอง ที่ความคิดชั่ววูบของคนทำงานประจำทุกคน แวบผ่านเข้ามา “อยากมีอะไรเป็นของตัวเอง” แต่จะอะไรล่ะ แค่คิดน่ะง่าย แต่คิดจริงๆ เอาเข้าจริงๆ ไม่ง่ายนะ

“ทุกวัน แอนนีต้องนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานตอนเช้า มันเป็นอะไรที่เบื่อมาก รถไฟฟ้าช่วงเช้าคนแน่นเบียดเสียด แอนนีต้องมาขึ้นรถขบวนนี้ทุกวัน เวลานี้ทุกวัน เจอคนแน่นๆ ในตู้รถไฟแบบนี้ทุกวัน แล้วแอนนีก็คิดว่า ไม่อยากทำงานกินเงินเดือนแล้ว เพราะไม่อยากทำอะไรแบบนี้อีกต่อไปแล้ว” แอนนีเล่าถึงเวลานาทีแห่งความเบื่อ

ไปถึงที่ทำงานเธอเดินพุ่งไปที่ห้องเจ้านาย ขอลาออกเลย! วินาทีนั้นไม่คิดอะไรมาก อาจเพราะเบื่ออยู่นานมา สะสมเข้าทุกวันๆ จนเครียดกดดัน จำได้ว่าไม่ได้คิดอะไรอยู่ในหัว ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย จะไปทำอะไร อยู่ยังไง ไม่ได้คิด เจ้านายตกใจ แต่ยังไม่เท่าเจ้าตัวคนขอลาออกเองก็ตกใจ (ฮา) เจ้านายถามว่า เฮ้ย! จะไปเหรอ จะไปทำอะไร ก็นึกอยู่เดี๋ยวหนึ่งแล้วตอบเจ้านายว่า คงจะไปอเมริกา เนื่องจากพี่สาวอยู่อเมริกา ทำร้านอาหารไทยอยู่ที่โน่น

แอนนีคิดตามประสาว่า ก็คงไปช่วยพี่สาวทำร้าน ซึ่งสามี (ขณะนั้นยังไม่รู้เรื่อง) หรือพี่สาวคนที่จะไปอยู่ด้วย ไม่มีใครรู้หรือเขาจะเห็นดีด้วยหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ ยังไม่ได้ถามเขาเลย (ฮา) เจ้านายให้สติว่า สหรัฐไม่เหมือนเมื่อก่อนนะ จะไปทั้งครอบครัวนี่เรื่องใหญ่ แต่แอนนีก็เหมือนกดปุ่ม ฉันตัดสินใจแล้ว เจ้านายจึงว่า ทำอะไรอยู่เมืองไทยดีกว่า

แล้วไอเดียก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาได้ยังไง ก็คงมาเพราะความชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อของก๊วนนายนี่แหละ เจ้านายของแอนนีชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาก เวลาพักเที่ยงก็ชวนเหล่าบรรดาลูกน้อง พากันตะลอนไปหาก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยๆ กิน แต่ความที่มันไม่ค่อยมีแล้ว คนชอบกินเนื้อจะทราบดี เดี๋ยวนี้หาร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยๆ กินยาก ร้านอร่อยก็ชอบไปอยู่ในตรอกซอกแคบ จอดรถกินก็ลำบาก ต้องใช้ความพยายามเดินเข้าไปหากิน อากาศก็ร้อนซกๆ กินไปปาดเหงื่อไปฉะนั้น

 

เจ้านายถามว่า ทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อได้ไหม ถ้าทำได้ พี่หุ้น นี่เลยคำเดียวสั้นๆ แอนนีและสามีไปเรียนทำก๋วยเตี๋ยว ทั้งคู่ชอบกินเนื้อแต่จะทำขายนี่ก็อีกเรื่อง สามี “ชาญชัย ประสพสงค์” มีหัวเรื่องทำอาหารอร่อย เขากลายเป็นสามีผู้หมกมุ่น วุ่นวายกับการคิดการปรุงสูตรให้ได้ที่ จนวันหนึ่งก็เรียกภรรยาเข้าไปชิมก๋วยเตี๋ยวในครัว แอนนีชิมแล้ว อื้อม์! ใช่เลย จากนั้นจึงตามบรรดาแก๊งมีตเลิฟเวอร์มาช่วยกันชิม จัดปาร์ตี้ชิม (ก๋วยเตี๋ยว) เนื้อจนแพร่หลายตอนนั้น ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อจิ้มแจ่ม (เอ๊ะ มีหรือเปล่า)

ท่ามกลางเสียงลือชื่อชั้นของรสมือ พรรคพวกเหล่านักชิมก็เชียร์ให้เปิดร้าน อันนำมาซึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวพันล้าน บิลเลี่ยน บีฟ ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม ยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของศูนย์ ด้วยหลักรายได้หลายหมื่นบาทต่อวัน เรื่องนี้จบลงแบบทุกคนแฮปปี้ สามีได้พบพรสวรรค์การทำอาหารของตัวเอง เจ้านายแอนนีได้กินก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อย และแอนนีได้ลาออก มีกิจการเป็นของตัวเอง(แถมเป็นกิจการพันล้านด้วยนะ แค่ชื่อก็บิลเลี่ยน บีฟแล้ว ฮา) ร้านนี้มีหุ้นหลายหุ้น แต่ละหุ้นก็หุ้น (คน) ดังๆ ทั้งนั้น ขออนุญาตไม่เปิดเผยชื่อก็แล้วกัน

สุดท้ายแล้วแอนนี บอกว่า คือสามีที่สนับสนุนและ “ฟัง” ความต้องการของเธอ ยิ่งไปกว่านั้น คือเคล็ด (ไม่) ลับ “ซีเคร็ต” หนังสือที่ทุกคนรู้จักแต่แอนนีไม่รู้จัก สามีเป็นคนนำมา (บังคับ) ให้อ่าน เธอตั้งความปรารถนาบัดเดี๋ยวนั้นว่า ฉันจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คิดในสิ่งที่ดี โฟกัสถึงสิ่งที่มุ่งมั่น แล้วก็เป็นอย่างนั้น กลไกแห่งจักรวาลจะค่อยๆ ทำงาน ไขความปรารถนาของเราให้เป็นจริง

“ทำงานประจำก็สบายดี หรือบางคนก็คิดว่าปลอดภัยดี แต่อีกด้านหนึ่ง ความปลอดภัยและความสุขสบายนั้น มันจะกัดกินเราไปเรื่อยๆ ถึงจุดหนึ่งแล้วแอนนีเชื่อว่า มนุษย์จะไม่ต้องการความสุขสบายหรือความปลอดภัยแบบเดิมๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เราไม่อาจมีความสุขหรือความปลอดภัยแบบเดิมๆ ได้ตลอดไป” สำหรับคนทำงานประจำที่อยากทำธุรกิจ แอนนีฝากบอกว่า ทุกคนทำได้ ขอให้โชคดี

5 คนผู้ดลใจ

1.ธนา เธียรอัจฉริยะ

เจ้านายเก่า และเป็นผู้จุดประกายไอเดียพันล้านอย่างร้านบิลเลี่ยน บีฟ โดยเป็นทั้งที่ปรึกษาและเปรียบเสมือนเป็นพี่ชายจริงๆ พี่โจ้เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องการทำงาน และเป็นตัวอย่างของหัวหน้าครอบครัวที่ดีด้วย โชคดีจริงๆ ที่ได้รู้จัก

2.เยาวพรรณ ชัยปาณี

รู้จักกับพี่แยมมานานมาก สมัยตั้งแต่เริ่มทำงานโฆษณาที่โอกิลวี่ ปัจจุบันพี่แยมเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของดีแทค ก็ชวนตามกันมาตลอด พี่แยมเป็นแบบอย่างของผู้หญิงเก่ง เป็นทั้งแม่บ้านและทำงานไปด้วยแบบเก่งจริงๆ แอนนีมาถึงวันนี้ก็เพราะได้เรียนรู้ทั้งวิธีการทำงานและความละเอียดรอบคอบของพี่สาวคนโตของดีแทคคนนี้

3.อรทิพย์ (บุนนาค) ราญรอนสงคราม

พี่เอเป็นพี่สาวแท้ๆ ตัวจริงดูห้าวๆ เหมือนผู้ชาย สมัยไปเรียนปริญญาโทและทำงานที่นิวยอร์ก ก็ได้พี่สาวคนนี้ดูแล สิ่งที่พี่เอให้คือความเข้มแข็งแบบผู้ชายและความห้าว

4.อุดม แต้พานิช

ทุกวันนี้เรียกพี่โน๊สว่าเฮีย เฮียไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์สตาร์ในใจเท่านั้น เพราะเมื่อได้สัมผัส เฮียเป็นคนคิดดี เฮียเคยสอนว่า กายเราเป็นกายหยาบ ความคิดที่ดี จะนำพากายของเราให้ตามไป เพราะฉะนั้นเราต้องคิดดี สมกับเป็นซุป’ตาร์จริงๆ นะเนี่ย

5.Kimora Lee Simmons

คิโมรา อดีตนางแบบชื่อดัง ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสาม ที่มีชีวิตส่วนตัวและการทำงานที่ประสบความสำเร็จ สโลแกนของคิโมรา คือ my life is fabulous ซึ่งตรงกับแอนนีที่ชอบพูดคำนี้เสมอ เวลาใครทำอะไรถูกใจจะพูดว่า Fabulous!!

จึงอยากประสบความสำเร็จ และเป็นผู้หญิง MultiTask & Fabulous เหมือนคิโมรา