จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ม.จ.มารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

  • วันที่ 17 ก.พ. 2553 เวลา 16:23 น.

กระทรวงวัฒนธรรม จัดแสดงนิทรรศการศิลปะฝีพระหัตถ์ของหม่อเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ในชื่อ "MARSI"

มูลนิธิหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ร่วมกับบริษัท สยามพารากอน ดีเวลอลปเม้นท์ จำกัด บริษัท ไทยเฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยศิลปากร และสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จัดแสดงนิทรรศการศิลปะฝีพระหัตถ์ของหม่อเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ในชื่อ "MARSI" นับเป็นครั้งแรกที่รวบรวมผลงานจิตรกรรมแนวเซอเรียลลิสต์ตลอดชีวิตการทำงานของท่านหญิงมาจัดแสดงให้ชมกันมากที่สุดถึง 38 ภาพ อีกทั้งยังเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดเมื่อครั้งจัดแสดงในต่างประเทศ

หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

จากการเปิดเผยของศาสตราจารย์ ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ผู้ดูแลมูลนิธิฯ กล่าวว่า ท่านหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ ทรงสนใจงานทางด้านศิลปะมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ทรงเข้าสู่วงการศิลปะอย่างจริงจังในช่วงพระชันษาราว 30 ปี โดยทรงศึกษาด้วยองค์เองจากงานศิลปะของบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงต่างๆ และเนื่องจากท่านหญิงพำนักที่ประเทศฝรั่งเศสมายาวนานเกือบ 40 ปี ท่านหญิงจึงทรงคิดที่จะตั้งมูลนิธินี้ขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อดูแลผลงานทั้งหมดของท่านกว่า 100 ภาพ ในแกลเลอรี่ที่อยู่บริเวณใกล้ ตำหนัก ในเมืองอะนอต (Annot) เมืองเล็กๆที่อยู่บริเวณภูเขา Alpes de Haute Provence เพื่อให้ผู้สนใจได้มาเยี่ยมชมภาพและเป็นแหล่งส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะต่อไป ผลงานของท่านเคยถูกนำไปจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์ และหอศิลป์ต่างๆ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส

แต่ทั้งนี้เนื่องจากท่านหญิงไม่ได้ทรงจดทะเบียนเป็นจิตรกร การจัดตั้งมูลนิธิฯจึงมีความยุ่งยากและต้องมีค่าใช้จ่าย รวมทั้งต้องมีเงินกองทุนสนับสนุนจำนวนมาก ทำให้ความคิดนี้ล้มเลิกไป จนกระทั่งท่านหญิงได้ประชวรในปี 2547 ทำให้ไม่สามารถวาดภาพได้เหมือนเดิม และได้เสด็จมารักษาอาการอัมพาตส่วนหนึ่งที่ประเทศไทย พระญาติและพระสหายของท่านหญิงจึงยินดีที่จะช่วยท่านจัดตั้งมูลนิธิตามที่ทรงคิดไว้ที่เมืองไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเมื่อกลางปี 2552 ทางมูลนิธิฯจึงคิดที่จะจัดนิทรรศการขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานของท่านหญิงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

พระญาติผู้ดูแลมูลนิธิฯยังกล่าวต่อว่า ผลงานของท่านหญิงเป็นรูปภาพแฟนทาสติก ที่ใช้เทคนิคการวาดแบบโบราณในสมัยเรอเนซองต์ ทั้งวิธีการป้ายสี การแรเงา โดยท่านหญิงทรงศึกษาด้วยองค์เอง ผลงานของท่านหญิงไม่ใช่มีความสวยงามอย่างเดียว แต่ท่านหญิงพยายามสื่อให้เห็นว่า ชีวิตคนเราไม่ได้เจอสิ่งอะไรที่สวยงามเพียงอย่างเดียว ชีวิตคนเรามีทั้งความสุขและความทุกข์ ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านศิลปะของท่าน และความมุ่งมั่นที่จะทำงานด้านศิลปะ ท่านทรงเด็ดเดี่ยวในการเลิกอาชีพการงาน เพื่อไปเริ่มต้นทำในสิ่งที่รักและชอบ นับว่าท่านเป็นศิลปินอย่างแท้จริง แม้กระทั่งที่ประชวร ท่านยังอยากที่จะทำในสิ่งที่รัก

หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ทรงเป็นพระธิดาพระองค์เดียวของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุมภฎพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ ศักดิพินิต และหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (ราชสกุลเดิม เทวกุล) ประสูติเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2474 ปัจจุบันพระชนม์ 79ชันษา ทรงศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย จากนั้นเสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ฝรั่งเศส และสเปน จนได้รับปริญญาเอก 2 ใบ จากมหาวิทยาลัย ณ กรุงปารีส สาขาวรรณคดี และสาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ จากมหาวิทยาลัยแห่งมาดริด ประเทศสเปน ทรงเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาศิลปะโลกตะวันออกไกล ในคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมาดริด และเมื่อเสด็จกลับมาประทับในเมืองไทย ก็ทรงเป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงอภิเษกสมรสกับศาสตราจารย์ชาวฝรั่งเศส Jacques Bousquet และทรงใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสจนถึงปัจจุบัน

นิทรรศการศิลปะ "MARSI” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ก.พ.ถึง 29 มี.ค.2553 ณ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ส่วนหนึ่งของผลงานศิลปะฝีพระหัตถ์ของหม่อเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

JE ME SOUVIENS 1992

LE MUR 1985

 


 

 

 

 

 

 

 

 

LA MENACE 1994

 

ข่าวอื่นๆ