ฟูจิตสึส่งแอพแทร็กกิ้ง หนุนองค์กรทรานส์ฟอร์ม

  • วันที่ 07 ก.พ. 2562 เวลา 06:27 น.

ฟูจิตสึส่งแอพแทร็กกิ้ง หนุนองค์กรทรานส์ฟอร์ม

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย       

ในอีก 10 ปีข้างหน้าธุรกิจต่างๆ จะก้าวสู่ยุคของเอไอ ไอโอที จากปัจจุบันอยู่ในยุคของการเปลี่ยนถ่ายจากอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ ทำให้บริษัท ฟูจิตสึ เล็งเห็นถึงศักยภาพของธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ซึ่งปีนี้ได้ปลุกปั้นกลุ่มธุรกิจเป็นปีที่ 3 แล้ว

ไกวัลย์ บุญเสรฐ หัวหน้ากลุ่ม งานดิจิทัลโซลูชั่น บริษัท ฟูจิตสึ เปิดเผยว่า การนำเทคโนโลยีมาทรานส์ ฟอร์เมชั่นสู่ยุค 4.0 องค์กรขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว สวนทางกับ ผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่ยังตื่นตัวน้อย ซึ่งต้องให้ความรู้และความเข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยีกับกลุ่มดังกล่าว

สำหรับภาพรวมการลงทุนเทคโนโลยีของไทยจะอยู่ในระดับค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งปีนี้ไม่เติบโตเพิ่มขึ้น สำหรับกลุ่มดิจิทัลโซลูชั่น บริษัทวางแผนที่จะขยายดิจิทัล เวิร์ก แอนด์ โอเปอเรชั่น แทร็กกิ้ง (DWOT) หรือแอพพลิเคชั่นเพื่อติดตามการทำงานของบุคลากร ซึ่งเป็นแอพที่ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศไทย เน้นทำตลาดภายในประเทศและขยายไปสู่ตลาดอาเซียน อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์

ขณะที่แอพพลิเคชั่นดิจิทัล เวิร์ก แอนด์ โอเปอเรชั่น แทร็กกิ้ง มุ่งเน้นในกลุ่มสมาร์ทรีเทล สมาร์ทแฟกตอรี และสมาร์ทเวิร์กเพลส เพื่อใช้ในการติดตามการทำงานว่าคนอยู่ทำงานหรือไม่ หรือกระทั่งการเก็บข้อมูลของบุคลากร แล้วเชื่อมโยงกับการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ การรับออร์เดอร์ลูกค้าที่เข้ามาและเลือกพนักงานที่มีความพร้อมในการจัดส่งสินค้า

นอกจากนี้ ในด้านของความปลอดภัยจะช่วยมอนิเตอร์บุคลากรที่เข้าไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง หรือการติดตามระบบโลจิสติกส์ สำหรับแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเหมาะกับองค์กรที่มีธุรกิจขนาดใหญ่ มีระดับพนักงานมากกว่า 300 รายขึ้นไป ผลที่ได้รับ จากการใช้งานส่วนใหญ่จะประหยัดต้นทุนต่างๆ ลดลง รวมทั้งประหยัดเวลาในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่นของบริษัทมีด้วยกัน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ดิจิทัลอินโนเวชั่น การบริหารจัดการงานบริการ ซีเคียวริตี้ และเออาร์พี (Address Resolution Protocol) เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสาร โดยบริษัทจะมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เชื่อมต่อกับการทำงานในองค์กร เพื่อตอบโจทย์ในยุคที่องค์กรไม่เน้นของการเพิ่มคน แต่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับรายได้ในกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่นปีนี้ (เม.ย. 2562-มี.ค. 2563) คาดว่าจะมีเติบโตมากกว่า 10% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 5-6 ราย  แบ่งเป็นรายได้จากโรงงานและอุตสาหกรรมกว่า 40% และกลุ่มเวิร์กเพลสหรือศูนย์กลางการติดต่อที่เชื่อมโยงทุกคนในองค์กรจะเติบโตเพิ่มขึ้น เพราะพฤติกรรมการทำงานของคนที่เปลี่ยนไป ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสานในการทำงาน

วันนี้องค์กรไทยกำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น จึงต้องนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน พัฒนาธุรกิจ ซึ่งต้องจับตาฟูจิตสึกับการขนโซลูชั่นใหม่ๆ มาตอบโจทย์องค์กรและรับมือกับการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจ มีทั้งองค์กรไทยและต่างชาติที่ต่างชิงเค้กในตลาดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ข่าวอื่นๆ