
สเตราคานห์ยังไม่รอดคดี
มะกันสอบต่อ-ยึดพาสปอร์ต พุ่งเป้าแม่บ้านอาจให้การเท็จ
มะกันสอบต่อ-ยึดพาสปอร์ต พุ่งเป้าแม่บ้านอาจให้การเท็จ
ศาลนิวยอร์กลั่นคดียังไม่จบ สเตราคานห์ ต้องถูกดำเนินคดีต่อ แม้คดีอื้อฉาวส่อแววล่ม
อัยการรัฐนิวยอร์กยืนยันว่า จะเดินหน้าคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อโดมินิก สเตราคานห์ อดีตผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ต่อไป แม้ว่าเบื้องต้นศาลจะมีคำสั่งให้ปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณชั่วคราว หลังพบหลักฐานใหม่ที่ลดความน่าเชื่อถือของโจทก์ ซึ่งเป็นแม่บ้านของโรงแรมดังลง
การปล่อยตัวในครั้งนี้ ส่งผลให้ สเตราคานห์ สามารถเดินทางได้ทั่วสหรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงยึดหนังสือเดินทางเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ซึ่งการไต่สวนครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 18 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ไซรัส แวนซ์ อัยการเขตแมนฮัตตันของสหรัฐ ระบุว่า ทางอัยการจำเป็นต้องสืบสวนคำให้การของสาวใช้ที่ตกเป็นเหยื่อและกล่าวหาว่า สเตราคานห์ ล่วงละเมิดทางเพศ ว่าเป็นคำให้การเท็จหรือไม่ หลังจากพบหลักฐานใหม่ๆ ที่ลดความน่าเชื่อถือของโจทก์ลงไป อาทิ เทปบันทึกเสียงที่โจทก์คุยโทรศัพท์กับนักโทษคดียาเสพติดรายหนึ่ง ถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากคดีดังกล่าว ตลอดจนบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่มีเงินโอนเข้ามา รวมถึงการที่โจทก์ยอมรับว่าตนเองได้ให้การเท็จในชั้นศาล
นอกจากนี้ จากประวัติที่ทางทีมอัยการสืบค้นขึ้นมานั้น พบว่าแม่บ้านสาวรายนี้เคยให้การเท็จมาก่อน ในคดีที่อ้างว่าถูกรุมข่มขืนในประเทศบ้านเกิดที่กินี
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของศาลนิวยอร์กในครั้งนี้ สร้างความผิดหวังให้กับทีมทนายความของสเตราคานห์ เล็กน้อย โดย เบนจามิน แบรฟแมน หนึ่งในทีมทนายความ ระบุว่า ศาลน่าจะยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา หลังพบพิรุธในคำให้การของแม่บ้าน
“เราเชื่อตั้งแต่แรกว่าคดีนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ปรากฏให้เห็น” แบรฟแมน กล่าว
สเตราคาห์น วัย 62 ปี ถูกตำรวจนิวยอร์กควบคุมตัวที่สนามบินเจเอฟเค เมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค. ขณะเตรียมตัวเดินทางไปยุโรป ในข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศแม่บ้านหญิงชาวกินี วัย 32 ปี ของโรงแรมโซฟิเทล ย่านไทมส์สแควร์ และส่งผลให้ สเตราคานห์ ต้องลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ
ทั้งนี้ รูปคดีที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า อีกไม่นานศาลอาจพิจารณายกฟ้องข้อกล่าวของสเตราคานห์ เหลือเพียงแค่โทษสถานเบา และอาจช่วยให้อดีตผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟได้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในบ้านของตนเองที่ฝรั่งเศส







