posttoday
ลาการ์ดขึ้นแท่นผู้นำหญิงคนแรกไอเอ็มเอฟลุยปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรป

ลาการ์ดขึ้นแท่นผู้นำหญิงคนแรกไอเอ็มเอฟลุยปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรป

03 กรกฎาคม 2554

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาหนี้สาธารณะในประเทศกรีซนับเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างจับตามองมากที่สุด

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาหนี้สาธารณะในประเทศกรีซนับเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างจับตามองมากที่สุด

อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเงื่อนไขที่ทางกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ร้องขอให้กรีซคลอดแผนนโยบายรัดเข็มขัดเพื่อรับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ที่จะช่วยให้กรีซรอดพ้นจากสภาพการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ไม่เพียงแต่ประเทศในยุโรปเท่านั้น แต่ยังหมายถึงหายนะของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะว่าด้วยเรื่องของกรีซ ในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากที่เก้าอี้ผู้อำนวยการต้องว่างเว้นมาได้สักระยะ ในที่สุดกองทุนไอเอ็มเอฟก็คัดสรรผู้นำขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยและเป็นไปตามการคาดการณ์ของหลายฝ่าย

ทั้งนี้ ผู้นำคนใหม่ก็คือ คริสติน ลาการ์ด อดีตรัฐมนตรีการคลังของฝรั่งเศส ผู้สมัครตัวเต็ง 1 ที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งยุโรปและสหรัฐ ก่อนที่จะได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่แดนตะวันออกอย่างจีนในช่วงโค้งสุดท้าย

ทว่า ลาการ์ดคงไม่มีเวลาชื่นชมตำแหน่งได้นานนัก เนื่องจากบรรดานักวิเคราะห์ต่างลงความเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่ใคร่ปกตินักในปัจจุบันและออกจะเป็นภาระที่หนักอึ้งไม่น้อย

ลาการ์ดขึ้นแท่นผู้นำหญิงคนแรกไอเอ็มเอฟลุยปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรป

เริ่มจากภาระหนักแรกสุดที่ลาการ์ดไม่อาจอิดออดได้ก็คือ วิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปที่เริ่มระบาดจากกรีซไปสู่สเปนและอิตาลีอย่างชัดเจนแล้ว เนื่องจากการล่มสลายทางการเงินของยุโรปย่อมส่งผลกระทบต่อระบบการเงินโลกทั้งหมด รวมถึงเอเชียบางประเทศที่ตอนนี้ดำรงสถานะเจ้าหนี้ช่วยต่อชีวิตยุโรปอย่างทุลักทุเล

ต่อด้วยการจัดทำรายงานสภาพความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจแพร่กระจายไปทั่วโลก (Spillover Reports) ซึ่งจะเป็นการประเมินผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และยุโรป ว่ามีความเสี่ยงต่อทั่วโลกในระดับใด

จากนั้น ลาการ์ดจำเป็นต้องหาช่องโหว่ของระบบการเงินโลก หลังจากเกิดวิกฤตการเงินปี 2552 และสิ่งสุดท้ายที่ต้องจัดการก็คือการเปิดพื้นที่ให้กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ให้เข้ามามีสิทธิมีเสียงในกองทุนไอเอ็มเอฟมากขึ้น และเป็นเสียงที่ลาการ์ดไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

กรีซโล่งยืดเวลาวิกฤตหนี้

หลังจากที่ต้องตกอยู่ท่ามกลางสภาวะตึงเครียด ในที่สุด รัฐสภากรีซก็ลงมติผ่านร่างนโยบายรัดเข็มขัดที่จัดทำโดยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี จอร์จ ปาปันดรู เป็นที่เรียบร้อย

แม้ประชาชนและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจจะพากันหยุดงานประท้วงมาราธอนเป็นเวลา 48 ชม. เพื่อคัดค้านการอนุมัติร่างนโยบายดังกล่าว เนื่องจากหากอนุญาตให้ใช้ นั่นหมายถึงการแปลงสินทรัพย์รัฐบาลให้เป็นทุน ซึ่งอาจหมายรวมถึงกิจการของรัฐที่ต้องแปรสภาพไปเป็นเอกชนและอาจเลยเถิดถึงขั้นลดจำนวนพนักงานลง การตัดลดสวัสดิการและการปฏิรูปการจัดเก็บภาษี

แต่การคัดค้านทั้งหมดก็ไร้ผล เพราะรัฐบาลกรีซมีตัวเลือกไม่มากนัก หากไม่ผ่านแผนดังกล่าวก็เท่ากับว่ากรีซต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ในสหรัฐต่างลงความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า หากกรีซไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ย่อมหมายถึงหายนะของกองทุนรวมของสหรัฐ เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่ไม่สามารถจัดการจ่ายหนี้ของตนภายใน 3 เดือนข้างหน้านี้

เตือนวิกฤตเงินเฟ้อ เศรษฐกิจต้องชะลอ

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่เคยทำนายวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2008 ได้ใกล้เคียงที่สุด เปิดเผยในรายงานประจำปี แนะว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะต้องเชื่องช้าลงกว่านี้ เพื่อควบคุมแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังรุมเร้าอยู่ทั่วโลก

บีไอเอส ระบุว่า แต่ละประเทศควรจะนำนโยบายการเงินให้กลับสู่ภาวะปกติโดยด่วน และควรจะเร่งปิดบัญชีงบประมาณโดยเร็วด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วและเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่

ทั้งนี้ ปัญหาราคาอาหารแพง ตลอดไปจนถึงราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง รวมไปถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ได้ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่รวดเร็วกว่าเมื่อครั้งปรับลดลงอีกด้วย

นอกจากนั้น การใช้อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำมาเป็นระยะเวลานาน ได้ทำให้เกิดความเสี่ยงใหม่ในระบบการเงินของโลกเช่นกัน โดยมาตรการดอกเบี้ยขาลงอาจส่งผลคุกคามเสถียรภาพการเงินโลกด้วย

บีไอเอส ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมในระดับต่ำจะยิ่งกระตุ้นให้สินเชื่อและราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้นหนุนตัวเลขเงินเฟ้อขยับขึ้นตาม โดยที่ในปัจจุบันปัญหานี้กำลังรุนแรงมากขึ้นในหลายประเทศกลุ่มชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งหากยังไม่ยุติมาตรการดอกเบี้ยต่ำ อาจทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ตามมา

ท่าทีดังกล่าวของบีไอเอสนั้น ถือว่าสวนทางกับทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ อย่างชัดเจน ซึ่งต่างเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องเดินหน้านโยบายดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานับเป็นข่าวดีสำหรับชาวลิเบียไม่น้อยเมื่อคณะผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ออกหมายจับ พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย พร้อมด้วยลูกชายและหัวหน้าฝ่ายข่าวกรองของรัฐบาลลิเบียและเป็นคนสนิทของกัดดาฟี รวม 3 คน ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม