posttoday
เปิดตัวทัวร์แบบใหม่แดนตากาล็อกสร้างกระแสปลื้มโรงนิวเคลียร์

เปิดตัวทัวร์แบบใหม่แดนตากาล็อกสร้างกระแสปลื้มโรงนิวเคลียร์

03 กรกฎาคม 2554

เมื่อได้ยินคำว่า “โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์” เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะรู้สึกขนลุกซู่ไปตามๆ กัน

เมื่อได้ยินคำว่า “โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์” เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะรู้สึกขนลุกซู่ไปตามๆ กัน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เมื่อได้ยินคำว่า “โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์” เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะรู้สึกขนลุกซู่ไปตามๆ กัน ไล่อดีตกันไปตั้งแต่เหตุการณ์การระเบิดของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ชื่อก้องโลก “เชอร์โนบิล” ในยูเครน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะถึงแม้ว่าจะผ่านมาแล้ว 25 ปี โรงงานแห่งนี้ยังคงมีกัมมันตรังสีรั่วไหลอยู่เช่นเดิม

จนมาถึงปัจจุบัน บาดแผลแห่งความสูญเสียถูกสะกิดให้กลับมาอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 9 ริกเตอร์ จนทำให้เกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ในประเทศญี่ปุ่นในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

เปิดตัวทัวร์แบบใหม่แดนตากาล็อกสร้างกระแสปลื้มโรงนิวเคลียร์

และฟิลิปปินส์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง ทางรัฐบาลจึงรีบชิ่งเอาตัวรอด จัดแจงปรับรูปโฉมโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บาตานแห่งเดียวในประเทศ ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต ตามรอยยูเครนที่เปิดเชอร์โนบิล โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเช่นกัน

“โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งนี้จะเป็นโรงงานแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ที่เปิดให้คนเที่ยวได้” เดนนิส กานา โฆษกประจำนาปอร์กอร์ บริษัทผู้ดูแลจัดการโรงงาน กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“เราไม่ได้เห็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์กันบ่อยๆ โดยเฉพาะเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์...ใครได้เห็นคงจะตื่นเต้นน่าดู”

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ภายใต้คำสั่งรัฐบาลเผด็จการ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส โดยใช้งบประมาณการสร้างกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถึงแม้ว่าโครงการสร้างจะเดินหน้าเต็มสูบจนแล้วเสร็จ แต่ก็ต้องโดนพับเก็บเข้ากรุก่อนได้ทำหน้าที่เปิดใช้ผลิตไฟฟ้าจริง เมื่อรัฐบาลมาร์กอสถูกโค่น

อีกทั้งยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และกระแสต่อต้านจากหลายฝ่าย อ้างว่าโรงงานแห่งนี้สร้างขึ้นใกล้กับแนวเส้นเสี่ยงแผ่นดินไหว และเป็นเรื่องที่โง่มากถ้าจะเชื่อใจเปิดใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครนเพิ่งเกิดการระเบิดขึ้นอย่างร้ายแรง ทำให้ทั่วโลกต่างตื่นตระหนกและตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของการใช้พลังงานปรมาณู

จนมาถึงปัจจุบัน กระแสที่มีถึงอันตรายของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะน้อยลง ยิ่งหลังจากเหตุการณ์ความเสียหายที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นต้องเผชิญหลังเกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่นักการเมืองตากาล็อกบางคนยังฝันหวานที่จะปลุกแหล่งพลังงานนิวเคลียร์เดียวของประเทศให้กลับคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง

“เราไม่ได้บอกว่าเราควรพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์อย่างเดียวทั้ง 100% แค่ผลักดันให้พลังงานนิวเคลียร์เป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกเท่านั้นเอง” กานา กล่าวเสริม

แต่การร่างกฎหมายเปิดใช้โรงงานแห่งนี้คงจะผลักดันให้เป็นกฎหมายได้ยาก ยิ่งถ้ายังอยู่ในรัฐบาล เบนิญโญ อาควิโน ที่มีวาระอยู่อีก 5 ปี จนถึงปี 2559 เลยทีเดียว

นอกจากนั้น ถึงแม้ว่าโรงงานแห่งนี้จะไม่เคยผลิตพลังงานออกมาให้ประเทศได้ใช้เลยสักวัตต์เดียว แต่ประชาชนผู้เสียภาษีตาดำๆ ยังคงต้องเป็นผู้จ่ายค่าบำรุงรักษาโรงงานแห่งนี้ที่สูงถึง 1 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่ง กานา ชี้แจงในประเด็นนี้ว่า การโปรโมตให้คนมาเที่ยวโรงงานนี้เป็นการหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรงงาน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นว่าแท้จริงแล้วโรงงานนี้ปลอดภัยที่จะเปิดทำการ

“เพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้นที่ฟูกุชิมา ไดอิชิ แน่อยู่แล้วที่โรงงานแห่งนี้ต้องถูกโยงในเรื่องปัญหาพลังงานนิวเคลียร์แน่ๆ เราจึงจำเป็นต้องแจกแจงให้เห็นความต่างว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นจะไม่มีทางเกิดขึ้นที่นี่แน่นอน” กานา เผย

เปิดตัวทัวร์แบบใหม่แดนตากาล็อกสร้างกระแสปลื้มโรงนิวเคลียร์

ดังนั้น บริษัท นาปอร์กอร์ ผู้ดูแลจัดการโรงงานจึงจับมือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพิ่มชื่อโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ต้องแวะในโปรแกรมท่องเที่ยว “เชิงอนุรักษ์” เพื่อเชิญชวนนักเรียนนักศึกษาจากทั่วประเทศและทั่วโลกมาเยี่ยมชมโรงงานอย่างใกล้ชิด

ในราคาแสนย่อมเยา เพียงแค่ 20 เปโซ หรือประมาณ 50เซนต์ ก็สามารถชมสิ่งก่อสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างไร้ชีวิตบนเทือกเขาริมมหาสมุทรได้อย่างเต็มตา ซึ่งภายในจะมีนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาพ เช่น เรื่องราวความปลอดภัยของโรงงาน ที่สามารถทนแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้สูงถึง 9 ริกเตอร์

นอกจากนั้น ผู้เข้าชมจะวางใจได้เลยว่าจะปลอดภัยจากรังสีนิวเคลียร์แน่นอน เพราะภายในโรงงานจะไม่มีแร่ยูเรเนียม หรือธาตุโลหะกัมมันตรังสีอันตรายสำคัญที่ใช้ในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ เพราะทางรัฐบาลได้ขายทิ้งไปแล้วเมื่อปี 2540 ซึ่งสูญเงินไปกว่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐเรียบร้อยแล้ว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของทัวร์โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อยู่ที่การข้ามสะพานเหล็กเพื่อเข้าไปยลโฉมเตาปฏิกรณ์แบบติดขอบ ซึ่งวัตถุอุปกรณ์ทุกชิ้นภายในโรงงานยังถูกหุ้มด้วยพลาสติกเรียบร้อยอยู่ในสภาพเหมือนกับเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว

จากห้องเตาปฏิกรณ์สามารถเดินผ่านอุโมงค์รูปร่างคล้ายเรือดำน้ำ ที่เชื่อมยาวไปถึงศูนย์ควบคุมที่ไม่เคยมีใครได้ย่างกรายเข้าไปตั้งแต่ปี 2520

ภายในนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเดินชมอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่า ได้เห็นเทคโนโลยีอย่างคอมพิวเตอร์เครื่องยักษ์ โทรศัพท์แบบอะนาล็อก เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นนวัตกรรมล่าสุดแห่งทศวรรษ

ถ้าสังเกตให้ดีว่ามาตรวัดการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 650 เมกะวัตต์แห่งนี้ ค่าวัดยังคงอยู่ที่ศูนย์ไม่เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าภาพตรงหน้าจะเป็นภาพของโรงงานแห่งหนึ่งที่โดนมรสุมสนิมกัดกร่อนอย่างโชกโชน แต่ คอรา บาลดายอต นักวิศวกรรมเคมีรุ่นบุกเบิกประจำโรงงานแห่งนี้กล่าวอย่างมั่นใจว่า โรงงานแห่งนี้ยังมีความพร้อมเปิดใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ภายใน 4 ปีอย่างแน่นอน ติดอยู่ตรงที่ต้องใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐในการอัพเกรดเท่านั้นเอง

เปิดตัวทัวร์แบบใหม่แดนตากาล็อกสร้างกระแสปลื้มโรงนิวเคลียร์

นอกจากโปรแกรมทัวร์ภายในตัวอาคารแล้ว ทางโรงงานยังเสนอออปชันคลาสสิกเปิดพื้นที่ให้ว่ายน้ำเล่น ชมวิวบนหุบเขา และรับประทานอาหารกลางวันที่ชายหาดส่วนตัวได้เก๋ๆ

หรือแม้กระทั่งค้างคืนในศูนย์ตรวจสอบและดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับการยกเครื่องปรับปรุงใหม่เป็นเกสต์เฮาส์ที่สามารถรองรับแขกเข้าพักได้ถึง 45 คน ในราคาสบายกระเป๋า หนึ่งในจำนวนห้องพักขนาดเล็กสามารถจุได้ 7 คน สนนราคาอยู่แค่ที่ 2,700 เปโซ หรือประมาณ 65 เหรียญสหรัฐต่อคืนเท่านั้น

ทางด้านกรีนพีซ หรือกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมโลกที่ตั้งแง่ต่อต้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ทุกรูปแบบ ก็แสดงความเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะเปลี่ยนโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง

“โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งนี้จะเป็นอนุสรณ์แสดงให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงความอันตรายของพลังงานนิวเคลียร์” ฟรานซิส เดลาครูซ นักรณรงค์จากกลุ่มกรีนพีซประจำเมืองมะนิลากล่าว ซึ่งเดลาครูซ นำทีมสมาชิกกลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว ช่างกล้องไฟแรง และคณะผู้จัดรายการแข่งขันผจญภัยเดินทัวร์โรงงานด้วย

เดลาครูซ เห็นด้วยกับทางบริษัทนาปอร์กอร์ ว่าการได้มาทัวร์โรงงานแบบติดขอบแบบนี้ เป็นประสบการณ์อันน่าทึ่ง และเป็นกระแสการท่องเที่ยวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนแน่นอน

“จะมีสักกี่คนกันที่จะมีรูปของตัวเองยืนโพสท่าอยู่ในห้องควบคุมโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในเฟซบุ๊ก”  

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล